1
shared

ถอดรหัส...สัปดาห์23 ลิเวอร์พูลรอฉลองแชมป์,แมนซิตี้เจ๊า สเปอร์สหวิดแพ้ เลสเตอร์ควงเชลซีพัง

20 มกราคม 2563 09:47 1648
จบไปแล้วสำหรับฟุตบอล พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 23 ต้องบอกว่ามีหลายคู่หลายเกมที่น่าสนใจ วันนี้เราจะพาไปถอดรหัสผลงานของแต่ละทีมกัน

รหัส001 ลิเวอร์พูลรอฉลองแชมป์ ทิ้งห่าง"เรือใบ"16แต้ม

ลิเวอร์พูล บุกชนะสเปอร์ส 1-0 มาจากเกมเมื่อสัปดาห์ ที่แล้ว เกมนี้ได้เล่นในรังเหย้า ในเกมสุดสำคัญ ก็จัดจัดผู้เล่นแนวรุกชุดใหญ่ชุดเดิมลงสนามทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ ฝั่งทีมเยือน "ปีศาจแดง"ขาดผู้เล่นสำคัญหลายคน ทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เพิ่งเจ็บมาจากเกมเอฟเอคัพกลางสัปดาห์ นี่ยังไม่นับทั้ง ปอล ป๊อกบา และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

ทำให้เกมนี้ช่วงแรก ฝั่ง "หงส์แดง" พยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ตลอดแต่ยังทำประตูไม่ได้ ก่อนที่ในนาทีที่ 15 จะเป็น เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ที่โหม่งทำประตูช่วยให้ทีมออกนำ 1-0 หลังจากนั้น ก็ยังบุกอย่างต่อเนื่อง แต่ยังหาช่องเจาะทำประตูที่ 2 ไม่ได้ 

จนเกมเข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เป็นทางฝั่งของ ทีมเยือน ที่ได้ลุ้นอยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถหาประตูตีเสมอได้ ยิ่งในช่วง นาทีที่ 41 ที่ อันเดรส เปเรร่า วิ่งเข้ามาชาร์จไม่โดนบอล นั้นคือโอกาสที่น่าประตูมากที่สุดของแมนฯยูไนเต็ด ในครึ่งแรก 

ช่วง 15 นาทีแรกของครึ่งหลัง เป็นทาง ลิเวอร์พูล เดินหน้าบุกอย่างหนักจนทีมเกือบได้ประตูที่ 2 หลายต่อหลายครั้ง แต่ยิงไม่ได้ สุดท้ายกลับกลายเป็นยื่นโอกาสให้ แมนฯยูไนเต็ด มีโอกาส ลุ้นประตูตีเสมอ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ก็เริ่มแก้เกม ด้วยการส่ง ฆวน มาต้า กับ เมสัน กรีนวู้ด ถูกส่งลงสนามแทนที่ อันเดรส เปเรร่า และ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แต่กว่าจะขยับก็ปาเข้าไป นาทีที่ 74 แล้ว

มันมีเวลาน้อยเกินไปที่จะเปลี่ยนแปลงเกมได้ แต่เกมของฝั่งทีมเยือนดูดีขึ้น แต่ก็ยังโชคร้าย มาเสียประตู ที่ 2 ในนาทีสุดท้าย จากการยิงของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในนาทีที่ 90+3 นั้นคือการแก้เกมอีกแบบของ เจอร์เก้น คล็อปป์ อีกแบบหนึ่ง หลังเลือกเก็บ ซาลาห์ ไว้ในสนาม แทนที่จะเก็บ ซาดิโอ มาเน่ เอาไว้ เกมนี้ตรงกลางสนามของ ลิเวอร์พูล เล่นได้ดีเอามากๆในทุกจุดจนเด่นกว่ากองกลางของทีมเยือน 

เกมรุกก็เฉียบขาดทำประตูได้หลากหลาย เกมรับก็เหนียวแน่นจนยากจะเจาะ ตอนนี้ ต้องบอกว่า"หงส์แดง"พร้อมคว้าแชมป์แล้วอยู่แค่ว่าจะได้เร็วที่สุดวันไหนเท่านั้น เกมหน้า ลิเวอร์พูล จะต้องบุกไปเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันที่ 24 มกราคมนี้ 

รหัส 002 แมนฯซิตี้ชวดคว้าชัย4เกมติด เกมรับรั่วโดนตีเสมอนาทีสุดท้าย

หลังจากที่เปิดบ้านชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ต่อด้วยเฉือน เอฟเวอร์ตัน 2-1 ก่อนที่สัปดาห์ที่แล้ว จะบุกถล่ม แอสตัน วิลล่า 6-1 พอเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็จัดนักเตะแบบหวุนเวียนกลับมาใช้ทั้ง ดาบิด ซิลบา,แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ ราฮีม สเตอร์ลิง แทนที่ทั้ง ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เชซุส ที่ทำได้ดีจากเกมที่แล้ว แต่ยังใช้ เซร์คิโอ อเกวโร่ เป็นหน้าเป้าลุ้นทำประตูต่อไป 

เกมนี้ก็เป็นไปตามคาด เพราะเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่น "เรือใบสีฟ้า"ก็เดินหน้าบุกแหลก หวังยิงประตูขึ้นนำให้ได้ก่อน แต่ยังทำไม่ได้ แม้จะครองบอลได้มากกว่าแต่ ยังเจาะไม่เข้าสุดท้ายมาเสียประตู จากการโดนโจมตีครั้งแรก ในนาทีที่ 39 โดน เซงค์ โตซุน โหม่งเข้าไปให้ คริสตัล พาเลซ ออกนำไปก่อน 

หลังจากนั้น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พยายามให้ลูกทีมเดินหน้าบุกอย่างหนัก แต่ยังหาช่องเจาะแทบไม่ได้ จนเหลือเวลาเพียง 10 นาทีสุดท้าย ทุกอย่างก็เป็นใจ หลัง เซร์คิโอ อเกวโร่ มาระเปิดฟอร์มยิงไป 2 ประตู ช่วยให้ทีม แซงขึ้นนำได้สำเร็จ

หลังจากแซงขึ้นนำแล้ว เจ้าถิ่นเลือกเน้นเกมรับ ส่งทางด้านของ โรดรี้ ลงสนามแทนที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ในนาที 89 ก่อนที่อีกเพียงหนึ่งนาทีต่อมา จะเป็น ทีมเยือนมมาตามตีเสมอได้สำเร็จ หลัง แฟร์นานดินโญ่ สะกัดบอลพลาดเข้าประตู ลูกนี้ถือว่าสะกัดยาก เพราะถ้าไม่สกัดก็โดน แนวรุกทีมเยือนยิงอยู่ดี ทำให้สุดท้ายทั้ง 2 ทีม จึงแบ่งแต้มไป 

และนั่นทำให้ แมนฯ ซิตี้ ทำแต้มหล่นไปมากหากเปรียบเทียบกับเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ไม่ได้ทำให้ทีมแข็งแกร่งได้ดังเดิม ไม่สามารถยิงคู่ต่อสู้ให้ชนะขาดได้ สุดท้ายตอนนี้ ตามหลัง ลิเวอร์พูล ไกลถึง 16 คะแนน เกมหน้าบุกเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่เล่นเกมรับเหนียวแน่นไม่ใช่งานง่ายที่จะกลับมาเก็บชัยอีกครั้ง

รหัส003 สเปอร์สเกือบแพ้ ไร้ชัย 4 เกมติด 

ตอนนี้เริ่มไม่เข้าใจกับผลงานการคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ แล้ว เพราะ 4 เกมหลังสุดเก็บได้เพียง 2 คะแนนเท่านั้น แถม 3 เกมหลังสุด ยิงใครไม่ได้เลย หรืออาจเป็นเพราะ ไม่มี แฮร์รี่ เคน ในสนาม ทำให้เกมรุกขาดความเฉียบขาดไป 

เกมนี้ที่บุกเสมอ วัตฟอร์ด 0-0 ก็ต้องบอกว่า เจ้าถิ่นทำได้ดี เกมรับเหนียวแน่น จนเกมรุกของฝั่ง"ไก่เดือยทอง"หาทางเจาะเข้าไปยากมาก มีโอกาสยิงตรงกรอบไปเพียง 5 ครั้ง เท่านั้น จากทั้งหมด 17 ครั้ง 

"ไก่เดือยทอง"เกือบเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ หลังทีมมาเสียจุดโทษ เมื่อ เคราร์ เดโลเฟว ได้จังหวะยิงจาหน้าเขตโทษ แต่บอลไปโดนแขนของ ยาน แฟร์ต็องเก้น ผู้ตัดสินชี้ไปที่จุดโทษทันที แต่ ทรอย ดีนี่ย์ ยิงแต่บอลไปติดเซฟ เปาโล กัซซานิก้า ทำให้ทีมไม่เสียประตู 

แถมลูกที่ควรจะได้ประตู จาก เอริค ลาเมล่า ที่ล้มตัวยิงเข้าไป ก่อนเป็น อิกนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ มาสะกัดได้บนเส้น โกลไลน์ชี้ชัดว่าบอลยังข้ามเส้นไม่เต็มใบ ทำให้ สเปอร์สชวดได้ประตูชัย

ตอนนี้ ทีมที่ลุ้นอันดับ 4 ของตารางพากันสะดุดกันหมด การที่ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ มีแต้มตามหลัง เชลซี เพียง 8 คะแนน แม้จะยังพอมีลุ้น แต่ถ้ายังหาฟอร์มเก่งไม่เจอก็ยังถือว่ายากมากๆที่จะขยับไปติด 1 ใน 4 อันดับ แรกได้ 

ยิ่งเกมต่อไป ต้องเปิดบ้าน พบ นอริช ซิตี้ ถ้าเก็บชัยชนะไม่ได้ ก็ยากมากๆจะขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตาราง 

รหัส004 เชลซีบุกแทบตายสุดท้ายโดนยิงดับทดเจ็บ

เชลซี ขนนักเตะแนวรุกลงสนามแบบจัดเต็มทั้ง เมสัน เมาน์ท, วิลเลี่ยน, แทมมี่ อับราแฮม และ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ในเกมนี้ และก็เป็นฝั่ง"สิงห์บลูส์"ที่พยายามต่อเกมรุก เพื่อหวังเจาะประตู ของฝั่งนิวคลาสเซิ่ลให้ได้ แต่หาช่องเข้าไปเจาะได้ยากมากๆ แถมฝั่งเจ้าถิ่น ยังหาช่อง คอยใช้จังหวะเล่นเกมโต้กลับเพื่อหวังเผด็จศึกทีมเยือนให้ได้ 

เกมนี้จุดหนึ่งเลยของฝั่งเชลซี ที่ดูเป็นจุดอ่อนคือ แนวรุก มีโอกาสยิงถึง 19 ครั้งแต่ยิงแต่ละครั้งแทบไม่ได้ลุ้นอะไร จนขนาดที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ยังออกมาบ่นหลังจบเกมว่าลูกทีม ขาดความเฉียบขาดในการจบสกอร์กันเอง 

สุดท้ายจึงเป็นฝั่ง เจ้าถิ่นที่ใช้ จังหวะจากลูกเตะมุมในนาทีที่ 90+4 ซึ่งเป็นครั้งแรกในเกมนี้ของพวกเขา และเป็น แซงต์-มักซิแม็ง เปิดให้ เฮย์เด้น ขึ้นโหม่งส่งบอลไปตุงตาข่ายได้สำเร็จ ชนิดที่เชลซี แทบไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเลย 

เกมหน้าในวันที่ 22 มกราคมนี้ เชลซี ต้องเปิดบ้านพบ อาร์เซน่อล ถ้ายังไม่ชนะอีก ช่องว่างที่ทิ้งห่าง แมนฯยูไนเต็ด จาก 5 คะแนน อาจจะลดลงเหลือ 3 ก็เป็นได้ 

รหัส005 เลสเตอร์นำก่อน แต่ชอตดื้อๆ 

เลสเตอร์ ซิตี้ ตอนนี้เหมือนทีมที่ฟอร์มกำลังช็อตไปซะดื้อๆ หลังตอนนี้ พ่ายมาแล้ว 2เกม ต่อทั้ง เซาธ์แฮมป์ตัน และ เบิร์นลี่ย์ ด้วยสกอร์เดียวกันคือ 1-2 แถม ถ้าเข้าไปดูในรายละเอียดของเกมจะพบว่าทั้ง 2เกมนี้ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน"ออกนำไปก่อนด้วย แต่มาพลาดโดนคู่แข่งยิงแซง

อาจเป็นเพราะตอนนี้ฝั่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ หมดลุ้นแชมป์ไปแล้ว จึงแทบไม่ได้เล่นแบบรัดกุมเท่าไหร่ แต่ที่น่าแปลกใจคือ พอนำไปแล้ว แต่ยิงประตูที่ 2 ไม่ได้ ก็มาโดนตีเสมอ และถึงขึ้นพ่ายทั้ง 2 เกม นี่อาจจะเป็นจุดที่ ร็อดเจอร์ส ต้องพยายามแก้ไขให้ได้ เริ่มเห็นแล้วว่า การที่คู่แข่งสามารถตัด เจมส์ แมดดิสัน ออกจากเกมได้ ก็จะลดเกมรุกของ"จิ้งจอกสีน้ำเงิน"ไปได้ 

โดยเกมนี้ เจมส์ แมดดิสัน โดนทั้ง แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด กับ แจ็ค คอร์ค ตามรุมกินโต๊ะตลอด จนออกบอลได้ยาก แล้วสุดท้ายเกมรุกของทีมจึงหายไป แต่ส่วนหนึ่งที่ทำให้ เลสเตอร์ ต้องพ่ายแพ้เกมนี้ไม่ใช่อะไร ต้องจิ้มไปที่ความเหนียวของ นิค โป๊ป ที่เซฟไป 8 ครั้ง แถมหนึ่งในนั้นมีจุดโทษของ เจมี่ วาร์ดี้  ด้วย 

ตอนนี้สิ่งที่เหลือสำหรับ เลสเตอร์ ซิตี้ คือการรักษาอันดับ ท็อฟโฟร์ เอาไว้ให้ เกมหน้าเปิดรังพบ เวสต์แฮม วันที่ 23 มกราคมนี้ ต้องเก็บชัยให้ได้ จึงจะอยู่ในเส้นทางลุ้นไป ชปล.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่น่าแพ้!โซลชาเซ็งแมนยูไร้ความคมทำพ่ายลิเวอร์พูล (ไฮไลท์)

ยังไม่ฉลอง! คล็อปป์โล่งใจลิเวอร์พูลชนะหลังแมนยูกดจนต้องตั้งรับ

ตัดเกรด...11นักเตะเกมแดงเดือดลิเวอร์พูลทุบแมนยู2-0 ทิ้งเรือใบ16แต้ม

เทพเกินไป! 'ลิเวอร์พูล' เก็บ 91จาก93 แต้มในลีกหลังสุด, 'ซาลาห์' ปลดล็อคตะบันแมนยู

ใกล้ได้อีกสถิติ! 'ลิเวอร์พูล' กำลังจะชนะคู่แข่งครบทั้งลีกหากพิชิตเวสต์แฮมเกมตกค้างได้

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 23 ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โซลชาชี้ลิเวอร์พูลเจ๋งจริงแต่ยังไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดตลอดกาล

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand