2
shared

กรมป่าไม้ลุยชี้แนวเขตที่ดิน”ปารีณา”12 ก.พ.-ยันหากอยู่ในอำนาจฟันทันที

7 กุมภาพันธ์ 2563 12:47 967
กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ลงตรวจชี้แนวเขต ปมปัญหาที่ดิน”เอ๋”ปารีณา ไกรคุปต์ 12 ก.พ.ยันหลังกฤษฎีกา ตีความ หากอยู่ในอำนาจของกรมป่าไม้ ก็พร้อมดำเนินคดีทันที

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีการถือครองที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หลังจากเวลาผ่านไปร่วม 1 เดือน ว่าที่ผ่านมาได้มีการประสานงานกันภายใน ซึ่งคาดว่าเร็วๆนี้ กฤษฎีกา คงจะมีการตีความการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ออกมาว่า จะอยู่ในอำนาจของสำนักสำนักงานการปฏิรูปที่ดินและเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้

 

 

สำหรับในส่วนกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ มีการเตรียมพร้อมในการรวบรวมพยานหลักฐาน และในวันที่ 12 กุมภาพันธุ์ นี้ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ก็จะลงพื้นที่ตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งมาเพื่อทำการตรวจชี้แนวเขต ในการประกอบสำนวนคดี ในส่วนที่ดินของ น.ส.ปารีณา ตามที่นายวีระ สมความคิด และกรมป่าไม้ได้แจ้งความร้องทุกข์ ไว้กับพนักงานสอบสวน

 

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมป่าไม้ ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ถือว่าล่าช้า และกรมป่าไม้ ก็จะดำเนินคดีทันที หากกฤษฎีกาตีความว่า อยู่ในอำนาจของกรมป่าไม้

 

สำหรับที่ดินเจ้าปัญหาของ น.ส.ปารีณา หลังจากตรวจสอบที่ดินเขาสนฟาร์มในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พบว่ามีการรุกล้ำที่ป่าสวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 30 ไร่ และอยู่ในแนวเขตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 อีก 16 ไร่ รวมบุกรุกป่า 46 ไร่

โดยก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบหมายให้คณะทำงาน นำเรื่องเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส) เพื่อดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไปในความผิดรวม 4 พ.ร.บ. ประกอบด้วย

 

1.ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตตามความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ต้องระวางโทษตามมาตรา 72

2.ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ตามความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ต้องระวางโทษตามมาตรา 31

3.เข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา

 

4.การกระทำผิดหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ตามความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97

 

 

โดยมีความผิดใน 4 พ.ร.บ. คือ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ประมวลกฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 โดยจะมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท 


เกาะติดข่าวที่นี่ 
website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand