1
shared

ถอดรหัส...สัปดาห์22 แมนซิตี้รัวโหด,แมนยู-เชลซีชนะใส,ลิเวอร์พูลดวงแชมป์,เลสเตอร์พัง

13 มกราคม 2563 08:14 1072
ถอดรหัส...สัปดาห์22 แมนซิตี้รัวโหด,แมนยู-เชลซีชนะใส,ลิเวอร์พูลดวงแชมป์,เลสเตอร์พัง

จบไปแล้วสำหรับฟุตบอล พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 22 ต้องบอกว่ามีหลายคู่หลายเกมที่น่าสนใจ วันนี้เราจะพาไปถอดรหัสผลงานของแต่ละทีมกัน

รหัส 001 แมนฯซิตี้ฟอร์มร้อน ถล่มวิลล่าครึ่งโหล แซงยึดที่2

หลังจากที่เปิดบ้านเฉือนชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 พอเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็จัดนักเตะหวุนเวียนในบางตำแหน่งแถมเลือกใช้ 3 กองหลังโดยใช้ โรดรี้, แฟร์นันดินโญ่,จอห์น สโตนส์ ลงเล่นร่วมกัน ฝั่นแนวรุกใช้ ริยาด มาห์เรซ,กาเบรียล เชซุส และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ผนึกกำลังลุ้นทำประตู 

เกมนี้ไม่มีอะไรมากเพราะเจ้าถิ่นอย่าง แอสตัน วิลล่า แทบจะยากที่จะมาต่อกรได้ สุดท้ายเกมจึงเป็นไปแบบทางเดียวคือ "เรือใบสีฟ้า"เดินหน้าบุกกดดันอย่างหนัก แล้วก็ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว จาก ริยาด มาห์เรซ ในนาที 18 หลังจากนั้นก็เหมือนเขื่อนแตก นาที 24 สกอร์ขยับ 2-0 หลังจากนั้นอีกสามนาที ก็ 3-0 แถมช่วงทดเจ็บครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ก็ได้ กาเบรียล เชซุส ทำประตูให้ทีม นำห่างเป็น 4-0 

ไม่ต้องบอกก็คงพอเดาใจ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ได้ว่า ครึ่งหลังน่าจะเริ่มเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อพักผู้เล่นตัวหลัก เพราะเกมมันขากลอยไปแล้ว โดยเริ่มขยับส่ง นิโกลัส โอตาเมนดี้ แทนที่ แฟร์นันดินโญ่ และ ฟิล โฟเด้น สลับ เควิน เดอ บรอยน์ ในนาที 63 ก่อนตัวสุดท้ายจะเปลี่ยนในนาที 70 เอา โรดรี้ ออก แล้วส่ง อิลคาย กุนโดกัน แทน 

เกมนี้ถือเป็นอีกเกมที่ แมนฯ ซิตี้ ครองเกมได้แบบสบายๆ แถมชนะได้แบบไม่ยากเย็น เกมหน้าเปิดบ้าน พบ คริสตัล พาเลซ ก็คงจะเป็นแบบในเกมนี้อีกอีก คือ เดินบุกแหลก

รหัส002 แมนฯยูฯทุบ นอริช 4-0 เกมหน้าพร้อมบุกแอนฟิลด์ 

"ปีศาจแดง"พ่าย อาร์เซน่อล จากเกมที่แล้ว 0-2 เกมนี้ก็จัดตัวแบบเน้นจัดเต็ม โดยเลือกขยับ อันเดรส เปไรร่า ไปเล่นในตำแหน่งตัวรุกแทนที่ เจสซี่ ลินการ์ด แล้วเลือกใช้ ฆวน มาต้า ลงแทน ดาเนี่ยล เจมส์ แถมใช้ เฟร็ด กับ เนมานย่า มาติช ลงเป็นคู่กองกลางกัน รับการมาเยือนของ นอริช ซิตี้ 

เกมนี้ไม่ได้ยากเย็นสำหรับ "ปีศาจแดง"เพราะครองบอลได้ดีตั้งแต่ช่วงแรก หลังคู่กลางทั้ง เฟร็ด กับ เนมานย่า มาติช ทำหน้าที่ได้ดี จนกลบเกมแดนกลางของทีมเยือนซะมิด แถมแนวรุกทั้ง เปไรร่า และ มาต้า คอยเปิดป้อนบอลได้ดี ร่วมทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก็เล่นได้รวดเร็วและแข็งแกร่ง 

พอนาทีที่ 27 เจ้าถิ่นก็ได้ประตูออกนำจากจังหวะวางบอลยาวของ ลินเดเลิฟ ไปที่ มาต้า ก่อนเปิดจากขวาให้ แรชฟอร์ด ซัลโวประตูได้ ให้แมนฯยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก ทีมเยือนมีจังหวะได้ตอบโต้ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ได้ยิง แต่ ดาบิด เด เคอา เซฟ ได้ 

เกมเข้าครึ่งหลัง"ปีศาจแดง"ก็เดินหน้าบุกแหลกและยิงเพิ่มได้อีก 3 ประตู จนสุดท้าย ชนะไปด้วยสกอร์ 4-0 จุดสำคัญในเกมนี้คือ แฮร์รี่ แม็กไกว ฟิตกลับมาได้เร็วอย่างเหลือเชื่อทำให้เกมรับเหนียวแน่นขึ้นมาก แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ เด่นมากในฐานะแบ็กซ้าย มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำสองประตู อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ควง เมสัน กรีนวู้ด ยิงคนละลูก 

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เริ่มหาทีมที่ลงตัวได้แล้ว เกมต่อไปต้องบุกเยือน ลิเวอร์พูล ถึงถิ่น แต่ดันต้องมามีเกมเอฟเอคัพกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน นัดรีเพลย์ ช่วงกลางสัปดาห์ ถ้ายังรักษาฟอร์มเก่งแบบนี้ บวกกับโชคที่เข้าข้าง "ปีศาจแดง"น่าจะพอมีแต้มติดมือกลับมาได้ จากแอนฟิลด์

รหัส003 เชลซีอัดเบิร์นลี่ย์3-0 ยึดที่ 4 เหนียวแน่น

เชลซี ที่บุกเสมอ ไบรท์ตัน 1-1 เกมนี้จัดเต็มในแนวรุกส่งทั้ง เมสัน เมาน์ท, วิลเลี่ยน, แทมมี่ อับราแฮม และ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ลงสนามเกมนี้ก็เป็นฝั่ง"สิงห์บลูส์"เดินหน้าเปิดเกมรุกบุกเข้าใส่อยู่ฝ่ายเดียว หลัง เบิร์นลี่ย์ มาเน้นเกมรับแล้วรอจังหวะสวนกลับเป็นหลัก 

จุดเปลี่ยนเกมนี้คือ เบิร์นลี่ย์ ทัมเยือนส่งบอลเข้าตาข่ายไปในนาทีที่ 19 จาก เจฟฟ์ เฮนดริก แต่มาโดนVARริบสกอร์ไป เพราะล้ำหน้า ก่อนเป็นเชลซีที่มาได้ประตูจาก จอร์จินโญ่ ที่ยิงจุดโทษเข้าไปได้ จากนั้น เชลซี มาได้ประตูเพิ่มจาก แทมมี่ อับราแฮม นาที 38 และพอเข้าครึ่งหลังได้เพียง4นาที คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย จะมายิงปิดกล่งให้ทีม ชนะไปแบบสบายๆ 3-0

เกมนี้ต้องบอกว่า เชลซี ครองบอลได้เหนือกว่า จนทีมเยือน เบิร์นลี่ย์ แทบจะทำอะไรไม่ได้ ทำให้ตอนนี้ 3 เกมหลังสุด เชลซี เก็บไปแล้ว 7 คะแนน เกมหน้า ต้องลุ้นเหนื่อยหน่อย เพราะต้องบุกไปเยือน นิวคลาสเซิ่ล แต่ด้วยช่องว่างที่ห่าง 5 คะแนน คงพอทำให้ลูกทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด หายใจหายคอโล่งขึ้นบ้างในการลุ้นยึดอันดับ 4 ของตารางต่อไป

รหัส004 ลิเวอร์พูลดวงแชมป์บุกเชือดสเปอร์ส 1-0 ทิ้งห่าง14คะแนน แถมแข่งน้อยกว่า1นัด

ลิเวอร์พูล ที่ต้องบุกเยือนสเปอร์ส จัดผู้เล่นแนวรุกชุดใหญ่ชุดเดิมลงสนามทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ โดยเกมนี้ ช่วงแรก ฝั่ง "หงส์แดง"เดินหน้าบุกกดดันอย่างหนัก แต่ยังหาช่องทำประตูไม่ได้ แถมเจอเจ้าถิ่นอาศัยจังหวะรอสวนกลับอยู่เสมอๆ

แต่พอเกมดำเนินถึงนาทีที่ 37 ลิเวอร์พูล บุกนำ สเปอร์ส 1-0 โดยจังหวะดังกล่าว แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทุ่มบอลเข้ามาก่อนเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โหม่งไม่โดนบอล บอลไปถึง เฮนเดอร์สัน พยายามจะครองบอลก่อนโหม่งช่งไปให้ โม ซาลาห์ ได้จังหวะจ่ายให้ ฟีร์มีโน่ ได้หลุดเข้าไปยิงให้ ลิเวอร์พูล นำ สเปอร์ส 1-0 

หลังจากนั้น"หงส์แดง" พยายามหาช่องทำประตูเพิ่มแต่ก็ยังไม่สามารถบวกสกอร์ที่ 2 ได้ แถมยังโดนเจ้าถิ่นบุกกดดันอย่างหนัง แถมช่วงครึ่งพอ โชเซ่ มูรินโญ่ แก้เกมส่ง โจวานี่ โล เซลโซ่ กับ เอริก ลาเมล่า เกมรุกของ"ไก่เดือยทอง"ก็เริ่มดีขึ้นมา แถมน่าจะได้ประตูตีเสมอหลายครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้ 

ดราม่าของเกมนี้คือการที่มูรินโญ่ออกมาจาก VAR ว่าไม่ยอมดูจังหวะ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ย่ำใส่ยาเฟต ทันกันก้า โดยเจ้าตัวบอกว่า แบ็กซ้ายหงส์แดงต้องโดนใบแดงเหมือนที่ ซน ฮึง-มิน โดนไล่ออกในเกมกับเชลซี รวมทั้งยืนยันว่าจุดเริ่มต้นประตูของหงส์แดงมันควรเป็นลูกทุ่มของ สเปอร์ส ไม่ใช่ลิเวอร์พูลได้ทุ่มจนเป็นที่มาของประตูเดียวของเกมนี้

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับเกมนี้คือทั้ง โจ โกเมซ,จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน พากันพลาดเสียบอล จนทีมเกือบเสียประตู แต่เจ้าถิ่นทำไม่ได้ 

ตอนนี้ลิเวอร์พูล นำห่าง แมนฯ ซิตี้ 14 คะแนน แล้ว แถมแข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด เล่นเกมในลีกได้แบบสบายๆเลย แต่เกมหน้าต้องลุ้นกันหลัง "หงส์แดง" ต้องเปิดบ้านพบกับทีมเดียวที่แบ่งแต้มจากพวกเขาได้ในฤดูกาลนี้ ก็คือ แมนฯยูไนเต็ด 

รหัส005 เลสเตอร์เลิกลุ้นแชมป์แล้ว พ่ายเซาธ์แฮมป์ตันคารัง 1-2

เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ชนะมา2เกมติด แต่เกมนี้ต้องเปิดบ้านพบ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่ง "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" อาจจะลงเล่นด้วยความประมาทเพราะเกมแรกเคยบุกไปชนะถึงถิ่นมาแล้ว 9-0 อีกทั้งเพิ่งบดกับวิลล่าท่ามกลางสายฝนมาในถ้วยลีกคัพกลางสัปดาห์ทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เลือกหมุนทีมส่งทั้ง ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ,เดนนิส ปราเอ้ต์ ลงสนาม แล้วเก็บ ยูริ ตีเลมันส์ เอาไว้ข้างสนาม 

เกมแดนกลางของทีมจึงตกเป็นรองฝั่งทีมเยือน หลังแข้ง"นักบุญ"เล่นเกมนี้แบบเน้นล้างแค้น เพราะฝั่งใจจากเกมแรกที่เจอกัน เกมนี้ดูเหมือนการวางหมากของ ร็อดเจอร์ส จะเป็นฝ่ายถูกต้องเพราะเกมแข่งขันไปเพียง 15 นาที เลสเตอร์ ก็ออกนำ 1-0 จาก เดนนิส ปราเอ้ต์ แต่หลังจากนั้นเพียง 4 นาที สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ยิงไปแฉลบเจมส์ แมดดิสัน ส่งบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไป ทำให้สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1 

หลังจากนั้นเกมตรงกลางสนามของเจ้าถิ่นก็ตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัดเมื่อทั้ง สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง กับ เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์ พลัดกันทำเกมรุกขึงใส่เจ้าถิ่นได้หลายจังหวะ พ่วงกับ นาธาน เร้ดมอนด์ และ เชน ลอง ใช้ความเร็วสร้างสรรค์เกม ก่อนเป็น แดนนี่ อิงก์ส จะมายิงประตูช่วยให้ เซาธ์แฮมป์ตัน แซงชนะไปได้ 

ทำให้ช่องว่างของ เลสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ขยับเป็น 16 คะแนน แถมลงเล่นมากกว่าทางฝั่งหงส์แดง 1 นัด ด้วย ดูแล้วการลุ้นแชมป์คงจบแล้ว แถม ตอนนี้ยังหล่นไปอยู่ที่ 3 ของตารางด้วย เกมหน้าต้องบุกเยือน เบิร์นลี่ย์ คงเก็บชัยชนะได้ เพื่อรักษาอันดับ ท็อฟโฟร์เอาไว้ให้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตัดเกรด...11นักเตะแมนฯซิตี้บุกถล่มวิลล่าครึ่งโหล ยึดรองฝูง

โอบาฯโพสต์ไอจีขอโทษเมเยอร์พร้อมอวยพรให้หายเร็วๆ

เราคือครอบครัว!โซลชาชี้บอร์ดสนับสนุนเป็นอย่างดีแม้เสริมทัพยังนิ่ง

ประตูชัยไม่ควรเกิด! มูรินโญ่เหน็บVAR โรเบิร์ตสันต้องโดนไล่

แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่!ลิเวอร์พูลสร้างสถิติใหม่พรีเมียร์ลีก (ชมไฮไลท์)

หงส์,ผี,สิงห์ เข้าวิน! สรุปผลพรีเมียร์ลีก (11 ม.ค. 63) พร้อมไฮไลท์ทุกประตูและตารางคะแนนล่าสุด

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand