1
shared

ทำความรู้จัก "Pete Buttigieg" ม้ามืดพรรคเดโมแครต ชิงศึกปธน.สหรัฐฯ

10 กุมภาพันธ์ 2563 15:34 1031
เปิดประวัติ "พีท บูทเทดเจดจ์" (Pete Buttigieg) ม้ามืดของพรรคเดโมแครต หลังเอาชนะการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐสำคัญอย่างไอโอว่า

พีท บูทเทดเจดจ์ (Pete Buttigieg) ชื่อนี้เป็นที่สนใจขึ้นมาหลังเอาชนะการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตที่รัฐสำคัญอย่างไอโอว่า เพื่อเฟ้นหาตัวแทนพรรคไปสู้ศึกประธานาธิบดีต่อกรกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ นักการเมืองวัย 38 ปีที่เอาชนะนักการเมืองรุ่นเก่าหลายคนนี้ได้เป็นใคร วันนี้เราจะไปทำความรู้จักเขากัน

พีท บูทเทดเจดจ์ เป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์ เบนด์ รัฐอินเดียน่า เป็นเมืองขนาดกลางของสหรัฐฯ และเขามีอายุเพียง 38 ปี นั่นหมายความว่า นี่คือการลงชิงประธานาธิบดีครั้งแรกที่เขามีสิทธิ และอาจมีโอกาสเช่นนี้อีกหลายครั้ง

เขาเคยเป็นเจ้าหน้าข่าวกรองของกองทัพเรือสหรัฐฯ และเคยร่วมรบในสงครามอัฟกานิสถานมาแล้ว และยังพูดได้หลายภาษา เช่น ฝรั่งเศส สเปน อิตาเลียน อารบิก เป็นต้น รวมถึงภาษามอลต้าด้วย เพราะพ่อของเขาเป็นผู้อพยพมาจากมอลต้า

บูทเทดเจดจ์ประกาศตนว่าเป็นเกย์เมื่อตอนอายุ 33 และเข้าพิธีแต่งงานกับคู่รักเพศเดียวกันในปี 2560


บูทเทดเจดจ์ เป็นผู้สมัครชิงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์ ซึ่งหากเกิดในช่วงหลายทศวรรษที่แล้ว การเปิดตัวเช่นนี้อาจไม่ได้รับการยอมรับ เพราะพรรครีพับบลิกันชัดเจนว่าต่อต้านการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน และนักการเมืองหลักๆของพรรคเดโมแครตก็เลี่ยงที่จะพูดถึงประเด็นนี้

อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 นี้ บูทเทดเจดจ์เอาชนะการเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสของพรรคในรัฐไอโอวา เหนือผู้สมัครตัวเต็งอย่าง วุฒิสมาชิกเบอร์นี่ แซนเดอรส์ วุฒิสมาชิกเอลิซาเบ็ธ วอร์เรน และนายโจ ไบเดน ด้วย

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว บูทเทดเจดจ์ สามารถระดมทุนบริจาคในแคมเปญหาเสียงของเขาได้มากกว่า 76 ล้านดออลาร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่ามหัศจรรย์สำหรับบุคคลที่ยังไม่ได้มีชื่อทางการเมืองมากนัก และนามสกุลของเขายังอ่านยากด้วย


ผู้ที่สนับสนุนนายบูทเทดเจดจ์ ระบุว่า ชอบพลังในตัวของเขา และชื่นชอบความเป็นคนรุ่นใหม่ ที่น่าจะให้มุมมองใหม่ๆ กับรัฐบาลสหรัฐฯได้ และเป็นสิ่งที่สหรัฐฯต้องการในตอนนี้ ขณะที่กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ก็มองว่า การที่บูทเทดเจดจ์จะได้เป็นผู้ชิงประธานาธบดีสหรัฐฯคนแรกที่เป็นเกย์ นั้นมีความหมายต่อพวกเขามาก

อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครชิงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตบางคนก็โจมตีนายบูทเทดเจดจ์เช่นกัน เช่น นายโจ ไบเดน ถึงกับเรียกนายบูทเทดเจดจ์ว่า เป็นนายกเทศมนตรีจากเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีประสบการณ์มากพอในการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ


นอกจากนี้ แคมเปญหาเสียงของนายไบเดนยังออกวีดีโอออนไลน์เปรียบเทียบความสำเร็จระหว่างนายไบเดนในฐานะรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับนายบูทเทดเจดจ์ในฐานะนายกเทศมนตรี ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องเล็กๆ เช่น การเปลี่ยนอิฐ เปลี่ยนไฟสะพาน และการออกใบอนุญาตติดชิปสัตว์เลี้ยงของเมืองเซาท์ เบนด์ และนายไบเดนยังย้ำด้วยว่า พรรคเดโมแครตจะตกอยู่ในภาวะเสี่ยง หากเลือกผู้ที่ไม่เคยมีตำแหน่งระดับสูงไปกว่านายกเทศมนตรีของเมืองมาเป็นตัวแทนพรรคไปต่อกรกับนายทรัมป์

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงประธานาธิบดี มีสมาชิกเพียงสองคนเท่านั้นที่ไม่ได้มีตำแหน่งระดับสูงใดๆ แต่สามารถเอาชนะการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐไอโอวา และนิวแฮมเชียร์ ได้ และชยะการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคในท้ายที่สุด นั่นก็คือนายอัล กอร์ในปี 2000 และนายจอห์น แคร์รี่ ในปี 2004


สำหรับนายบูทเทดเจดจ์ เขายังคงต้องลุ้นผลการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวแฮมเชียร์ต่อไป แม้คะแนนนิยมของเขากำลังดี แต่รัฐนิวแฮมเชียร์นั้นไม่ง่าย เพราะเป็นรัฐที่นายเบอร์นี แซนเดอร์ เอาชนะอย่างมีนัยยะสำคัญในการเลือกตั้งขั้นต้นเมื่อสี่ปีก่อน และดูเหมือนว่าผู้สนับสนุนของเขาจะยังคงไม่เปลี่ยนใจ

นอกจากนี้ แม้จะเอาชนะการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐแรกแบบหักปากกาเซียนมา แต่หนทางของนายบูทเทดเจดจ์ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในหลายรัฐเขามีคะแนนนิยมไม่ติดอันดับต้นๆ และผลสำรวจหลายแห่งก็พบว่า เขายังไม่ได้เสียงสนับสนุนจากกลุ่มคนผิวสี และยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักสำหรับกลุ่มคนฐานเสียงหลักของพรรคเดโมแครต

ขณะที่ นายบูทเทดเจดจ์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ตัวเขาหวังว่าหากประสบความสำเร็จทั้งในรัฐไอโอวาและนิว แฮมเชียร์ ก็จะทำให้สมาชิกพรรคเดโมแครตทั่วสหรัฐฯหันมามองและให้โอกาสเขามากขึ้นเช่นกัน


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand