10
shared

การกลั่นแกล้งที่พบบ่อยสุดในโรงเรียน

18 ธันวาคม 2562 18:16 691
เปิดข้อมูลการกลั่นแกล้งที่พบบ่อยที่สุดในโรงเรียน ผู้ปกครอง-ครูอาจารย์ควรให้ความใส่ใจ

วันนี้( 18 ธ.ค.62) หลังจากเหตุสลดนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมชั้นเสียชีวิต หลัง ไม่พอใจที่ถูกผู้เสียชีวิตกลั่นแกล้ง รังแก บางครั้งใช้มือตบศีรษะ และชอบล้อว่าเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ เป็นประจำจนอับอายเพื่อนในกลุ่ม คับแค้นใจจนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจขโมยปืนของพ่อออกมาจากบ้านโดยไม่แต่งชุดนักเรียนมาดักรอผู้เสียชีวิตหน้าห้องเรียน อาศัยจังหวะที่ผู้เสียชีวิตกำลังก้มเปลี่ยนรองเท้า จึงชักอาวุธปืนออกมายิงที่ศรีษะจนเสียชีวิต จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไปเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักเรียน พยายามจะเดินหนีออกจากโรงเรียน แต่ถูกจับตัวเอาไว้ได้ 

กรมสุขภาพจิตเปิดเผยข้อมูลการกลั่นแกล้งที่พบได้บ่อยที่สุดในโรงเรียน ผู้ปกครองควรรวมครูอาจารย์ในโรงเรียน ควรให้ความใส่ใจ อาทิ การแกล้งทางร่างกาย เช่น การเตะ ตี ต่อย ตบ ผลัก ซึ่งผู้ที่รังแกมักจะมีขนาดตัวใหญ่แรงแรงกว่า การกลั่นแกล้งโดยคำพูด , การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (cyberbullying) เป็นประเด็นที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นในกลุ่มคนอายุน้อย และยังขยายวงกว้างมากขึ้น , การกลั่นแกล้งทางเพศ ผู้ตกเป็นเหยื่อจะเกิดความอับอาย และความรำคาญ และการกลั่นแกล้งโดยอคติ เช่น ล้อเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา หรือรสนิยมทางเพศ 


ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรชวนลูกพูดคุยถึงการข่มเหงรังแก โดยยกประสบการณ์การถูกรังแกหรือกลั่นแกล้ง และให้เด็กเข้าใจว่าการกลั่นแกล้ง หรือ ถูกกลั่นแกล้งไม่ใช่เรื่องดี ควรให้เด็กทำกิจกรรมโดยมีเพื่อนอยู่ด้วย อย่างน้อย 2 คนขึ้นไป ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกรังแกได้น้อยกว่าการอยู่คนเดียว ฝึกการแสดงออกทางอารมณ์และดำเนินชีวิตเป็นปกติ ไม่แสดงอารมณ์หรือปฏิกิริยาโต้ตอบต่อการกระทำนั้นๆ หากเด็กสามารถควบคุมอารมณ์ ไม่แสดงอาการ จะลดแรงจูงใจในการถูกรังแกได้ ที่สำคัญ อย่าต่อสู้กับเรื่องนี้ด้วยตัวเองตามลำพัง ควรพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กที่เป็นผู้รังแก โดยควรมีคุณครูหรือนักจิตวิทยาโรงเรียนเข้าร่วมพูดคุยด้วย

หากผู้ปกครองพบว่า ลูกมีพฤติกรรมชอบรังแกเพื่อน วิธีที่จะช่วยให้หยุดพฤติกรรมเหล่านั้นคือ สอนให้เด็กรู้ว่าการรังแกผู้อื่นเป็นพฤติกรรมรุนแรงที่ไม่ได้รับการยอมรับและควรสอนเรื่องการเคารพสิทธิของผู้อื่นและปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเหมาะสม 

สำหรับเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ถูกรังแกมากสุด คือ เด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้า เด็กพิการ และเด็กเพศทางเลือก ซึ่งมีรายงานถูกรังแกมากที่สุด ส่วนเด็กที่รังแกผู้อื่น พบว่าเป็นเด็กกลุ่มที่ครอบครัวมีการใช้ความรุนแรง หรือเด็กที่ป่วยโรคทางจิตเวช เช่น สมาธิสั้น เป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ปัญหาเด็กรังแกกันในโรงเรียนของไทย มีจำนวนสูงถึงร้อยละ40 ติดอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น หรือพบปีละประมาณ 6 แสนคน

ขณะที่ นายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความเห็นถึงเรื่องการ Bully เป็นปัญหาใหญ่จนบางครั้งทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน ซึ่งพ่อแม่และครูต้องสื่อสารกันช่วยกันแก้ปัญหา    



เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand