5
shared

อบอุ่นใจ! คนไทยในอู่ฮั่นเล่าวินาทีเดินทางจากจีนกลับมาตุภูมิ

6 กุมภาพันธ์ 2563 19:20 2266
คนไทยในอู่ฮั่น 1 ในคนไทย 138 คน เล่าประสบการณ์การเดินทางจากอู่ฮั่นโดยเที่ยวบิน แอร์เอเชีย A320 สุดประทับใจทีมเจ้าหน้าที่ให้ความรู้อยากให้ทุกคนได้กลับบ้านจริงๆ

วันนี้ (6 ก.พ.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร คนไทยในอู่ฮั่น ซึ่งเป็น 1 ใน 138 คน ที่กลับโดยเที่ยวบินแอร์เอเชีย A320 เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เล่าประสบการณ์การเดินทางจากอู่ฮั่นกลับถึงประเทศไทย โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก "ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร" ระบุว่า

อู่ฮั่นถึงอู่ตะเภา

4 ก.พ. 62 เวลาประมาณตี 2 ครึ่ง พ่อกับแม่วีดีโอคอลมาปลุกเพราะกลัวลูกตกเครื่อง (เอ็นดูว์พ่อกับแม่) หลังจากนั้นก็นอนไม่หลับจึงเช็คร่างกาย และเก็บของเพื่อเตรียมตัวเดินทางจนถึงเวลา 7โมงเช้าจึงไปจุดนัดพบของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยที่ผมอยู่มีนักศึกษาที่ติดอยู่ทั้งหมด 4 คนคือผมและรุ่นพี่ผู้หญิงอีก 3 คน เมื่อทุกคนถึงจุดนัดพบจึงออกเดินทางโดยรถที่มหาวิทยาจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งระหว่างทางผมก็สังเกตุเห็นว่าทุกอย่างดูเงียบสงบ นอกจากรถเก็บขยะก็มีแค่รถของทางราชการเท่านั้นที่วิ่งอยู่บนถนน มีหมอกลง ทุกอย่างรอบๆเป็นสีเทาๆ ไม่ได้ดูวังเวงน่ากลัว แต่ดูเศร้าๆเสียมากกว่า


เมื่อถึงสนามบินเทียนเหอ เหมือนเราอยู่บนสถานีอวกาศ เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนใส่อพอลโล(ชุดป้องกันโรค) คอยดูแลความเรียบร้อย โดยเวลาที่ผมมาถึงนั้นก็มีคนไทยมารวมตัวกันเยอะแล้ว บ้างหาที่นั่ง บ้างหาที่นอน เพราะหลายคนเดินทางมาตั้งแต่เมื่อคืน ระหว่างรอเวลาก็จะมีพี่ๆจากสถาฑูต 3 ท่านที่เดินทางมากจากปักกิ่ง คอยเช็คยอด เช็คอุณหภูมิร่างกาย จัดเตรียมน้ำและขนมมาให้ทานแก้หิว และระหว่างรอพวกเราก็อัพเดทเปลี่ยนข่าวสารกันว่าตอนนี้เครื่องขึ้นจากไทยแล้วนะ ถึงตรงไหนแล้ว ก็บอกกันอยู่ตลอด

จนถึงเวลาประมาณ 10 โมง ก็ได้เวลา Check in ทุกคนใช้เวลา Check in ไวมาก ประมาณคนละ 15 วินาที หลังจากนั้นก็ทยอยผ่าน ตม.จีน ขั้นแรกจะมีการเข้าช่องตรวจโรค โดยจะเดินเข้าไปทีละคนแล้วจะมีเครื่องอยู่ด้านบน คอยสแกนอุณภูมิในร่างกายเรา หากอุณภูมิเกินที่เขากำหนดคุณก็จะไม่ได้ไปต่อ ซึ่งผมได้ทราบมาทีหลังว่าตรงจุดนี้มีผู้ไม่ผ่าน 2 คน ซึ่งแน่นอนว่า 2 คนนั้นต้องถูกกักตัวอยู่ในอู่ฮั่นต่ออีก 14 วัน หลังจากขั้นตอนนี้วิธีการก็จะเหมือนการผ่าน ตม.ทุกครั้ง


เมื่อทุกคนผ่าน ตม.ก็จะมานั่งรวมกันใน Gate เพื่อรอขึ้นเครื่อง เมื่อเครื่องมาก็ทยอยขึ้นเครื่องทีละคน โดยในช่องขึ้นเครื่องจะมีพี่ๆที่เป็นเจ้าหน้าที่จากไทยใส่ชุดอพอลโลคอยแจกเจลล้างมือ โดยให้ล้างมือตรงนั้นเลย แจกผ้าปิดปากอันใหม่ให้เปลี่ยน วัดไข้เพิ่มเติม ฆ่าเชื้อกระเป๋า และเก็บโทรศัพท์ไปฆ่าเชื้อ

เมื่อขึ้นเครื่อง คนแรกที่เจอคือพี่แอร์ในชุดอพอลโล พูดเพราะมาก น่ารักมาก คอยแนะนำและแจ้งเลขที่นั่งของเรา และถ้านั่งเรียบแล้วต้องทานแซนวิชและน้ำที่เตรียมไว้ให้ด้วยนะ ประมาณนี้ บรรยากาศในเครื่องก็จะผ่อนคลาย มีพี่ๆมาคอยช่วยจัดสัมภาระและถามหาความต้องการของเราตลอด ซึ่งช่วงรอเครื่องขึ้นใช้เวลานานพอสมควร เพราะทุกคนก่อนจะขึ้นเครื่องจะถูกจัดการฆ่าเชื้อในขั้นต้นแบบคนต่อคน


เมื่อเครื่องขึ้นผมก็หลับๆตื่นๆเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน แต่ผมคงเหนื่อยไม่เท่าพวกพี่ๆ ที่มารับเราแน่นอน โดยทั้งจากหน่วยงานภาคเอกชนเช่น นักบิน และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ต้องมารับความเสี่ยงทั้งที่เค้าเลือกจะไม่มาก็ได้ และหน่วยงานจากภาครัฐซึ่งหลายคนเป็นระดับ ผอ.ศูนย์ ผอ.โรงพยาบาล และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาด โดยระหว่างเดินทางพวกพี่ๆเหล่านี้ให้ความเป็นกันเองและคลายความเครียดให้กับพวกเราตลอดการเดินทาง ทั้งเสิร์ฟอาหารร้อนทั้งคอยบริการ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นครั้งแรกของหลายๆคน อาจตะกุกตะกักไปบ้างแต่น่ารักดี และที่สำคัญคือผมเพิ่งทราบภายหลังว่าอาหารร้อนที่เราได้ทานนั้นส่วนหนึ่งคืออาหารของพี่เค้าที่เสียสละมาให้ อันนี้ต้องขอขอบคุณอย่างสูงครับ ระหว่างทางบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนถึงอู่ตะเภา และเมื่อลงเครื่องก็มีรถบัสมารับเราเข้าที่พัก


ตลอดการเดินทางผมพูดได้อย่างเต็มปากว่าทุกคนมีความสุข และพวกพี่ๆทุกคนให้ความรู้สึกว่าอยากให้เราทุกคนกลับบ้านจริงๆ มันอบอุ่นมาก

ขอบคุณครับ

#รูปไม่ได้ลงไว้จินตนาการเพิ่มเติมกันเองก่อนนะครับ^^

#ให้อ่านเฉยๆไม่อนุญาตให้เผยแพร่นะ

#โพสหน้าจะโพสขายของบ้างละ555

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand