4
shared

คลังจ่อออก"ชิม ช้อป ใช้ 4"กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ก.พ.นี้

28 มกราคม 2563 17:40 664
คลังจ่อออก"ชิม ช้อป ใช้ 4"กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ก.พ.นี้

กระทรวงการคลัง จ่อออก"ชิม ช้อป ใช้ 4"กระตุ้นเศรษฐกิจใน ก.พ.63  พร้อมเตรียมทบทวนจีดีพีไทยปีนี้ หลังมองมีโอกาสหลุดเป้าหมาย

วันนี้ ( 28 ม.ค. 63)  นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  กระทรวงเตรียมจะออกมาตรการ"ชิม ช้อป ใช้" เฟส 4   ในช่วงเดือน ก.พ.63  นี้   เพื่อให้เกิดผลกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะจัดทำมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากที่สุด โดยกลุ่มเป้าหมายจะยังเน้นที่ประชาชนและร้านค้าในประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะคงกลุ่มเป้าหมายเดิมและเพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่เข้ามาเสริม

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังจะทบทวนประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปีนี้ จากเป้าหมายเดิมคาดว่าจะเติบโต 3.3% เนื่องจากมีหลายปัจจัยกระทบ โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว และเหตุการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากจีน ซึ่งจะประเมินให้อยู่ในภาพของความเป็นจริง แต่ยืนยันว่า รัฐบาลมีวิธีการบริหารจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้น

สำหรับ สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ ทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยชะลอตัวลงตามไปด้วย ขณะที่ การใช้จ่ายในประเทศก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้น กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรมสรรพากร และกรมบัญชีกลาง เร่งพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย และการบริโภคภายในประเทศเพิ่มเติม ซึ่งจะต้องเสร็จและสามารถดำเนินการได้ภายในเดือน ก.พ. 63

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประเมินผลมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ เฟส 3 ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ โดยมีผู้ได้รับสิทธิ 12.6 ล้านคน ร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการ จำนวน 1.7 แสนร้านค้า มีผู้ใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ช่องที่ 1 วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท และช่วงที่ 2 วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ดี สศค.ได้คิดมาตรการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวเมืองไทย และสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขณะเดียวกันจะมีมาตรการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ดีขึ้น โดยจะให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในการปรับปรุงที่พัก แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงอาจจะให้ผู้ประกอบการนำค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มาหักลดหย่อนภาษีได้มากกว่า 1 เท่า

"ในเบื้องต้น มาตรการนี้สามารถนำเงินจากงบกลางปี 2563 มาใช้ได้ก่อน เช่น หากมีความต้องการใช้เงิน 1 หมื่นล้านบาท ก็สามารถขอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เพื่อนำมาใช้ก่อน โดยปัจจุบันยังเหลือเงินจากมาตรการชิม ช้อป ใช้ที่ดำเนินการมาแล้ว 5 พันล้านบาท จากทั้งหมด 1.9 หมื่นล้านบาท" นายอุตตม กล่าว

ส่วน แนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่าลงนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองว่า  จะส่งผลดีกับภาคการส่งออกอย่างแน่นอน แต่จะมากน้อยแค่ไหนยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการส่งออก ทั้งอุปสงค์ของตลาดโลกที่ยังชะลอตัว  ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงเรื่องโรคระบาด ในส่วนของไทยยืนยันว่า ควบคุมได้ แม้ว่าจะเจอเคสใหม่ก็ตาม และ ครม. ยังไม่มีมติห้ามคนจีนเข้าประเทศ โดยทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า ผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เชื่อว่า จะเกิดขึ้นในระยะสั้น 2 สัปดาห์ ความรุนแรงยังเทียบเท่าช่วงที่เกิดไวรัสซาร์สไม่ได้  แต่ยอมรับว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว จึงคาดว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3.3% แต่เชื่อว่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 2.5%  ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังจะออกมา



เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand