2
shared

ไทย–เกาหลีชื่นมื่น! ร่วมกันรับรองปฏิญญาแม่น้ำโขง-แม่น้ำฮัน

27 พฤศจิกายน 2562 14:01 215
นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวร่วมประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีในโอกาสการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผลลัพธ์ปฏิญญาแม่น้ำโขง-แม่น้ำฮัน

วันนี้ (27พ.ย.62) เวลา 11.40 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครปูซาน) ณ อาคารการประชุม ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานร่วมกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี การแถลงข่าว (Joint Press Conference) ของการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 

 นายกรัฐมนตรีขอบคุณสาธารณรัฐเกาหลีที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับผู้นำครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศฉันท์มิตรและประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทุกประเทศสมาชิกยืนยันสนับสนุนความร่วมมือเพื่อส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งถือว่าเป็นการต่อยอดจากการประชุมสุดยอดอาเซียน–สาธารณรัฐเกาหลี และยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีและสมาชิกลุ่มน้ำโขงขึ้นสู่ระดับสูงสุด นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานร่วมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับผลสำเร็จในวันนี้

ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่ากรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง–สาธารณรัฐเกาหลีเป็นความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคที่มีกลไกการทำงานที่เป็นระบบ และมีพลวัตมากที่สุดกรอบหนึ่ง ชื่นชมสาธารณรัฐเกาหลีที่ประกาศเพิ่มเงินทุนในกองทุนความร่วมมือลุ่มน้าโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี เป็น 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 และกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงขอบคุณรัฐบาลเกาหลีที่เป็นประเทศแรกที่ประกาศสนับสนุนเงินจานวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกองทุนเพื่อการพัฒนาของ ACMECS ในโอกาสนี้ ประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงได้ร่วมกันรับรองปฏิญญาแม่น้ำโขง-แม่น้ำฮัน ซึ่งสาธารณรัฐเกาหลีได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบระหว่างนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southern Policy) ของสาธารณรัฐเกาหลี และแผนแม่บท ACMECS ของประเทศลุ่มน้ำโขงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

 นายกรัฐมนตรีได้เสนอ 3 ประเด็นสำคัญ หรือ 3P ที่สอดคล้องกับสามเสาหลักของนโยบายมุ่งใต้ใหม่ ในเรื่องของประชาชน (People) สนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษา สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาไทยและสาธารณรัฐเกาหลีให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ทุกปี หรือเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในระยะ 5 ปี รวมถึงการดำเนินโครงการปีแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษา ในปี 2564 ซึ่งจะฉลองครบรอบ 10 ปี ของความร่วมมือ ตลอดจนนายกรัฐมนตรีย้ำถึงการดูแลประชาชนในช่วงการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

เรื่องความเจริญรุ่งเรือง (Prosperity) นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าความเชื่อมโยงในทุกมิติเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเติบโตทางเศรษฐกิจ การเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการผลิต นายกรัฐมนตรีจึงเสนอให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อสนับสนุนความสามารถด้านดิจิทัลแก่ประเทศลุ่มน้ำโขง เพื่อความสามารถในการเข้าสู่ตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสภาธุรกิจฯ จะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

เรื่องสันติภาพ (Peace) ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่กระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ได้แก่ ปัญหาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการทรัพยากรน้ำ และปัญหาภัยพิบัติ นายกรัฐมนตรีเสนอให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่ทันสมัยของสาธารณรัฐเกาหลีในการพยากรณ์สภาวะน้ำท่วมและภัยแล้งในระยะยาวเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พร้อมทั้งช่วยกันรักษาป่าอาเซียน ปลูกป่าอาเซียน และร่วมกันบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อแก้ไขปัญหาสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลงเพื่อความมั่นคงยั่งยืนตลอดไป

นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ ย้ำถึงการให้ความสำคัญต่อการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค โดยยึดมั่นและปฏิบัติตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและพันธกรณีระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้กับเวียดนามและสาธารณรัฐเกาหลีที่จะเป็นประธานร่วมกันในการประชุมปีหน้า