6
shared

Exclusive Content : ต้องมีเงินดาวน์เท่าไหร่ ถึงจะซื้อบ้านได้?

4 มีนาคม 2563 14:04 728
Exclusive Content : ต้องมีเงินดาวน์เท่าไหร่ ถึงจะซื้อบ้านได้?

มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ "โครงการบ้านดีมีดาวน์" ที่รัฐบาลเพิ่งจะออกมาไม่นาน อาจทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อบ้านเร็วขึ้น แต่จะต้องเตรียมตัวอย่างไร?

        เชื่อว่าหลายคนที่อยากมีบ้าน อาจจะยังลังเลหรือกำลังอยู่ในช่วงวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมทั้งเรื่องของเงินดาวน์  ข้อมูลการขอสินเชื่อ หรือกำลังอยู่ระหว่างเลือกทำเลและโครงการที่ใช่สำหรับตนเอง แต่สิ่งที่สำคัญและเป็นปัจจัยหลักของการซื้อบ้าน ก็คงจะหนีไม่พ้น"เงินดาวน์" แต่จะต้องมีเงินดาวน์บ้านเท่าไหร่กันล่ะ? ถึงจะกู้ซื้อบ้านได้ ? 


              ปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ แบงก์ชาติ ได้ออกมาตรการเพื่อควบคุมมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อของเหล่าสถาบันการเงิน เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  สถาบันการเงินแข่งขันกันรุนแรง ทำให้คุณภาพในการปล่อยสินเชื่อบ้านลดลง  จึงเกิดการกู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 -3- 4 มากขึ้น   หรือว่ากันง่ายๆก็คือ ซื้อเพื่อหวังเก็งกำไรมากขึ้น  แต่ในกลุ่มคนที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรกจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเกณฑ์ของการวางเงินดาวน์ขั้นต่ำของมาตรการ LTV  ยังอยุ่ที่   0-10% เท่าเดิม 

    
         สิ่งที่สำคัญในการกู้ซื้อบ้านคือ  เงินดาวน์บ้านหรือคอนโดมิเนียม  เพราะธนาคารมีกฎคือปล่อยสินเชื่อกู้บ้านได้สูงสุด 90% ของราคาบ้าน เช่น ราคาบ้าน 1 ล้านบาท ธนาคารจะให้กู้มากที่สุด 9 แสนบาท อีก 1 แสนบาท  จึงเป็นเงินสดที่เราจะต้องจ่ายโดยตรงให้กับผู้พัฒนาโครงการเอง  ซึ่งโครงการบ้าน-คอนโดฯต่าง ๆ จะมีโปรแกรมให้เราผ่อนดาวน์เป็นรายเดือนกับโครงการ  ในระหว่างที่โครงการยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง  โดยธนาคารจะปล่อยกู้เมื่อที่อยู่อาศัยนั้นสร้างเสร็จแล้ว  โดยทั่วไปแล้ว  โครงการฯจะเก็บเงินดาวน์ที่ 10-20% ของราคาบ้าน

        ยกตัวอย่าง เช่น  โครงการบ้านแสนสุขใจ บ้านเดี่ยว ราคา  5 ล้านบาท ก็จะเรียกเก็บเงินดาวน์ 10% = 5 แสนบาท  จะให้ผ่อนดาวน์ 3 เดือน = ชำระค่าดาวน์บ้านเฉลี่ยเดือนละ 1.67 แสนบาท เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า การผ่อนดาวน์บ้านต่อเดือนค่อนข้างสูง ทำให้เราต้องเตรียมตัวเก็บออมเงินไว้ก่อนส่วนหนึ่งเพื่อนำมาใช้เป็นค่าดาวน์บ้านที่เราอยากเป็นเจ้าของ  


        อย่างไรก็ดี ล่าสุด รัฐบาลก็ได้จัดมาตรการสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อกระตุ้นให้คนซื้อบ้าน หวังจะให้มีเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี ในโครงการ "บ้านดีมีดาวน์" โดยภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) จำนวน 50,000 บาท ต่อราย  ภายใต้เงื่อนไข ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี  รวมถึง เป็นผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีอากรของกรมสรรพากร   จำนวน 100,000 ราย และผ่านเกณฑ์ ตามแนวทางที่กระทรวงการคลังกำหนด   ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 62 - 31 มีนาคม 2563


        หากเป็นผู้กู้กรณีตัวอย่างข้างต้นเข้าเกณฑ์ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ก็จะช่วยลดค่าดาวน์บ้าน 50,000 บาท จากเดิมที่ต้องจ่าย 5 แสนบาท   จะเหลือที่ต้องจ่ายคือ 4.5 แสนบาท เป็นต้น  

       อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเงินดาวน์เตรียมพร้อมอยู่ในมือแล้ว  ยังจะต้องรู้ความสามารถในการผ่อนชำระของเราด้วย เพราะจะกู้ได้วงเงินสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับความสามารถในการกู้ เพราะธนาคารจะพิจารณาจาก รายได้ ภาระหนี้ต่อรายได้ของเราด้วย  ซึ่งส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ผู้กู้บ้านมีภาระหนี้ได้ 30-40% ของรายได้  แล้วแต่ธนาคารจะกำหนด  ซึ่งภาระหนี้ที่ว่า หมายถึงภาระหนี้ทุกอย่างที่มี ทั้ง ค่าผ่อนรถ โทรศัพท์มือถือ ต่างๆที่เราผ่อนอยู่ 


       
        โดยสูตรคำนวณคร่าวของธนาคาร คือ (รายได้ต่อเดือน) X (30% หรือ 40%) = (ความสามารถผ่อนชำระ)   เช่น รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน X 30% หรือ 40% = 9,000-12,000 บาท   โดยหากผู้กู้มีภาระหนี้ผ่อนรถอยู่เดือนละ 8,000 บาท ความสามารถผ่อนชำระที่เหลือว่างอยู่จึงเหลือเพียง 1,000-4,000 บาทเท่านั้น   ซึ่งจะคำนวณตามสูตร   (1,000,000 ÷ 7,000) x (ความสามารถผ่อนชำระ) = (วงเงินที่สามารถกู้ได้)   เช่น (1,000,000 ÷ 7,000) x 4,000 = กู้บ้านได้ในราคา 571,429 บาท (*กรณีนี้กำหนดให้ผู้กู้มีภาระหนี้ได้ 40%)  อย่างนี้ เป็นต้น 


        ดูจากสูตรการคำนวณแล้ว หลายคนอาจจะมองว่า การมีบ้านสักหลังเป็นเรื่องอีกยาวไกล  เพราะปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากเงินทุนแล้ว การวางแผนเรื่องบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญ   รวมถึงการมีวินัยในการใช้จ่าย  การชำระหนี้ที่ตรงเวลา จะช่วยให้บ้านในฝันอยู่กับเราไปจนตลอดรอดฝั่งแน่นอน 



อ้างอิง :  ธนาคารแห่งประเทศไทย  
             เตรียมตัวกู้ซื้อบ้าน 7 ขั้นตอนพื้นฐานที่คุณต้องรู้   ddproperty.com  


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Exclusive Content : วางแผนลงทุน เมื่อ LTF ถูกยกเลิก

Exclusive Content : แผนกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ปลดล็อกคนอยากมีบ้าน


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand