3
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 18 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เลสเตอร์ ซิตี้

22 ธันวาคม 2562 02:38 2290
ริยาด มาห์เรซยิงประตูแรก ก่อนที่ กาเบรียล เชซุส จะมายิงย้ำชัย ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ มีฮึดแซงชนะ เลสเตอร์ 3-1 เก็บสามแต้มพร้อมไล่จี้ ลิ เวอร์พูล เหลือ 11 คะแนน ฝั่ง "จิ้งจอกสีน้ำเงิน"รั้งรองฝูงตามหลัง 10 แต้ม

วันนี้ (22 ธ.ค. 62) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 18 ของฤดูกาล คู่บิ๊กแมตช์ ที่สนาม "เอติฮัด สเตเดี้ยม" เป็นการพบกันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามเวลา 00.30 น.


นัดนี้ "เรือใบสีฟ้า" จัด เควิน เดอ บรอยน์ เป็นตัวเดินเกม โดยให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง , ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เชซุซ เป็นสามประสาน ขณะที่ เลสเตอร์ ส่งชุดหลักลงสนามเช่นเคย นำโดย เจมส์ แมดดิสัน , อโยเซ่ เปเรซ และ เจมี่ วาร์ดี้


เริ่มเกมมา 5 นาที ทั้ง 2 ทีมยังพยายามต่อบอลเพื่อหวังทำระตู แต่ยังไม่มีจังหวะจะแจ้งมากนัก 

นาทีที่ 9 เควิน เดอ บรอยน์ ได้บอลก่อนเลี้ยงขึ้นมา ก่อนจ่ายต่อไปให้ ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ แต่กองหลังทีมเยือนเข้ามาสะกัดบอลออกไปได้ 

นาทีที่ 12 เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลให้ ริยาด มาห์เรซ เลี้ยงบอลตัดเข้าเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงด้วยซ้าย แต่บอลไปติดตัว คากลาร์ โซยุนคู

หลังจากนั้นอีก 2 นาที ริยาด มาห์เรซ จ่ายบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้ยิงจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งไปชนเสา 

นาทีที่ 17 ริยาด มาห์เรซ ได้บอลด้านขวา เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ ก่อนจ่ายต่อให้ กาเบรียล เชซุส ได้ยิง แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 22 ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเดี่ยวตัดหน้าแฟร์นานดินโญ่ ก่อนยิงข้าม เอแดร์ซอน เสียบใต้คานเข้าไปให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ออกนำ แมนฯ ซิตี้ 1-0 

นาทีที่ 25 จากจังหวะเตะมุม เจ้าถิ่นเลือกเล่นสั้นๆ ก่อนส่งให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้เปิดเข้ามา และเป็น ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ยิง แต่บอลยังไปติดขาของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ออกหลังไป

นาทีที่ 30 ริยาด มาห์เรซ ได้บอลด้านซ้าย ก่อนเลี้ยงจี้เข้ามาแล้วตัดสินใจยิง บอลแฉลบ คากลาร์ โซยุนคู ก่อนเปลี่ยนทางเข้าไปให้ แมนฯ ซิตี้ ตามตีเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 

นาทีที่ 40 เควิน เดอ บรอยน์ ได้ยิงจากนอกเขตโทษ แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังเซฟเอาไว้ได้ 

นาทีที่ 41 ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษ ก่อนโดน ริคาร์โด้ เปไรร่า สะกัดล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินเปาเป็นจุดโทษทันที อิลคาย กุนโดกัน ยิงไม่พลาด ให้ แมนฯ ซิตี้ ออกนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 

นาทีที่ 45+2 จากจังหวะยิงนอกกรอบของ เจมส์ แมดดิสัน บอลพุ่งไปตรง เจมี่ วาร์ดี้ ตวัดยิงซ้ำ แต่ เอแดร์ซอน ยังล้มตัวปัดบอลออกไปได้

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ นำ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 52 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิก และเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ได้จังหวะเปิดเข้าไป เบน ชิลเวลล์ โหม่งสะกัดออกมาก่อนเป็น เบนฌาแม็ง เมนดี้ ยิงซ้ำข้ามคานไป แต่กรรมการยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน

นาทีที่ 56 ไคล์ วอล์คเกอร์ ได้บอลหลุดไปสุดเส้นด้านขวาก่อนเปิดเข้ามาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ยิง แต่บอลยังไปติดบลอ็คของ จอนนี่ อีแวนส์

นาทีที่ 60 วิลฟรีด เอ็นดิดี้ วางบอลให้ เจมี่ วาร์ดี้ ได้บอลหลุดมาด้านขวา ก่อนเปิดเข้ากลางให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้เข้าฮอสแต่ แต่โดนบอลไม่เต็มเท้าแล้วเจ้าตัวเข้าไปปะทะ เอแดร์ซอน 

นาทีที่ 63 ทีมเยือนเปลี่ยนตัวส่ง มาร์ค อัลไบรท์ตัน ลงสนามแทนที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ 

หลังจากนั้นอีก 3 นาที  เบนฌาแม็ง เมนดี้ ได้จังหวะเลี้ยงบอลหลุดไปด้านซ้ายก่อนเปิดเข้ามาในเขตโทษบอลไปถึง ริยาด มาห์เรซ ก่อนยิงด้วยซ้ายแต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังเซฟเอาไว้ได้ 

นาทีที่ 68 เดมาไร เกรย์ ลงสนามแทนที่  อโยเซ่ เปเรซ

หลังจากนั้นอีกเพียงนาทีเดียว เควิน เดอ บรอยน์ ได้จังหวะเลี้ยงบอลหลบ คากลาร์ โซยุนคู ก่อนเปิดบอลเข้ามาให้ กาเบรียล เชซุส เข้าชาร์จเข้าไปให้ แมนฯ ซิตี้ นำห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1 

นาทีที่ 72 อิลคาย กุนโดกัน ตัดบอลได้ตรงกลางสนามกองหาจังหวะจ่ายต่อให้ ริยาด มาห์เรซ ได้ยิงด้วยซ้ายแต่บอลติดกองหลังทีมเยือนออกหลังไป 

ก่อนที่อีก 4 นาทีต่อมาทีมเยือนจะเปลี่ยนตัวเป็นคนสุดท้ายส่ง เดนนิส ปราท ลงสนามแทนที่ ยูริ ตีเลม็องส์ 

ก่อนที่ในนาทีที่ 79 เจ้าถิ่นจะส่ง โรดรี้ ลงสนามแทนที่ อิลคาย กุนโดกัน ที่มีอาการบาดเจ็บ 

นาทีที่ 81 ริยาด มาห์เรซ จ่ายบอลให้ กาเบรียล เชซุส ได้จังหวะยิงแต่บอลยังไปติดเซฟของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

นาทีที่ 89 ฟิล โฟเด้น ถูกส่งลงสนามแทนที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ก่อนที่ในนาทีที่ 90+1 เจ้าถิ่นเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายส่งเซร์คิโอ อเกวโร่ ลงสนามแทนที่ เควิน เดอ บรอยน์

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ซิตี้ แซงชนะ เลสเตอร์ 3-1 เก็บสามแต้มพร้อมไล่จี้ ลิเวอร์พูล เหลือ 11 คะแนน ฝั่ง "จิ้งจอกสีน้ำเงิน"รั้งรองฝูงตามหลัง 10 แต้ม แต่ทั้ง 2 ทีมลงแข่งมากกว่า ลิเวอร์พูล1นัด


11 คนแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริง

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน - ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้,แฟร์นานดินโญ่, เบนฌาแม็ง เมนดี้ - เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน, แบร์นาร์โด้ ซิลวา - ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

เลสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - ริคาร์โด้ เปไรร่า, จอนนี่ อีแวนส์, คากลาร์ โซยุนคู, เบน ชิลเวลล์ - วิลฟรีด เอ็นดิดี้ - อโยเซ่ เปเรซ, ยูริ ตีเลม็องส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ - เจมี่ วาร์ดี้


ชมไฮไลท์ คลิก https://youtu.be/DBjmrw3f7NE