4
shared

ปี 62 ทำสถิติร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก คาดอนาคตจะร้อนขึ้นอีก

16 มกราคม 2563 08:50 337
ปี 2562 ทำสถิติเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 และเกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงปี 2563 และปีต่อไปด้วย หากไม่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิโลกอาจสูงขึ้น 3-5 องศาเซลเซียสได้

วันนี้ (16 ม.ค.63) องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือดับเบิลยูเอ็มโอ (WMO) แถลงเมื่อวันพุธว่า เมื่อปีที่แล้ว เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 ตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติ และดูเหมือนว่า ความร้อนจะทำให้เกิดสภาพอากาศวิกฤตแปรปรวนมากขึ้นในปี 2563 และปีต่อๆ ไป เช่น การเกิดสถานการณ์ไฟป่าในออสเตรเลีย โดยสถิติจากดับเบิลยูเอ็มโอ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวบรวมจากฐานข้อมูลทั้งจากองค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐ หรือนาซา และสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของสหราชอาณาจักร์ ซึ่งข้อมูลแสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิโลกเฉลี่ย ในปี 2562 สูงกว่าระดับช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.1 องศาเซลเซียส  

บรรดานักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้เกิดสภาพอากาศเลวร้ายในปี 2562 เช่น คลื่นความร้อนในยุโรป และเฮอริเคน “ดอเรียน” พัดถล่มหมู่บาฮามาสในเดือนกันยายน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 คน

รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกเห็นชอบความตกลงปารีส 2558 กำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ พ.ศ. 2563 เพื่อลดภาวะโลกร้อน พยายามจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียสจากระดับอุณหภูมิช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม หลังคาดว่าภาวะโลกร้อนจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก

ดับเบิลยูเอ็มโอ แถลงก่อนหน้านี้ว่า เป็นไปได้ที่อุณหภูมิโลกอาจพุ่งสูงถึง 3-5 องศาเซลเซียส หากไม่ช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นสถิติใหม่ในปี 2561

อย่างไรก็ตาม ปีที่ร้อนที่สุดคือปี 2559 อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.2 องศาเซลเซียส เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยโอมาร์ บัดดูร์

ขณะที่ นักวิทยาศาสตร์ของดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตจะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญที่อุณหภูมิจะร้อนมากกว่าที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอีก

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand