2
shared

ถอดรหัส...สัปดาห์24 ลิเวอร์พูลเฮท้ายเกม,เลสเตอร์คืนฟอร์ม,แมนซิตี้-สเปอร์สหืดจับ,แมนยูคารัง

24 มกราคม 2563 08:14 852
จบไปแล้วสำหรับฟุตบอล พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 24 ต้องบอกว่ามีหลายคู่หลายเกมที่น่าสนใจ วันนี้เราจะพาไปถอดรหัสผลงานของแต่ละทีมกัน

รหัส001 ลิเวอร์พูลเฮท้ายเกมอีก ชนะ14เกมติด ทิ้งห่าง16 คะแนน

ลิเวอร์พูล ที่ต้องออกแรงบุกไปเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน แต่วันนี้จัดเกมรุกแบบเต็มพิกัดส่งทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ ลงสนามกันครบครัน เกมนี้ช่วงแรก"หงส์แดง" แทบไม่ต้องออกแรงอะไรมากมาย เพียง 7 นาที  จากจังหวะเตะมุม และเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ โหม่งให้ทีมออกนำ 1-0 โดยที่ไม่มีใครตามประกบ เพราะมัวไปพะวงกับ โจ โกเมซ และ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค เกินไปสำหรับเจ้าถิ่น 

แต่หลังจากนั้นลิเวอร์พูลก็พยายามหาจังหวะทำประตูที่ 2 แต่ยังไม่มีช่องทำได้ สุดท้าย พอเกมดำเนินถึงนาทีที่ 33 ซาดิโอ มาเน่ ก็มามีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว สุดท้ายจึงโดนเปลี่ยนตัวออกและให้ ทาคูมิ มินามิโนะ ลงสนามแทน ทำให้พลังเกมรุกของฝั่ง"หงส์แดง"ลดลง

ทำให้พอเข้าครึ่งหลังเจ้าถิ่นถึงเริ่มมีจังหวะได้โต้กลับบ้างและยิ่ง อดาม่า ตราโอเร่ ได้พื้อนที่ทำงานทางปีกขวาประกอบกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เอาไม่อยู่ จึงทำให้ ลิเวอร์พูล โดนตีเสมอในช่วงครึ่งหลัง แต่หลังจากนั้นเกมก็ดูสูสีมากๆ แต่โอกาสขึ้นนำถึง 2 ครั้งของเจ้าถิ่นดันถูกปฎิเสธโดย อลิสซอน เบ็คเกอร์ หลังจากนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ จึงเปลี่ยนตัวเพื่อแก้เกมส่ง ฟาบินโญ่ ลงสนามแทนที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในนาทีที่ 70 เพื่อทำให้เกมตรงกลางแน่นขึ้น แต่อีกงานคือขยับไปช่วยสะกัดกั้น อดาม่า ตราโอเร่ 

พอเกมดำเนินเข้าสู่ช่วงท้ายเกมก็เป็น โรแบร์โต้ ฟีรมิโน่ มายิงประตูชัยช่วยให้ทีมชนะได้สำเณ็จ แต่ประตูต้องชม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คนจ่ายบอล เพราะไปจ่ายบอลจากขาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เลี้ยงบอลมาก่อนพยายามหาช่องซึ่งไม่แน่ใจว่าจะยิงหรือจะจ่าย แต่ เฮนเดอร์สัน คิดเร็วและเลือกทำได้ดี จนทีมเก็บชัยชนะได้ 

เกมหน้าของ ลิเวอร์พูล คือบุกไปเยือนเวสต์แฮม ช่วงวันที่ 30 มกราคมนี้ ถ้าเก็บชัยชนะได้ ซึ่งไม่น่าจะยากจนเกินไป "หงส์แดง"จะทิ้งห่างแมนฯ ซิตี้ ออกไปเป็น 19 คะแนน 

รหัส 002 แมนฯซิตี้ หืดจับเฉือน เชฟฟิลด์ ยูฯ 1-0 

หลังจากที่เกมที่แล้วทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ คริสตัล พาเลซ 2-2  มาเกมนี้ต้องออกไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูฯ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัดนักเตะแบบชุดใหญ่ตามคาด ลงสนามครบทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้, แฟร์นันดินโญ่ ในแดนกลาง ส่วนแนวรุก 3 ประสานมีทั้ง ริยาด มาห์เรซ,กาเบรียล เชซุส และ ราฮีม สเตอร์ลิง พักทางด้านของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ไว้บนม้านั่งสำรอง ทางด้านแนวรับมีข่าวดี อายเมอริค ลาป๊อกร์ต กลับมาลงสนามได้แล้ว หลังบาดเจ็บไปนาน 

เกมนี้ฝั่งทีมเยือน "เรือใบสีฟ้า" ก็ครองบอลได้มากกว่าตามสูตร แต่ในช่วงแรกโอกาสจบสกอร์ยังน้อย แถมได้ยิงแต่ละครั้งก็ยังแทบไม่ได้ลุ้นอะไรมากมาย พอเกมดำเนินถึงนาที 35 จุดสำคัญแรกก็มาถึง หลัง ริยาด มาห์เรซ โดนทำฟาวล์ในเขตโทษ แมนฯ ซิตี้ ได้จุดโทษ แต่ กาเบรียล เชซุส ยิงไม่เข้า ทำให้ฝั่งทีมเยือนเริ่มกดดัน เพราะยิงนานไปยังเจาะไม่เข้า

สุดท้ายในครึ่งหลัง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จึงต้องส่ง ดาวยิงคนสำคัญลงสนามเพื่อหวังมาปิดบัญชี ก่อนที่เจ้าตัวจะทำได้สำเร็จในนาที 73 และประตูนั้นก็เป็นประตูเดียวในเกมนี้ เกมนี้มีบางอย่างที่เห็นได้ชัด คือเกมรับของ"เรือใบสีฟ้า"เหนียวแน่นขึ้นหลัง อายเมอริค ลาป๊อกร์ต กลับมาประจำการ ทำให้ แฟร์นันดินโญ่ ได้ขยับไปเล่นกองกลางในตำแหน่งที่ถนัด 

การชนะเกมนี้ ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ มีคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่ที่ 16 คะแนน เท่าเดิม แล้วยิ่งเกมหน้าถือว่าหนักมากสำหรับฝั่ง"เรือใบสีฟ้า"เพราะต้องออกไปเยือน สเปอร์ส ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ถ้าเก็บสามแต้มไม่ได้ล่ะก็ ช่องว่างนะจะขยับไปไกลถึงห่าง20แต้มแน่นอน 

รหัส003 สเปอร์ส เฮแรกรอบ5เกม ตามหลังท็อปโฟร์ 6 คะแนน

ผลงานก่อนหน้านี้ของลูกทีม โชเซ่ มูรินโญ่ คือ 4 เกมหลังสุดเก็บได้เพียง 2 คะแนนเท่านั้น แถม 3 เกมหลังสุด ยิงใครไม่ได้เลย หรืออาจเป็น แต่เกมนี้ได้ลงเล่นในรังเหย้ารับมือ นอริช ซิตี้ 

เกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ จัดทีมชุดที่ดีดีที่สุด ขาดเพียง แฮร์รี่ เคน ที่บาดเจ็บ นอกนั้นใช้ 3 ประสานในแนวรุกทั้ง เอริก ลาเมล่า, ลูคัส มูร่า, ซน ฮึง-มิน ด้านแผงกองกลาง นำโดย เดเล่ อัลลี่,แฮร์รี่ วิงค์ส และยังส่ง โจวานนี่ โล เซลโซ่ ลงมาเล่นในตำแหน่งของ คริสเตียน เอริคเซ่น 

เกมนี้ดูแล้วเหมือนจะเป็นเกมง่ายๆของฝั่ง"ไก่เดือยทอง"เพราะได้ลงเล่นในบ้าน แถมตัวที่ส่งลงก็ถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุด แถม ยังได้ประตูออกนำไปอย่างรวดเร็วจาก เดเล่ อัลลี่ ในครึ่งแรก พอเกมเข้าสู่ช่วงนาทีที่ 70 เซสเซยง ไปสกัด แอรอนส์ จากด้านหลัง ทำให้ทีมเสียจุดโทษ ก่อนเป็น ตีมู ปุ๊กกี้ ยิงเข้า 

แต่ยังดีที่ พอเกมเข้าสู่นาทีที่ 79 ซน ฮึง-มิน จะมายิงประตูช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะได้สำเร็จ ชัยชนะเกมนี้ ทำให้ สเปอร์ส เก็บชัยชนะได้ในรอบ 5 เกม พร้อมทำคะแนนตามหลัง เชลซี เหลือเพียง 6 คะแนน โอกาสลุ้นทำอันดับไปติดอันดับ 4 กลับมาอีกครั้ง 

แต่งานยากก็มาต่อเนื่อง เพราะเกมหน้าแม้จะยังได้เล่นในรังเหย้า แต่ผู้มาเยือนดันเป็น แมนฯ ซิตี้ ในวันที่ 2 กุมพาพันธ์ ดูแล้วแม้อาจจะมีแต้มติดมือ แต่ถ้าคู่แข่งทีมอื่นๆเช่น เชลซี หรือ แมนฯยูฯ ชนะ คะแนนก็จะขยับห่างไปอีก 

รหัส004 เลสเตอร์คืนฟอร์ม รั้งที่3ยาวๆ

หลังจากที่ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" ฟอร์มช็อตไปซะดื้อๆ หลังก่อนหน้านี้ พ่ายมาแล้ว 2เกม ต่อทั้ง เซาธ์แฮมป์ตัน และ เบิร์นลี่ย์ ด้วยสกอร์เดียวกันคือ 1-2 แถม ถ้าเข้าไปดูในรายละเอียดของเกมจะพบว่าทั้ง 2เกมนี้ เลสเตอร์ออกนำ ไปก่อนด้วย แต่พลาดโดนคู่แข่งยิงแซง

เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จัดทัพที่ดีที่สุดลงสนามเพื่อให้ เลสเตอร์ ซิตี้ รักษาอันดับ 3 ของตารางเอาไว้ให้ได้ โดย เจมส์ แมดดิสัน ลงทำเกมตรงกลางคู่กับ ยูริ ตีเลมันส์ เกมริมเส้นใช้ อโยเซ่ เปเรซ และ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ วาง เจมี่ วาร์ดี้ เป็นกองหน้าตัวเป้า 

วันนี้ เลสเตอร์ ทำหน้าที่ได้ดี แถมมาได้ประตูออกนำเร็วในนาทีที่ 24 จาก ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ หลังจากนั้น"จิ้งจอกสีน้ำเงิน"ก็เจอปัญหากับการบาดเจ็บของตัวผู้เล่น หลัง น็อมปาลิส เมนดี้ และ เจมี่ วาร์ดี้ แต่ก่อนหมดครึ่งแรก เลสเตอร์ มาได้ ริคาร์โด้ เปเรยร่า ทำประตูให้ทีมนำห่าง 2-0 

พอกลับมาในครึ่งหลัง ดันมาโดน เวสต์แฮม ไล่ตามมาเป้น 1-2 ในนาทีที่ 48 ทำให้หลังจากนั้น เลสเตอร์ เริ่มเจอความกดดัน แต่ก็ยังพอประคองตัว รอดไปได้ ก่อนมาได้ อโยเซ่ เปเรซ ยิงเพิ่มอีก 2 ประตู ช่วยให้ทีม เอาชนะ เวสต์แฮม ไปอย่างเด็ดขาด 4-1 

ทำให้ตอนนี้ เลสเตอร์ รั้งอันดับ 3 ของตาราง อย่างสบายๆ หลังมีแต้ม นำห่างเชลซี อันดับ 4 เป็น 8 คะแนนแล้ว แถมเกมหน้าในลีก ต้องเปิดรัง พบ เชลซี ในวันที่ 1 กุมพาพันธ์ แต่ก่อนหน้านั้น ต้องลงเล่นบอลถ้วย 2 รายการติด ถ้าหมุนเวียนตัวดีๆ หรือเก็บตัวหลักเพื่อไว้รับมือ "สิงห์บลูส์" โดยเฉพาะ ถ้าเก็บชัยชนะได้ จะทิ้งห่างเป็น 11 คะแนนทันที ดูแล้วถ้าทำได้ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน"จะยึดอันดับ 3 ได้อย่างแน่นอน

รหัส005 แมนฯยูฯ ยังไม่ฟื้น พ่าย2เกมติด 

"ปีศาจแดง"ที่มีผู้เล่นสำคัญหลายคน ทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด,ปอล ป็อกบา และ สก็อต แม็คโทมิเนย์ เป็นต้น ผลงาน 4 เกมหลังสุด แพ้ไปถึง 3 นัด แถมแพ้ด้วยสกอร์ 0-2 ทั้งสามนัด 

ทำให้ตอนนี้เก้าอี้ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กลับมาร้อนอีกครั้ง แม้บอร์ดบริหารจะยืนยันว่ายังหนุนหลัง โค้ชชาวนอร์เวย์ เต็มที่ แต่ผลงานเกมล่าสุด ผลงานนั้นต้องบอกว่าแย่จริงๆ เพราะแพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-2 คารังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมช่วงท้ายเกมนั้น ทีมเยือนไปเน้นเกมรับเต็มที่ แต่"ปีศาจแดง"ไม่อาจเดินหน้าเจาะได้

เกมนี้ถ้ามองไปที่จุดเปลี่ยนของเกมคงต้องบอกไปว่า น่าจะเป็นช่วงนาทีที่ 34 ขณะที่ทั้ง 2 ทีมยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0 เมื่อ เนมานย่า มาติช จ่ายบอลทะลุช่องให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ แต่มาโดน ชาร์ลี เทยเลอร์ สะกัดได้ก่อนที่จะยิง ทั้งๆที่จุดนั้น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ควรจะยิงได้ก่อนที่จะโดนสะกัดได้ ถ้าลูกนั้นเป็นประตู เกมคงจะเปลี่ยนไปจากเดิมแน่นอน 

ตอนนี้เกมรุกของ"ปีศาจแดง"แย่เอามากๆ ยิงได้เพียง 36 ประตูเท่านั้น ส่วนเกมรับก็เสียประตูง่ายๆ โดนเจาะไปแล้วถึง 29 ครั้ง เกมหน้าวันที่ 2 กุมพาพันธ์ หลังจบจากการลงเล่นฟุตบอลถ้วยทั้ง 2 รายการ แมนฯยูไนเต็ด จะเปิดบ้านพบ วูล์ฟแฮมป์ตัน ถ้าไม่ชนะละก็ เตรียมตัวเปิดโค้ชคนใหม่ได้เลย ดูแล้วบอร์ดบริหารคงจะไม่เอาไว้แน่ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตัดเกรด...11นักเตะลิเวอร์พูลยิงท้ายเกมบุกเฉือนวูล์ฟแฮมป์ตัน2-1 ทิ้ง16แต้ม

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 24 วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล

แซวเก่ง!มูรินโญ่ปล่อยมุกถามนักข่าวบรูโนย้ายซบแมนยูแล้วหรือยัง?

อาร์เซน่อลเตรียมยื่นสัญญาใหม่ให้มาร์ติเนลลี่

ได้อยู่ต่อ!บอร์ดแมนยูยังหนุนโชลซาแม้ผลงานไม่ดี

รอบ57ปี!แฟนผีโห่สนั่นแมนยูแพ้เบิร์นลีย์คารัง-ออกสตาร์ตสุดเลวร้าย (ไฮไลท์)

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand