2
shared

“บิ๊กโจ๊ก”เชื่อผู้มีอำนาจสั่งยิงรถ! กร้าวจับไม่ได้”ผบ.ตร.”ต้องรับผิดชอบ

8 มกราคม 2563 16:47 1140
“บิ๊กโจ๊ก" เข้าปากคำคดีคนร้ายยิงถล่มรถ พร้อมเผยผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลังเหตุยิงรถยนต์ ปัดสร้างเรื่องเรียกกระแสหวนคืนเก้าอี้ตำรวจ และหากจับไม่ได้ ผบ.ตร.ต้องรับผิดชอบ

วันที่ 8 มกราคม 2563 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางรัก กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงกระใส่รถส่วนตัว7-8 นัด เมื่อคืนวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา ว่าวันนี้ได้ให้ข้อมูลหลายส่วนทั้งเรื่องโครงการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างเครื่องไบโอเมทริกซ์หรือเครื่องพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่ตนเซ็นยกเลิกคำสั่งสมัยเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องดังกล่าว พร้อมกับนำเอกสารรายงานแจ้งปัญหาการใช้งานไบโอเมทริกซ์ ซึ่งผู้หวังดีได้ส่งมาให้ ยืนยันว่าระบบนี้ไม่ได้ดีจริงที่จับได้หลายๆคดีเป็นเพราะฝีมือตำรวจทั้งนั้น

นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการติดตามคนร้ายที่ขับรถจักรยานยนต์มาก่อเหตุ รวมถึงให้ข้อมูลเรื่องรถเบนซ์สีดำต้องสงสัยที่ขับมาวน ภายในบริเวณร้านนวดแผนโบราณก่อนเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร

 

โดยพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ย้ำว่า คดีนี้น่าจะจับตัวคนก่อเหตุได้ไม่ยาก เพราะมีกล้องวงจรปิดมากมาย และส่วนตัวทราบผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง โดยเป็นผู้มีอำนาจระดับสั่งการ และเรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ช่วยจับตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจวาระประจำปีนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมายืนยันว่า มีการแต่งตั้งคนดีเข้ามาทำงาน ซึ่งหากจับผู้ก่อเหตุไม่ได้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องรับผิดชอบ

 

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ยอมรับว่า ส่วนตัวอยากกลับมาเป็นตำรวจ แต่คงไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องหรือสร้างสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้ตัวเองเด่นดัง เพราะตั้งแต่พ้นจากตำรวจก็เก็บตัวเงียบมาตลอดไม่เคยออกมาโวยวายหรือร้องขอต่อสื่อมวลชน และส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นว่า สาเหตุที่ถูกลอบยิงรถยนต์ มาจากการที่ตัวเองเตรียมเข้าเป็นพยาน กรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.สอบสวนโครงการจัดซื้อจัดจ้างซื้อไบโอเมทริกซ์ ซึ่งส่วนตัว มองว่า โครงการนี้ มีมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านบาท และผ่านการพิจารณาเรื่องจากอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มามากถึง 3 คน ดังนั้น การที่ตัวเองตัดสินใจยกเลิกโครงการนี้ ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถือเป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนที่จะได้รับ


เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand