3
shared

Exclusive Content :คืนชีพย่านเจริญกรุง ด้วยแฟชั่นและอาหาร

4 มีนาคม 2563 13:59 269
ย่านเจริญกรุง เป็นย่านเก่าแก่ที่เป็นที่รู้จัก การสร้างจุดขายใหม่โดยดึงเอาศาสตร์ของอาหาร และแฟชั่นมาสร้างจุดขายให้กับย่านนี้ก็เป้นเรื่องที่ดีไม่น้อย

        ชุมชนเก่าแก่ย่านเจริญกรุง เป็นอีกหนึ่งชุมชนในเมืองกรุงที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากอาคารต่างๆส่วนใหญ่ยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างดั้งเดิม และยังมีความสงบ ตรงข้ามกับย่านเยาวราชที่จะครึกครื้นไปด้วยนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะยามค่ำคืน แต่ก็นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของย่านนี้  ที่สำคัญคือ ยังมีร้านเด็ดอาหาร และคาเฟ่เด็ดๆซ่อนอยู่อีกด้วย 

        และจากการที่มีร้านดีๆซ่อนอยู่ ทำให้เป็นไอเดียของการริเริ่มงาน Bangkok Design Week 2020 ในแคมเปญ “Bangkok Design Week 2020 x World Curated by WP Energy” ในงาน “Curated Charoen Krung” ของทางดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ที่ต้องการจะสนับสนุนวงการอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพด้านอาหารในประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยหวังว่า จะร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไปกับหน่วยงานภาครัฐ อย่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)  โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน ให้บรรดานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้รู้จักมากขึ้น


        งานนี้ คุณชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) บอกว่า  ได้ดึงเอา Young Designer และYoung Chef   5 แบรนด์ ไทยอนาคตไกล ได้แก่ วิคธีร์รัฐ (Vickteerut), ทีแอนด์ที (TandT), เจนสุดา (Janesuda), ปัญญา พีเจ (Panya PJ) และวิณ ภทรฤน (Vinn Patararin) ร่วมครีเอตเอกลักษณ์ของแต่ละร้าน ผ่านการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ในร้านอาหารและคาเฟ่ในย่านเจริญกรุงจำนวน 5 ร้าน  ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่มากขึ้น  รวมถึงได้ 5 เชฟ ชื่อดัง อย่าง เชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล, เชฟฟาง- ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช, เชฟตาม Top Chef Thailand, เชฟชิ้ง-กนกวรรณ อัศวานุชิต และเชฟพุฒิ-พุฒิธนัตถ์ ไชยอภินันท์ฐากุล ที่มาร่วมพัฒนาคอนเซ็ปต์เมนูพิเศษ  ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของร้านค้าและคาเฟ่ทั้ง 5 ร้าน และย่านเจริญกรุงให้กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น 


        คุณชมกมล เล่าว่า แคมเปญนี้โจทย์สำคัญคือ สิ่งที่เราร่วมกันสร้างสรรค์ต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ สามารถใช้งานได้จริง อย่างยั่งยืน และจะต้องสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ประกอบการแต่ละร้าน และเอกลักษณ์ของย่านเจริญกรุงได้มากที่สุด 

        ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป นิยมชิม แชะ โพสต์ แชร์ การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดผู้บริโภค ซึ่งการครีเอตเมนูและร้านในย่านเจริญกรุง เป็นการหยิบเอาสิ่งที่มีอยู่รอบตัวมาต่อยอดให้น่าดึงดูด สำหรับนักท่องเที่ยว  

       คุณอู๋ ปัญญา จิตรมานะศักดิ์ จากแบรนด์ Panya PJ ที่ร่วมออกแบบผลงานชิ้นใหม่ให้กับร้าน To More ร่วมกับเชฟฟาง-ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช บอกว่า ปัจจุบันเทรนด์ใหม่ๆร้านอาหารคาเฟ่สไตล์รุ่นใหม่กำลังมา ธุรกิจเองก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่การออกแบบร้านในย่านนี้  ส่วนตัวต้องการจำนำเอาความเก๋ากับความใหม่มาเจอกัน เพื่อต้องการสื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ว่ารากฐานจริงๆว่ามาจากไหน การออกแบบร้านในแคมเปญจึงยังคงเค้าโครงเดิมไว้ให้ได้เห็นกัน ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีจุดเด่นและเอกลักษณ์แตกต่างกันไป 


สำหรับความร่วมมือระหว่าง  5 แบรนด์ไทยรุ่นใหม่ และ 5 เชฟชื่อดัง เกิดขึ้นเป็น 5 ร้านอาหารที่มีสไตล์และเอกลักษณ์ที่น่าสนใจดังนี้

ร้านวัวทองโภชนา X Vickteerut X เชฟชิ้ง 

        ร้านนี้ มีเมนูที่ครีเอตขึ้นใหม่ คือ หมี่พันวัวทองคำ โดยเชฟชิ้ง-กนกวรรณ  อัศวานุชิต  ฟู้ดบล็อกเกอร์สาวสวย เจ้าของเพจผู้หญิงทําอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  FashionOnFood  โดยเชฟชิ้งได้ใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของทางร้านวัวทองโภชนา คือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรชิงเต่า  ซึ่งร้านก็จะลึกลับซักหน่อย  และมีดีไซเนอร์ไทยอย่างอรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ จากแบรนด์ Vickteerut ที่นำเอาความเรียบโก้มาถักทอไว้ด้วยรายละเอียด นำเสนอออกมาเป็น Interactive Media แบบ AR ผ่านมือถือได้ ท้าทายกับประสบการณ์ใหม่ที่รอเซอร์ไพรส์ให้กับนักท่องเที่ยว 


ร้าน Heiji X TandT X เชฟพุฒิ 

        ร้านนี้ เด่นตรงเมนูขนม คือ ชาแดงเลมอนเนดใบไทม์ไซรัป  /  ขนมโป๊งเหน่ง เรดเวลเวท ช๊อกโกแลต ลาวา โดยเชฟพุฒิ  พุฒิธนัตถ์ ชยอภินันท์ฐากุล เชฟรุ่นใหม่ไฟแรงดีกรีผู้ชนะจาก Celeb Chef Thailand ซีซั่น 1 รายการทำอาหารบนโลกออนไลน์แบบเต็มรูปแบบรายการแรกของประเทศไทย  ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาร้านอาหารหลายแห่ง  และเป็นเจ้าของกิจการ Catering ด้วยอายุเพียง 24 ปี  ในงานนี้ เชฟพุฒิจับเอาความทรงจำของเด็กรุ่นก่อนมานำเสนอผ่านเมนูเหมือนกับร้าน Heiji  คาเฟ่ที่ชุบชีวิตตึกเก่าย่านเจริญกรุงให้กลับมาสนุกสนานอีกครั้งนั่นเอง   พร้อมทั้งมีดีไซเนอร์อย่างธนาวุฒิ ธนสารวิมล จากแบรนด์  TandT  มาร่วมออกแบบ โดย TandT ได้เลือกภาพยนตร์เรื่อง Willy Wongka and The Chocolate Factory จากปี 1971 เพื่อมาฉายในร้าน ดึงความแตกต่างของวัฒนธรรมของงานวัดแบบไทยๆเข้ามาผสมผสานกันได้อย่างน่าสนใจ


ร้าน JUA X Janesuda X เชฟตาม

        ครีเอตมาในเมนูโพ๊คเกะปลาฮามาจิ  ดอกเก็กฮวยออร์แกนนิก ยูสุ และ ดอกขิง / เจลลี่กุหลาบออร์แกนิกจากเชียงดาว ไวท์ช็อกโกแลต สาเกจุนไม และ ลิ้นจี่โดย  เชฟตาม ชุดารี เทพาคำ ท็อปเชฟแห่งเมืองไทย ที่มีฝีไม้ลายมือเรื่องการเนรมิตอาหารท้องถิ่นให้น่าทึ่งสู่สายตาในระดับอินเตอร์อย่างหาตัวจับได้ยาก โดยได้คิดค้นเมนูนี้เพื่อมอบให้กับร้าน JUA  โดยเฉพาะ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจไปกับอินสตอลเลชั่นรูปปลาหมึกยักษ์สุดอลังการ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยดอกไม้หลากสีสันสะท้อนความเป็นร้านซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่นของ JUA แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความสดใสของดีไซเนอร์สาวมากรายละเอียดเจนสุดา ปานโต จากแบรนด์ Janesuda ควบคู่กับการรังสรรค์แฟชั่นคอลเลคชันสุดพิเศษเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะ


To More  X Panya PJ  X เชฟฟาง 

        ร้านนี้ ชูเมนูแคปหมูหม่าล่ากับปลาหมึกบดราดซอส / แซงเกรีย  โดยเชฟฟาง-ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช พร้อมดีกรีจากสถาบัน French Culinary Institute สาขา Culinary Art  แห่งมหานครนิวยอร์ก และการเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการอาหารชื่อดังที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง  โดยเชฟฟางสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่เพื่อร้าน To More  โดยเฉพาะ โดยมีดีไซเนอร์ไทยรุ่นเก๋าอย่างคุณปัญญา จิตรมานะศักดิ์ จากแบรนด์ Panya PJ  มาร่วมสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ทุกศาสตร์สัมผัส ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เข้ามาในร้านแห่งนี้ โดยใช้เทคนิคการจับเดรปผ้าสีแดงเลือดนกที่ได้แรงบันดาลใจจากการตกแต่งโรงละครแบบ Theatre Musical มาสร้างสรรค์ผลงาน


ร้าน REI X Vinn Patararin X เชฟแอนดี้ 

        ที่มีเมนูแก้มปลาบุริย่างซีอิ๊วไทยกับข้าวชาวนา / ยำแซลมอน  โดย  เชฟแอนดี้  ยังเอกสกุล  (Michelin Star) เป็นการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบท้องถิ่นกับวัตถุดิบต่างประเทศ  ให้ใช้เอกลักษณ์รสของตนเองชูรสชาติซึ่งกันและกันได้รสกลมกล่อมเข้ากันเป็นอย่างดี  รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษให้กับร้าน REI  โดยมีดีไซเนอร์ไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานเทคนิคงานคราฟต์กับเทคโนโลยีอย่างวิณ โชคคติวัฒน์ และภทรฤณ พงษ์ประสิทธิ์ จากแบรนด์ Vinn Patararin  มาสร้างสีสันควบคู่กับการจัดแสงแบบ Asian Light  ที่ให้ความรู้สึกลึกลับ เข้ากับเทคนิคการใช้เหล็กในการตกแต่งเพื่อสะท้อนถึงอาชีพของชุมชนในแถบนั้น  โดยนี่ยังถือว่าเป็นครั้งแรกที่ Vinn Patararin ทำงานวิชวลอาร์ตฉาย Mapping ให้กับร้านเพื่อเล่าเรื่องราวของร้านและวัตถุดิบ เติมเต็มประสบการณ์ใหม่ในระหว่างลิ้มรสเมนูพิเศษเมนูนี้ด้วย  

        สำหรับ  เมนูและร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญทั้งหมดนี้  จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. 63 หรือ วันวาเลนไทน์นี้เป็นต้นไป  รวมทั้ง จะมีการต่อยอดแคมเปญไปยังพื้นที่ หรือชุมชนอื่นๆนอกเหนือจากกรุงเทพมหานครต่อไปในอนาคตด้วย 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- Exclusive Content : เมื่อถุงผ้ามาแทนที่ ถุงพลาสติก-ถึงเวลาผู้ผลิตปรับตัว

- Exclusive Content :"Elephant Care Tourism"อนาคตท่องเที่ยวช้างไทย


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand