4
shared

Exclusive Content: นวัตกรรมพลาสติกป้องกันน้ำท่วม หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน

21 ธันวาคม 2562 08:25 699
Exclusive Content: นวัตกรรมพลาสติกป้องกันน้ำท่วม หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน

นิคมอุตสาหกรลาดกระบังจับมือญี่ปุ่น เดินหน้าโครงการก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำฝนด้วยโครงสร้างวัสดุพลาสติก พร้อมรับมือน้ำท่วม ป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมในไทย

         น้ำท่วม ปี 2554 ในประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นมหาอุทกภัยที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และลุ่มแม่น้ำโขง ส่งผลเสียอย่างหนักในหลายจังหวัด เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมและสิ้นสุด ในวันที่  16 มกราคม 2555 มีประชาชนกว่า 12.8 ล้านคนได้รับผลกระทบ ในปีนั้นธนาคารโลกประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท 


        หนึ่งในพื้นที่สำคัญของประเทศที่ได้รับความเสียหายจากมหาอุทกภัยในครั้งนั้นคือ นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดต่าง ๆ การต่อสู้กับมวลน้ำมหาศาลในครั้งนั้น หลายนิคมอุตสหกรรมไม่สามารถต้านแรงน้ำไว้ได้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้สรุปภาพรวมความเสียหายจากน้ำท่วมว่า มีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนขอรับความช่วยเหลือประมาณ 2,676 ราย เป็นภาคการผลิตเสียหาย 1,218 ราย มูลค่าเงินลงทุน 268,157 ล้านบาท จ้างงาน 141,430 คน ความเสียหายรวม 88,325 ล้านบาท 


แต่ในเคราะห์ร้ายก็ยังคงมีความโชคดี   เพราะนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญขนาดใหญ่ของประเทศ เป็นหนึ่งในนิคมฯที่รอดพ้นจากวิกฤติน้ำท่วมในปี 2554 ได้  โดยในปีนั้นทางนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง มีมาตราการการป้องกันและการวางแผนที่ดี จนสามารถปกป้องนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังได้สำเร็จ โรงงาน 137 แห่ง แรงงาน 22,884 คน รอดพ้นจากวิกฤติน้ำท่วม


และในปีนี้ นิคมอุตสาหกรลาดกระบัง ได้ยกระดับมาตราการการป้องกันน้ำท่วมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยโครงการก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำฝนด้วยโครงสร้างวัสดุพลาสติก เพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศ โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่อง ที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้จับมือ JICA ร่วมกับ บริษัท ชิชิบุ เคมิคัล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ในการพัฒนานวัตกรรมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย ป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจอุตสาหกรรม สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน




        นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วิกฤตอุทกภัยถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นทุกปีในประเทศไทย จึงมีแนวคิดหาวิธีป้องกันปัญหาน้ำท่วมแบบยั่งยืน และให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด โดยใช้นวัตกรรมบ่อกักเก็บน้ำฝนใต้ดินด้วยโครงสร้างวัสดุพลาสติก (Plastic Rainwater Storage Structure : PRSS) 





นางสาวคัตสึระ มิยาซากิ ผู้อำนวยการองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Chief Representative of Japan International Cooperation Agency Thailand Office หรือ JICA) ระบุว่า โครงสร้างพลาสติกกักเก็บน้ำฝนในโครงการนี้ ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลน้ำหนักเบา มีลักษณะเป็นแผงติดตั้งไว้ใต้ดิน สามารถเพิ่มจำนวนชั้นได้สูงสุด 10 ชั้น เพื่อเป็นภาชนะกักเก็บน้ำฝนชั่วคราว สามารถเก็บน้ำไว้ในโครงสร้างพลาสติกได้ถึง 95% ของปริมาตรทั้งหมด โดยไม่ทำลายวัฏจักรของน้ำ และมีอายุใช้งานนานถึง 50 ปี สามารถนำมาใช้ได้ทั้งพื้นที่อุตสาหกรรม และเขตที่อยู่อาศัย 

        ทั้งนี้ โครงสร้าง Plastic Rainwater Storage Structure หรือ PRSS แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ตามลักษณะการทำงาน คือ 

1. โครงสร้างจัดเก็บแบบซึมน้ำ เมื่อน้ำฝนถูกเก็บไว้ภายในจะค่อย ๆ ปล่อยน้ำออกมาแทรกซึมเข้าไปในชั้นพื้นดิน สามารถช่วยเติมน้ำใต้ดินแก่พื้นที่ที่มีปัญหาดินทรุดจากการขุดเจาะน้ำบาดาล และชะลอการทรุดลงของพื้นดิน 


2. โครงสร้างจัดเก็บแบบไม่ซึมซับน้ำ นอกจากจะสามารถกักเก็บน้ำฝนไว้ภายในช่วยป้องกันน้ำท่วมได้แล้ว ยังสามารถนำน้ำฝนใต้ดินเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย เช่น รดน้ำต้นไม้ ซักล้าง ฯลฯ






 
        ด้าน นายธีรวุฒิ เจริญสุข ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ได้ให้ข้อมูลว่า สำหรับการติดตั้งโครงสร้าง PRSS ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นบ่อหน่วงน้ำป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังเป็นหลัก  ข้อดีคือ ติดตั้งได้ง่าย รวดเร็ว และใช้เครื่องจักรในการก่อสร้างน้อยถ้าเทียบกับบ่อกักเก็บน้ำในแบบอื่น ๆ สามารถกักเก็บน้ำฝนไว้ใต้ดินได้ดี น้ำที่อยู่ในบ่อจะค่อย ๆ ปล่อยน้ำออกผ่านท่อระบายน้ำในภายหลัง เหมาะมากกับพื้นที่ที่มีจำกัด เนื่องจากเป็นการติดตั้งใต้พื้นดิน พื้นที่ด้านบนก็ยังคงสามารถใช้สอยให้เกิดประโยชน์ด้านอื่นได้อีก เช่น เป็นที่จอดรถ ลานสันทนาการ




             หากโครงการดังกล่าวมีผลลัพธ์ที่ดีในการช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ก็อาจจะมีการนำไปขยายผลติดตั้งใช้งานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมต่อไป ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อพื้นที่อุตสาหกรรม แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อชุมชนใกล้เคียง ตลอดจนยังเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับบรรดานักลงทุน เพราะหากพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญมีมาตรการป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อความมั่นใจของนักลงทุนที่จะมาลงทุนในประเทศไทยในอนาคตอีกด้วย 




เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand