0
shared

เตรียมลุย! 'บก.ปทส.-วีระ-อัจฉริยะ' ลงพื้นที่ตรวจฟาร์มไก่ปารีณา

12 กุมภาพันธ์ 2563 13:12 366
บก.ปทส. ป่าไม้ และ ส.ป.ก. ประชุมเตรียมแผนการลงพื้นที่ตรวจสอบเขาสนฟาร์มไก่ "ปารีณา" หลังกฤษฎีกาตีความพื้นที่กว่า 682 ไร่ อยู่ใน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

วันนี้ (12 ก.พ. 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ และประธานคณะทำงานตรวจสอบที่ดิน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ จาก ส.ป.ก. ได้ประชุมเตรียมข้อสรุปแผนการเข้าตรวจสอบพื้นที่ตั้งฟาร์มไก่เขาสนฟาร์มของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ถือครองที่ดิน ส.ป.ก.กว่า 682 ไร่ ในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

โดยใช้ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เป็นที่ประชุมสรุปแผนงาน โดยมีนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน(คปต.) และ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วมประชุมด้วยตามหนังสือเชิญของ บก.ปทส.


ตามที่ได้ทำการสอบสวนคดีอาญาที่ 1/2563 ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุญาตให้สอบสวนคดีอาญาที่ 448/2562 ของสถานีตำรวจภูธรจอมบึง ระหว่างนายวีระ สมความคิด และ อธิบดีกรมป่าไม้ โดยนายพัฒนะ ศิริมัย นายสุรเชษฐ์ ศรีแดงรักษา และ นายวัชระ ลออล่อน ผู้กล่าวหาว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ฐานความผิด ตามระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4 (1) 54, 55, 72 ตรี, ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 2, 9, 109 ทวิ และ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 บริเวณท้องที่ หมู่ที่ 6 ตำบลรางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี และพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 กับพื้นที่บางส่วนผู้ในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) คาบเกี่ยวกัน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุป และมีการถกเถียงกัน กรมป่าไม้จึงได้มีหนังสือหารือด่วนที่สุดเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการจึงต้องส่งให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ตีความ ว่าพื้นที่คาบเกี่ยวกันนั้นต้องให้หน่วยงานใดเป็นผู้ชี้ขาด


ล่าสุด คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาข้อหารือของกรมป่าไม้แล้วมีความเห็นเกี่ยวกับสถานะที่ดินว่า ยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเนื่องจากพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดขอบเขตของที่ดินที่จะทำการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น ไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในทันที จนกว่าจะได้มีการส่งมอบพื้นที่ให้แก่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อจัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป

โดยให้ใช้อำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมายกรณีพบการกระทำความผิดฐานบุกรุกพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้ว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ของ ส.ป.ก.มีหน้าที่และอำนาจในการจับกุมปราบปรามหรือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และกฎหมายอื่นเนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ดูแลรักษาที่ดินดังกล่าวและต้องป้องกันการกระทำใดๆ ที่เป็นผลร้ายต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายปฏิรูปที่ดิน การที่มีผู้บุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครอง หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินนั้น ส.ป.ก.จึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายและมีสิทธิที่จะกล่าวโทษผู้กระทำความผิดเพื่อให้มีการดำเนินการตามกฎหมายได้ แต่ทั้งนี้เนื่องจากที่ดินนั้นยังคงมีสถานะเป็น "ป่า" กรมป่าไม้จึงยังคงมีหน้าที่และอำนาจในการดูแลรักษาที่ดินที่เป็นป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ด้วยเหตุนี้ ทั้งกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ต่างมีหน้าที่และอำนาจดูแลรักษาที่ดินป่าสงวนแห่งชาติในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมร่วมกัน ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน


ส่วนทางด้านนายวีระ สมความคิด นำหลักฐานแผนที่ดาวเที่ยว ขึ้นชี้แจงหน้าที่ประชุมโดยระบุว่า พื้นที่ที่ น.ส.ปารีณา บุกรุกนั้นมีทั้งหมด 1,700 ไร่ ไม่ใช่ 700 กว่าไร่ ตามที่ได้มีการมาตรวจสอบกัน ซึ่งทาง พ.ต.อ.วัชรินทร์ ได้กล่าวกับนายวีระว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ทั้งหมด รวมไปถึงนายวีระ และนายอัจฉริยะจะได้ร่วมตรวจสอบด้วย และอยากให้พาไปชี้จุดที่กล่าวมีมีการบุกรุกเพิ่มเติม เพื่อที่จะได้นำมาเป็นหลักฐานเพิ่มเติม


พ.ต.อ.วัชรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ที่ทางนายวีระได้มีการแจ้งความไว้ว่ามีการบุกรุกพื้นที่ 1,700 ไร่นั้นวันนี้ต้องมาพิสูจน์กันว่าพื้นที่จริงที่มีการบุกรุกในพื้นที่ของ ส.ป.ก. เท่าไร อีกทั้งวันนี้เราได้ทำหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้มาร่วมกันเป็นพยาน ภายหลังที่จากกฤษฎีกาตีความมาเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา วันนี้เราได้ขออำนาจการตรวจค้นจากหมายศาลจังหวัดราชบุรี หากไม่มีใครมานำชี้เราก็จะอาศัยพยานบุคคล เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ ฝ่ายปกครองร่วมนำชี้ในที่เกิดเหตุ

ในส่วนเรื่องการที่จะดำเนินคดีได้เลยหรือไม่นั้น ต้องรอทาง ส.ป.ก. และ ป่าไม้ ตกลงและหาแนวทางร่วมกัน เพราะแผนที่ของป่าไม้มีชี้ชัดหมดแล้ว มีพิกัดชัดเจน โดยจะเอามาดูว่าอยู่ในเขตป่าไม้เท่าไรอยู่ในเขต ส.ป.ก. เท่าไร ต้องระบุพื้นที่ให้ชัดเจนถึงจะเอาข้อมูลที่ได้ไปแจ้งให้ทางผู้ที่ถูกกล่าวหาทราบว่า ได้มีการบุกรุกพื้นที่เท่าไหร่ ตามพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญให้สื่อมวลชนออกจากห้องประชุมเพื่อที่ คณะทำงานจะได้ทำการประชุมก่อนที่จะลงพื้นที่จริงในช่วงบ่ายนี้


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand