37
shared

บัตรเอทีเอ็ม 20 ล้านใบ เปลี่ยนชิปการ์ดด่วน ก่อนกดเงินไม่ได้

27 พฤศจิกายน 2562 19:35 7555
เตือนผู้ใช้บัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต แบบแถบแม่เหล็ก รีบไปเปลี่ยนเป็น "บัตรชิปการ์ด" ด่วน ภายใน 15 ม.ค.63 ก่อนกดเงินไม่ได้ หากเปลี่ยภายในสิ้นปีนี้ทุกแบงก์ฟรีค่าธรรมเนียมการเปลี่ยน

วันนี้ (27 พ.ย.62) หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และสถาบันการเงิน ร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มจากรูปแบบบัตรแถบแม่เหล็ก (magnatic card) ให้เป็นบัตรชิปการ์ด (chip card) ที่เป็นมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการทำธุรกรรมการเงิน ป้องกันความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น และเพื่อให้ผู้บัตรอิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้บัตรได้อย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลล่าสุดพบว่า จำนวนบัตรแถบแม่เหล็ก ทั้งบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิต ลดลงจาก 67 ล้านใบ เมื่อเดือน พ.ค. 2559 มาเหลืออยู่ที่ 20 ล้านใบช่วงกลางปีที่ผ่านมา ส่วนบัตรชิปการ์ด มีจำนวนเพิ่มขึ้น จาก 5 ล้านใบมาเป็น 52 ล้านใบทั่วประเทศ 

สำหรับบัตรแบบแถบแม่เหล็กที่เหลือราว 20 ล้านใบ แบ่งเป็นกรุงเทพ 30% และต่างจังหวัดอีก 70% ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากสุดร้อยละ 26 ภาคกลางร้อยละ 19 ภาคเหนือร้อยละ 14 ภาคใต้ร้อยละ 12 และในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นบัตรที่ออกโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.

นอกจากนั้นพบว่าเป็นบัตรที่ยังใช้งาน (active) เฉลี่ย 1 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 70 หรือประมาณ 14 ล้านใบ ส่วนบัตรแถบแม่เหล็กที่ไม่มีการใช้งาน (inactive) มีสัดส่วนร้อยละ 30 หรือประมาณ 6 ล้านใบ

สิ่งที่ผู้ถือบัตรควรทราบ คือ หลังวันที่ 15 ม.ค. 2563 บัตรแถบแม่เหล็กที่ประชาชนถืออยู่จะไม่สามารถใช้กับตู้เอทีเอ็ม หรือ เครื่องรูดบัตรตามร้านค้าต่างๆ  ทำให้ธปท.เร่งประสานงานกับธนาคารต่างๆ ประชาสัมพีนธ์ให้ประชาชนรับทราบและรีบไปเปลี่ยนเป็นบัตรแบบชิปการ์ด ดดยจะเห็นว่าแต่ละแบกง์ออกมาทำการประชาสัมพันธ์กันอย่างมากในช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นธ.ก.ส. ออมสิน ยูโอบี ธนาคารกรุงเทพฯ ที่สำคัญบัตรรุ่นใหม่สามารถใช้งานกับตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศทั้ง 67,000 ตู้ได้แล้ว 

ทั้งนี้ ประชาชนที่ถือบัตรแถบแม่เหล็กสามารถนำบัตรไปเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดที่ธนาคารผู้ออกบัตร โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสาขาที่ออกบัตร ซึ่งการเปลี่ยนบัตรไม่ได้มีความซับซ้อน เพียงแค่มีหลักฐานประกอบคือบัตรประจำตัวประชาชน บัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มใบเดิม และสมุดบัญชีเงินฝากไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อแจ้งขอเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ด โดยการเปลี่ยนบัตรจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนค่าธรรมเนียมรายปีบัตรชิปการ์ดเริ่มต้นที่ 250 บาท ตามแต่เงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน

ส่วนสถาบันการเงินใดนำเสนอบัตรชิปการ์ดที่มีประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติม เป็นสิทธิของลูกค้าที่จะรับหรือปฏิเสธบัตร ซึ่งมีค่าธรรมเนียมตามต้นทุนที่สูงขึ้นนั้นได้

อย่างไรก็ตาม หลังวันที่ 15 ม.ค. 2563 หากประชาชนที่มีบัตรแถบแม่เหล็กยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ด และต้องการกดเงินสดหรือโอนเงิน ก็จะต้องไปเบิกที่สาขาธนาคาร หรือโอนเงินผ่านโมบาย แบงกิ้ง หรือ อินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง หรือตู้กดเงิน โดยไม่ใช้บัตร แทนการใช้บัตร ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับผู้ใช้บริการทางการเงินในบางกลุ่ม

การผลักดันให้เปลี่ยนบัตรจากบัตรแถบแม่เหล็กง่ายมาเป็นบัตรชิปการ์ด เพราะบัตรแถบแม่เหล็กง่ายต่อการลอกข้อมูล ปลอมแปลงบัตร และโจรกรรมข้อมูล (skimming) เพื่อนำไปทำบัตรปลอมได้ ส่วนชิปการ์ดมีเทคโนโลยีที่ยอมรับในระดับสากลด้านความปลอดภัย ปลอมแปลงได้ยากกว่าบัตรแถบแม่เหล็ก

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand