1
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 25 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ เชลซี

1 กุมภาพันธ์ 2563 22:08 474
เชลซี แม้จะยังไม่ชนะใครเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกัน แต่ก็สามารถบุกแบ่งแต้มจาก เลสเตอร์ ได้สำเร็จ หลังบุกเสมอ 2-2 โดย อันโตนิโอ รือดิเกอร์ เหมาคนเดียว 2 ประตู ทำให้ตอนนี้ สิงห์บลูส์ รั้งที่ 4 ตามเดิม ฝั่ง"จิ้งจอกสีน้ำเงิน"รั้งอันดับ 3 ทิ้งห่างกัน 8 คะแนน


วันนี้ (1 ก.พ. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 25 ของฤดูกาล ที่สนาม "คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม" เป็นการพบกันของ เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับ เชลซ๊ ลงสนามเวลา 19.30 น.


เริ่มเกมมา 10 นาที เจ้าถิ่น เลสเตอร์ ซิตี้ พยายามต่อบอลทำเกมรุก แต่ยังต่อบอลได้ไม่ดีพอ แถมยังเป็นทีมเยือนอย่างเชลซี ที่ได้จังหวะลุ้นบุกมากกว่า แต่ทั้งสองทีมยังไม่มีทีมใดทำประตูได้ เสมอกันอยู่ 0-0 

นาทีที่ 16 เมสัน เมาท์ ไหลบอลให้ แทมมี่ อับราฮัม ก่อนแทงบอลต่อไปให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า แล้วตวัดบอลกลับมาให้ แทมมี่ อับราฮัม แต่บอลดันย้อนหลังไปทำให้ไม่มีจังหวะได้ยิง 

นาทีที่ 21 แทมมี่ อับราฮัม ได้บอลในเขตโทษ ก่อนโดน คากลาร์ โซยุนคู สะกัดล้มไป ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าเป็นจุดโทษ ก่อนที่VAR จะขอเชคจังหวะดังกล่าวก่อนตัดสินให้ไม่เป็นจุดโทษตามเดิม

หลังจากนั้นอีก 4 นาที อโยเซ่ เปเรซ โหม่งบอลช่งให้ เจมี่ วาร์ดี้ได้ยอลหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงแต่บอลไปติดเซฟของ วิลลี่ กาบาเยโร่

นาทีที่ 36 จากจังหวะเตะมุมของเจ้าถิ่น เจมส์ แมดดิสัน เปิดบอลเข้ามาบอลอยไปถึง เบน ชิลเวลล์ ก่อนตัดสินใจยิงด้วยซ้าย บอลเหินข้ามคานออกไป 

นาทีที่ 41 คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ได้บอลหลุดไปด้านขวาก่อนจ่ายเข้ากลางในเขตโทษ ริคาร์โด้ เปไรร่า สะกัดบอลไม่ดี บอลไปเข้าทาง เมสัน เมาท์ ได้จังหวะยิงในเขตโทษ แต่บอลยังไปติดกองหลังเจ้าถิ่น 

หมดเวลาการแข่งขันครึ่งเวลาแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอกับ เชลซี 0-0


เริ่มครึ่งหลังมาเพียงนาทีเดียว เป็นทางฝั่ง เชลซี ได้จังหวะลุ้นประตู จากจังหวะเตะมุมก่อนเป็น เมสัน เมาท์ เปิดเข้ามาและเป็น อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ได้จังหวะโหม่งทำประตูเข้าไปช่วยให้ เชลซี ออกนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 

นาทีที่ 54 เป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นไปบุก เจมส์ แมดดิสัน จ่ายบอลสั้นให้ ยูริ ตีเลม็องส์ ก่อนจ่ายต่อให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้บอลเลี้ยงเดี่ยวขึ้นมาด้านซ้าย ก่อนตัดสินใจยิงบอลแฉลบกองหลังทีมเยือนเข้ามหัว วิลลี่ กาบาเยโร่ เข้าประตูไป ช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอ เชลซี 1-1 

นาทีที่ 64 เบน ชิลเวลล์ ได้บอลหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดบอลแต่มันล้นไปฝั่งขวา ก่อนไปเข้าทาง ริคาร์โด้ เปไรร่า ได้จังหวะเปิดกลับเข้าไปให้ เบน ชิลเวลล์ ได้จังหวะยิงในเขตโทษส่งบอลเข้าประตูไปให้ เลสเตอร์ ซิตี้ แซงขึ้นนำ เชลซี 2-1 

นาทีที่ 71 จางจังหวะฟรีคิกเป็น เมสัน เมาท์ ได้จังหวะเปิดเข้าไปและเป็น อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ได้จังหวะโหม่งเข้าไปช่วยให้ เชลซี ตามตีเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2

นาทีที่ 74 ทีมเยือนแก้เกมเลือกส่ง วิลเลี่ยน ลงสนามแทนที่ เปโดร และส่ง มัตเตโอ โควาซิช ลงสนามแทนที่ จอร์จินโญ่

หลังจากนั้น 3 นาที เจ้าถิ่นได้เตะมุม เจมส์ แมดดิสัน ได้จังหวะเปิดเข้า ก่อนเป็น จอนนี่ อีแวนส์ ขึ้นโหม่งโล่งๆบอลหลุดเสาออกไป 

นาทีที่ 80 จากจังหวะโต้กลับของเจ้าถิ่น ก่อนเป็น เจมี่ วาร์ดี้ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปแล้วได้จังหวะยิงแต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว 

หลังจากนั้นเพียงนาทีเดียว เจ้าถิ่นเปลี่ยตัว 2 คนรวดส่ง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ลงสนามแทนที่ เจมี่ วาร์ดี้ และส่ง เดนนิส ปราต ลงสนามแทนที่ ยูริ ตีเลม็องส์

ก่อนที่ในนาทีที่ 83 ทีมเยือนจะส่ง รอส บาร์คลี่ย์ ลงสนามแทนที่ แทมมี่ อับราฮัม

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเสมอ เชลซี 2-2 แบ่งกันไปทีมละแต้ม"จิ้งจอกสีน้ำเงิน"รั้งอันดับ 3 ทิ้งห่าง สิงห์บลูส์ ที่รั้งที่ 4 ของตาราง อยู่ที่ 8 คะแนนตามเดิม


รายชื่อผู้เล่น11คนแรกที่ลงเป็นตัวจริง

เลสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ส ชไมเคิ่ล - ริคาร์โด้ เปไรร่า, จอนนี่ อีแวนส์, คากลาร์ โซยุนคู, เบน ชิลเวลล์ -ฮัมซ่า เชาดูรี่- อโยเซ่ เปเรซ, ยูริ ตีเลม็องส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ - เจมี่ วาร์ดี้

เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ - รีซ เจมส์ , อันเดรส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เมสัน เมาท์ - คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, แทมมี่ อับราฮัม,เปโดร