8
shared

ออกหมายเรียกนร.มือปาดคอ “รร.ดังย่านปทุมฯ” ส่อติดคุก 2 ปี

22 ธันวาคม 2562 16:12 960
โฆษกตร.เผยรู้ตัวนร.ที่ก่อเหตุปาดคอนร.ด้วยกันที่รร.ดังย่านปทุมฯแล้ว เตรียมออกหมายเรียก อาจเจอคุก 2 ปี

วันนี้ ( 22 ธ.ค. 62 )หลังจากที่แฮชแท็ก#รรชื่อดังย่านปทุมติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดปทุมธานี ที่นักเรียนม.6 ใช้เศษแก้วปาดคออีกฝ่าย จนเป็นแผลเหวอะ และถูกพักการเรียน 2 สัปดาห์ ที่สำคัญคือ ทางโรงเรียนมาการปิดข่าวนี้ ร้อนถึงชาวเน็ตต้องสวมเป็นนักสืบโซเชียล จนทราบรายละเอียด 

ล่าสุด  พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองปทุมธานี ว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปาดคอเพื่อนนักเรียนด้วยกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี โดยผู้เสียหายอายุ 18 ปี ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จนถึงที่สุด โดยผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชั้นมัธยมโรงเรียนเดียวกัน  ที่ใช้ขวดที่แตกเป็นปากฉลามแทงที่คอข้างขวาของผู้เสียหาย หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลปทุมธานี 

รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว และร่วมกับชุดสืบสวนตรวจ สอบสถานที่เกิดเหตุ บันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งพนักงานสอบสวนยังคงต้องรอสอบปากคำแพทย์โรงพยาบาลปทุมธานีที่ทำการรักษาและชันสูตรบาดแผลการถูกทำร้ายร่างกาย ประกอบกับสอบปากคำประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์รายอื่นๆ 

 ส่วนผู้ก่อเหตุ ตำรวจรู้ตัวแล้ว และอยู่ระหว่าง ออกหมายเรียก เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา มาตรา 295

ขณะเพจเฟซบุ๊กของ  Red Skull-addict  ได้โพสต์ข้อความต่อเนื่องจากที่เคยตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ระบุว่า สาสน์จาก ครู รร.ชื่อดัง ที่มีข่าวนักเรียนทำร้ายกัน พร้อมตั้งคำถามกลับไปว่า ทำไม รร.ต้องปิดข่าว และมีการขู่การให้ข้อมูลว่าจะใช้ พรบ.คอมฯ มาดำเนินการหากมีการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด 

ผู้โพสต์ยังระบุก่อนหน้านี้ว่า เด็กนักเรียนทำร้ายร่างกายกัน ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับนึง  และไม่รู้คู่กรณีที่โดนทำร้ายไปแจ้งความหรือไม่ หรือ ทาง รร.ต้องการปิดข่าว เลยไม่ได้มีการดำเนินการทางกฎหมาย

ประเด็นนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักบนโลกออนไลน์ และตำหนิทางโรงเรียนว่าเหตุใดจึงปิดข่าว เห็นชื่อเสียงของโรงเรียน สำคัญกว่าความปลอดภัยเด็ก อีกทั้งยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กแบบนี้ ยากจะปิดข่าวได้  และจนถึงขณะนี้ ยังมีความความคืบหน้าใด ๆ จากทางโรงเรียน

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand