1
shared

ต้องชนะเท่านั้น! 'แมนซิตี้' จัดทัพที่ดีที่สุดดวล 'เลสเตอร์' ยกทัพใหญ่บุก

21 ธันวาคม 2562 12:32 640
พรีวิวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 18 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม "เรือใบสีฟ้า" หวังชนะเพื่อลดช่องว่างจ่าฝูงเปิดบ้านรับมือ "สุนัขจิ้งจอก" ที่หวังชัยเพื่อขยับใกล้ลิเวอร์พูล เริ่มฟาดแข้งเวลา 00.30 น. และทรรศนะจากทีมงาน TNNSPORTS

วันนี้ ( 21 ธ.ค. 62 ) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 18 ของฤดูกาล  "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ ลงทำการแข่งขันเวลา 00.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล HD 1 (600)

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

07/05/19 แมนฯ ซิตี้ 1-0 เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

26/12/18 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

19/12/18 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แมนฯ ซิตี้ (ลีก คัพ)

11/02/18 แมนฯ ซิตี้ 5-1 เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

20/12/17 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แมนฯ ซิตี้ (ลีก คัพ)

18/11/17 เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2 แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม 

แมนฯ ซิตี้ 

18/12/19 ชนะ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 3-1 (เยือน, ลีก คัพ)

15/12/19 ชนะ อาร์เซน่อล 3-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

11/12/19 ชนะ ดินาโม ซาเกร็บ 4-1 (เยือน, แชมเปี้ยส์ลีก)

08/12/19 แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

03/12/19 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

เลสเตอร์ ซิตี้

18/12/19 เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 / ชนะจุดโทษ 4-2 (เยือน, ลีก คัพ)

14/12/19 เสมอ นอริช ซิตี้ 1-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

08/12/19 ชนะ แอสตัน วิลล่า 4-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

04/12/19 ชนะ วัตฟอร์ด 2-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

01/12/19 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

ความพร้อมล่าสุด

แมนฯซิตี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือสแปนิชพาทีมทำผลงานผิดฟอร์มพอสมควรหลังตามห่างลิเวอร์พูลถึง 14 แต้มแม้เกมลีกนัดล่าสุดจะบุกถล่มอาร์เซน่อลสบายๆ 3-0 แต่หงส์แดงก็ชนะเช่นกัน รวมทั้งตามเลสเตอร์อยู่ 4 แต้ม ขณะที่เกมกลางสัปดาห์บุกชนะ อ๊อกซ์ฟอร์ด  3-1 เข้าตัดเชือก คาราบาว คัพ  ตามคาด

ความพร้อมเกมนี้เป๊ป เผยว่า เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าคนสำคัญที่ได้รับบาดเจ็บต้นขาจากเกมเปิดบ้านเชือด เชลซี 2-1 เมื่อ23พ.ย. และ จอห์น สโตนส์ เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดีที่เดี้ยงจากเกมดาร์บี้แมตช์ที่พ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด คาบ้าน 1-2 เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.กลับมาลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้เรียบร้อย และน่ามีชื่อในเกมนี้ แต่ ดาบิด ซิลบา กองกลางจอมเก๋าชาวสแปนิช ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่ เช่นเดียวกับ อายเมอริก ลาป๊อร์ก กองหลังฝรั่งเศสที่เข่าเดี้ยงยังไม่หาย

ขณะที่ตัวหลักที่ได้พักในเกมกลางสัปดาห์ทั้งเอแดร์ซอน,ไคล์ วอล์คเกอร์, แฟร์นานดินโญ่, เควิน เดอ บรอยน์ และ กาเบรียล เชซุส จะกลับคืนทีมตังจริงตามเดิม

11 คนแรกที่คาดว่าน่าจะลงสนาม

ระบบ(4-3-3) : เอแดร์ซอน - ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้ (จอห์น สโตนส์), แฟร์นานดินโญ่, เบนฌาแม็ง เมนดี้ - เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน, ฟิล โฟเด้น - แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

เลสเตอร์ ซิตี้

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือไอร์แลนด์เหนือพาทัพสุนัขจิ้งจอกสะดุดเสมอ นอริช ในบ้านตัวเองแม้จะทำสถิติไม่แพ้ใครในลีก 9 นัดติดต่อชนะถึง 8 แต่ต้องตามหลังลิเวอร์ห่างเป็น 10 แต้ม ขณะที่เกมกลางสัปดาห์ออกแรงเหนื่อยกว่าจะเอาชนะจุดโทษเอฟเวอร์ตัน ผ่านเข้าตัดเชือกคาราบาว คัพ 

ความพร้อมเกมนี้ไม่มีใครบาดเจ็บเพิ่มเติมและไร้นักเตะติดโทษแบนทำให้ขาดเพียงแม็ตต์ เจมส์ กองกลางที่เจ็บเอ็นร้อยหวายพักยาวมาก่อนหน้านี้เพียงคนเดียวเท่านั้น

การจัดทัพเกมนี้จกลับมาใช้งานคากลาร์ โซยุนคู ยืนเซนเตอร์คู่จอนนี่ อีแวนส์ หลังได้พักเกมกลางสัปดาห์เช่นเดียวกับ ยูริ ตีเลม็องส์ และ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ สองกองกลางที่จะคืนทีมตัวจริงอีกครั้งโดยมี เจมี่ วาร์ดี้ ดาวซัลโว 16 ประตูพรีเมียร์ลีกเป็นกองหน้าตัวเป้า 

11 คนแรกที่คาดว่าน่าจะลงสนาม

ระบบ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - ริคาร์โด้ เปไรร่า, จอนนี่ อีแวนส์, คากลาร์ โซยุนคู, เบน ชิลเวลล์ - วิลฟรีด เอ็นดิดี้ - อโยเซ่ เปเรซ, ยูริ ตีเลม็องส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ - เจมี่ วาร์ดี้

TNNSPORTS ชี้ขาดผลการแข่งขัน

ถือเป็นเกมสำคัญของทั้งคู่ที่ต้องเอาชนะเพื่อขยับเข้าใกล้ลิเวอร์พูลที่ไม่มีเตะสัปดาห์นี้เนื่องจากติดภาระกิจสโมสรโลกไปอีกนิดแต่หากเสมอหงส์แดงยิ้มเลย โดยแมนฯ ซิตี้กลับมาเล่นในฟอร์มเก่งอีกครั้งเพียงแต่เกมรับยังคงมีปัญหาตามเดิมซึ่งน่าจะเป็นจุดบอลให้เลสเตอร์โจมตีจึงต้องดูว่าเป๊ปจะรับมืออย่างไร ขณะบีร็อดนั้นมาเน้นรัดกุมรอสวนแน่นอนอยู่แล้วแต่ถ้าโต้ไปแล้วจบไม่ได้ระวังโดนเจ้าถิ่นสวนคืน ซึ่งมองว่าเกมนี้ออกได้ทุกหน้าเมื่อเรือใบขาด"กุน" เกมรุกลดความอันตรายไปเยอะมุมเสมอจึงมีมากที่สุดหากต้องหาผู้ชนะจอถือหางเจ้าถิ่นไว้ก่อน

แมนฯ ซิตี้ เสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1