20
shared

“ไวพจน์”ล่องหน! ศาลอ่านลับหลัง-หมายจับนำตัวขังคุก 4 ปี

15 มกราคม 2563 12:27 2470
พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เบี้ยวไม่ปรากฎตัวศาลจังหวัดพัทยา ศาลอ่านลับหลังโดยมีทนายฟัง พร้อมสั่งออกหมายจับให้นำตัวมาปฎิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาจำคุก 4 ปี ในคดีร่วมกันชุมนุมล้มการประชุมอาเซียน

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 62 ศาลจังหวัดพัทยาได้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ จำเลยในคดีร่วมกันชุมนุมล้มการประชุมอาเซียน ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2552 เนื่องจาก พ.ต.ท.ไวพจน์ ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันดังกล่าว โดยส่งทนายความมาขอเลื่อนฟังคำพิพากษา ด้วยเหตุผลว่า อยู่ระหว่างประชุมสภา โดยศาลเห็นว่า แม้จำเลยจะเป็น ส.ส. แต่คดีนี้เสร็จการพิจารณาแล้ว ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 125 และลักษณะการขอเลื่อนคดีเป็นการประวิงเวลา จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยให้ปรับนายประกัน เต็มตามสัญญาประกัน และให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ เพื่อมาฟังคำพิพากษา 15 ม.ค. 63

 

สำหรับบรรยากาศที่ศาลจังหวัดพัทยา ในวันที่ 15 ม.ค. นี้ จะเป็นการ อ่านคำพิพากษา จำคุก 4 ปี ให้กับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และจะทำให้สิ้นสุดสภาพ ส.ส. ตาม รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 101 จะมีการนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พร้อมพวก กรณีร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

ต่อมาเวลา 10.50 น.ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 3 คือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร ฟัง โดยมีเพียงทนาย จำเลยที่ 3 มาศาลส่วนจำเลยที่ 3 ศาลออกหมายจับครบ 1 เดือนแล้ว ยังไม่ได้ตัวมาและไม่ได้มาศาลจึงให้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาลับหลังจำเลยที่ 3 และถือว่าจำเลยที่ 3 ทราบคำพิพากษาศาลฎีกาโดยชอบตามกฎหมายแล้ว ออกหมายจับจำเลยที่ 3 เพื่อนำตัวมาปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป

 

สำหรับลำดับคดีในชั้นฎีกา ก่อนหน้านี้ 11 ก.ย. 62 ศาลจังหวัดพัทยา อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำ นปช. กับพวก รวม 12 คน เป็นจำเลย ในข้อหาร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และ ผิด พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522 กรณีปิดล้อมและล้มประชุมอาเซียน ซึ่งศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา และศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น

 

วันนั้น มีนายศักดา นพฤทธิ์ จำเลยที่ 10 เดินทางมาศาลเพียงคนเดียว 19 ก.ย. 62 นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง, นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายนพพร นามเชียงใต้ ได้เข้ามอบตัว

 

31 ต.ค. 62 ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่ 2 ให้กับจำเลยที่ไม่ได้รับหมายเรียกมาฟังคำพิพากษาครั้งแรก 3 คน คือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ,นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ซึ่งทั้ง 3 คน ได้ขอแก้ไขคำให้การเดิมเป็นรับสารภาพ ศาลจึงนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 3 ธ.ค. 62 นายสำเริง และนายวรชัย เดินทางไปศาล ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งว่า การแก้ไขหรือเพิ่มเติมคำให้การต้องกระทำก่อนศาลพิพากษา การที่จำเลยมายื่นในชั้นฎีกาเป็นการต้องห้าม ยกคำร้อง ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ ส่งทนายความขอเลื่อนฟังคำพิพากษา ซึ่งศาลไม่อนุญาตเพราะคดีนี้พิจารณาเสร็จแล้ว การขอเลื่อนคดีมีลักษณะเป็นการประวิงคดี จึงให้ออกหมายจับ และให้เลื่อนฟังคำพิพากษาไปอ่านวันที่ 15 ม.ค. 63 เวลา 09.00 น.ส่วนจำเลยที่เหลือ คือ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี นพ.วัลลภ ยังตรง และนายนิสิต สินธุไพร อยู่ระหว่างหลบหนี


เกาะติดข่าวที่นี่ 
website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand