53
shared

เปิดไทม์ไลน์ชนวนขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน สัญญาณก่อสงคราม

6 มกราคม 2563 11:34 14050
เปิดไทม์ไลน์ชนวนขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน สัญญาณก่อสงคราม

เปิดไทม์ไลน์ไล่เรียงเหตุการณ์ชนวนขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน สัญญาณการก่อสงคราม มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

3 วันที่ผ่านมา สัญญาณการก่อสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เริ่มจากประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สังหารผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ มือขวาของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ย้อนไปไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันอีกครั้ง

3 มกราคม ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ใกล้กับสนามบินนานาชาติ ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เป้าหมายสังหาร "นายพล กัสซิม โซเลมานี" ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ ซึ่งถือเป็นทหารคนสำคัญและเป็น"มือขวา"ของ "อยาตอลลาห์อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดอิหร่าน การโจมตีครั้งแรกนี้ มีผู้เสียชีวิต 8 ราย รวมทั้ง "นายพลโซเลมานี" ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับอิหร่านที่ประกาศทันที ว่าจะแก้แค้นสหรัฐฯอย่างสาสม ทำให้สหรัฐฯประกาศอพยพพลเมืองอเมริกันออกจากอิรักทันที เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

4 มกราคม สหรัฐฯเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศรอบใหม่ ประมาณ 01.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิรัก เป็นการโจมตีขบวนรถของกองกำลัง "ฮาชิด อัลชาบี" เครือข่ายนักรบชีอะห์และมีความใกล้ชิดกับอิหร่าน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย นอกจากนี้ สหรัฐฯยังส่งทหารไปตะวันออกกลางเพิ่มอีกราว 3,000 ถึง 3,500 นาย 

"ทรัมป์"ยืนยันว่าการสังหาร "นายพลโซเลมานี"ไม่ใช่การก่อสงคราม แต่เพื่อหยุดแผนลอบโจมตีนักการทูตและทหารอเมริกัน ซึ่ง "นายพลโซเลมานี"วางแผนมานาน

ขณะที่ มีการเคลื่อนศพของ "นายพลตรีโซเลมานี" ไปยังมัสยิด ซึ่งตั้งอยู่ในย่านอาศัยของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ใกล้สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าและเต็มไปด้วยความโกรธแค้น 

อิหร่านเผยเพร่คลิปการชักธงรบสีเลือด บนยอดสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์จามคารานเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยธงนี้เป็นธงศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแสดงว่าอิหร่านพร้อมประกาศสงครามเต็มรูปแบบแล้ว ขณะที่ กองกำลังอิหร่านขู่โจมตีเป้าหมาย35จุด ของสหรัฐฯ รวมถึงเรือรบสหรัฐฯ และกรุงเทลอาวีฟ ของอิสราเอล

5 มกราคม "ทรัมป์" เตือนว่า สหรัฐ “ล็อกเป้า” สถานที่สำคัญของอิหร่าน 52 แห่ง และจะเปิดฉากโจมตีอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง หากอิหร่านโจมตีชาวอเมริกัน หรือทรัพย์สินของสหรัฐ โดยเป้าหมายทั้ง 52 แห่งนี้ เป็นจำนวนเท่ากับชาวอเมริกัน 52 คนที่ถูกจับเป็นตัวประกันในอิหร่านนานกว่า 1 ปี ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1979 หลังจากอิหร่านยึดสถานทูตสหรัฐในกรุงเตหะราน 

นอกจากนี้ มีรายงานความเคลื่อนไหวของฝั่งอังกฤษ ว่าส่งเรือรบ 2 ลำเข้าไปในอ่าวเปอร์เซียด้วย

ขณะที่ ความเคลื่อนไหวของประชาชนชาวอเมริกัน มีประชาชนหลายสิบคนมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบขาวในกรุง วอชิงตัน ดีซี เมื่อวานนี้) เพื่อประท้วงการกระทำของ "ทรัมป์"ที่สั่งการให้โจมตีทางอากาศอิหร่าน ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันตกเป็นเป้าของฝ่ายตรงข้าม

เกาะติดข่าวที่นี่ 
website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand