1
shared

กินกันไม่ลง! "รือดิเกอร์"เบิ้ล เชลซีบุกแชร์แต้มเลสเตอร์ สุดมัน 2-2

1 กุมภาพันธ์ 2563 21:24 343
เชลซี แม้จะยังไม่ชนะใครเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกัน แต่ก็สามารถบุกแบ่งแต้มจาก เลสเตอร์ ได้สำเร็จ หลังบุกเสมอ 2-2 โดย อันโตนิโอ รือดิเกอร์ เหมาคนเดียว 2 ประตู ทำให้ตอนนี้ สิงห์บลูส์ รั้งที่ 4 ตามเดิม ฝั่ง"จิ้งจอกสีน้ำเงิน"รั้งอันดับ 3 ทิ้งห่างกัน 8 คะแนน

เริ่มเกมมา 10 นาที เจ้าถิ่น เลสเตอร์ ซิตี้ พยายามต่อบอลทำเกมรุก แต่ยังต่อบอลได้ไม่ดีพอ แถมยังเป็นทีมเยือนอย่างเชลซี ที่ได้จังหวะลุ้นบุกมากกว่า แต่ทั้งสองทีมยังไม่มีทีมใดทำประตูได้ เสมอกันอยู่ 0-0 

นาทีที่ 16 เมสัน เมาท์ ไหลบอลให้ แทมมี่ อับราฮัม ก่อนแทงบอลต่อไปให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า แล้วตวัดบอลกลับมาให้ แทมมี่ อับราฮัม แต่บอลดันย้อนหลังไปทำให้ไม่มีจังหวะได้ยิง 

นาทีที่ 21 แทมมี่ อับราฮัม ได้บอลในเขตโทษ ก่อนโดน คากลาร์ โซยุนคู สะกัดล้มไป ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าเป็นจุดโทษ ก่อนที่VAR จะขอเชคจังหวะดังกล่าวก่อนตัดสินให้ไม่เป็นจุดโทษตามเดิม

หลังจากนั้นอีก 4 นาที อโยเซ่ เปเรซ โหม่งบอลช่งให้ เจมี่ วาร์ดี้ได้ยอลหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงแต่บอลไปติดเซฟของ วิลลี่ กาบาเยโร่

นาทีที่ 36 จากจังหวะเตะมุมของเจ้าถิ่น เจมส์ แมดดิสัน เปิดบอลเข้ามาบอลอยไปถึง เบน ชิลเวลล์ ก่อนตัดสินใจยิงด้วยซ้าย บอลเหินข้ามคานออกไป 

นาทีที่ 41 คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ได้บอลหลุดไปด้านขวาก่อนจ่ายเข้ากลางในเขตโทษ ริคาร์โด้ เปไรร่า สะกัดบอลไม่ดี บอลไปเข้าทาง เมสัน เมาท์ ได้จังหวะยิงในเขตโทษ แต่บอลยังไปติดกองหลังเจ้าถิ่น 

หมดเวลาการแข่งขันครึ่งเวลาแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอกับ เชลซี 0-0

เริ่มครึ่งหลังมาเพียงนาทีเดียว เป็นทางฝั่ง เชลซี ได้จังหวะลุ้นประตู จากจังหวะเตะมุมก่อนเป็น เมสัน เมาท์ เปิดเข้ามาและเป็น อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ได้จังหวะโหม่งทำประตูเข้าไปช่วยให้ เชลซี ออกนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 

นาทีที่ 54 เป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นไปบุก เจมส์ แมดดิสัน จ่ายบอลสั้นให้ ยูริ ตีเลม็องส์ ก่อนจ่ายต่อให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้บอลเลี้ยงเดี่ยวขึ้นมาด้านซ้าย ก่อนตัดสินใจยิงบอลแฉลบกองหลังทีมเยือนเข้ามหัว วิลลี่ กาบาเยโร่ เข้าประตูไป ช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอ เชลซี 1-1 

นาทีที่ 64 เบน ชิลเวลล์ ได้บอลหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดบอลแต่มันล้นไปฝั่งขวา ก่อนไปเข้าทาง ริคาร์โด้ เปไรร่า ได้จังหวะเปิดกลับเข้าไปให้ เบน ชิลเวลล์ ได้จังหวะยิงในเขตโทษส่งบอลเข้าประตูไปให้ เลสเตอร์ ซิตี้ แซงขึ้นนำ เชลซี 2-1 

นาทีที่ 71 จางจังหวะฟรีคิกเป็น เมสัน เมาท์ ได้จังหวะเปิดเข้าไปและเป็น อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ได้จังหวะโหม่งเข้าไปช่วยให้ เชลซี ตามตีเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2

นาทีที่ 74 ทีมเยือนแก้เกมเลือกส่ง วิลเลี่ยน ลงสนามแทนที่ เปโดร และส่ง มัตเตโอ โควาซิช ลงสนามแทนที่ จอร์จินโญ่

หลังจากนั้น 3 นาที เจ้าถิ่นได้เตะมุม เจมส์ แมดดิสัน ได้จังหวะเปิดเข้า ก่อนเป็น จอนนี่ อีแวนส์ ขึ้นโหม่งโล่งๆบอลหลุดเสาออกไป 

นาทีที่ 80 จากจังหวะโต้กลับของเจ้าถิ่น ก่อนเป็น เจมี่ วาร์ดี้ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปแล้วได้จังหวะยิงแต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว 

หลังจากนั้นเพียงนาทีเดียว เจ้าถิ่นเปลี่ยตัว 2 คนรวดส่ง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ลงสนามแทนที่ เจมี่ วาร์ดี้ และส่ง เดนนิส ปราต ลงสนามแทนที่ ยูริ ตีเลม็องส์

ก่อนที่ในนาทีที่ 83 ทีมเยือนจะส่ง รอส บาร์คลี่ย์ ลงสนามแทนที่ แทมมี่ อับราฮัม

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเสมอ เชลซี 2-2 แบ่งกันไปทีมละแต้ม"จิ้งจอกสีน้ำเงิน"รั้งอันดับ 3 ทิ้งห่าง สิงห์บลูส์ ที่รั้งที่ 4 ของตาราง อยู่ที่ 8 คะแนนตามเดิม

รายชื่อผู้เล่น11คนแรกที่ลงเป็นตัวจริง

เลสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ส ชไมเคิ่ล - ริคาร์โด้ เปไรร่า, จอนนี่ อีแวนส์, คากลาร์ โซยุนคู, เบน ชิลเวลล์ -ฮัมซ่า เชาดูรี่- อโยเซ่ เปเรซ, ยูริ ตีเลม็องส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ - เจมี่ วาร์ดี้

เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ - รีซ เจมส์ , อันเดรส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เมสัน เมาท์ - คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, แทมมี่ อับราฮัม,เปโดร