1
shared

ครูพละรับผิดทั้งน้ำตา ปมตีก้นเด็ก ป.6 เผยเหตุผลยากเกินอธิบาย

20 พฤศจิกายน 2562 14:37 292
ตำรวจรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ ก่อนเรียกครูพละที่ตีก้นเด็ก ป.6 จนแตกลาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ด้าน ครูเผยทั้งน้ำตา ผิดพลาดเองที่ลงโทษเด็กแบบนั้น ขณะที่แม่เด็กฟังชี้แจงพร้อมเจรจาไกล่เกลี่ย

วันนี้ (20 พ.ย.62) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.อาทิตย์ ศรีสุพจน์ สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งครุ เผยถึงกรณี น.ส.อุมาพร อายุ 29 ปี พา น้องพี อายุ 12 ปี บุตรชาย นักเรียนชั้น ป.6/1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความหลังถูกทำโทษด้วยการใช้ไม้พลองลูกเสือหวดก้นจนแตกลาย ว่า หลังรับแจ้งความตนได้ส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่ รพ.บางปะกอก 3 ต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ ออกมาก่อนจึงจะเรียก ครูพละ อายุ 52 ปี คู่กรณีเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ในฐานความผิดที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย อย่างไรก็ตามวันนี้ทราบว่า ทางโรงเรียนได้เรียกผู้ปกครองและเด็กที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เพื่อชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น จึงยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะต้องเรียกพยานเข้ามาสอบปากคำหรือไม่ และจะเรียกใครเข้ามาบ้าง อย่างไรก็ตามยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย

ขณะที่ ผอ.โรงเรียน ได้พาตัวครูพละคู่กรณี มาพบผู้ปกครองของเด็กๆ ที่อยู่ในวันที่เกิดเหตุเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา เข้าพบปะพูดคุยกันที่โรงเรียนนานประมาณ 1 ชั่วโมง


ครูพละ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เรื่องนี้ตนยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเองที่ลงโทษเด็ก แต่ตนไม่สามารถเล่าสิ่งใดให้ละเอียดไปได้มากกว่าข้อเท็จจริงคร่าวๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเด็กๆ ที่ถูกลงโทษก็เป็นลูกศิษย์ของตน ถ้าหากจะเล่าพฤติกรรมทั้งหมดของลูกศิษย์ตนผ่านสื่อมวลชนไป เกรงว่าจะไม่มีสถาบันใดรับลูกศิษย์ตนเข้าไปเรียนต่อ และอาจส่งผลต่ออนาคตของลูกศิษย์ตนได้

“ดังนั้นจึงอยากเล่ารายละเอียดที่เป็นจริงอย่างคร่าวๆ ว่า ก่อนหน้านี้มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งมาฟ้องตนว่า ถูก ด.ช.พี และเพื่อนๆ ในกลุ่มรวม 8 คน กลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกาย เมื่อตนเรียก ด.ช.พี และเพื่อนๆ มาสอบถามปรากฏเป็นความจริง จึงได้ลงโทษด้วยการตีและสั่งให้รีบขึ้นห้องเรียน แต่ปรากฏว่า ด.ช.พี กลับเถลไถลไม่ยอมขึ้นห้องเรียน ตนจึงเรียกมาลงโทษอีก กระทั่งทราบในภายหลังว่าผู้ปกครองของ ด.ช.พี พาลูกชายเข้าไปแจ้งความ โดยหลังจากนี้หากพนักงานสอบสวนเรียกเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา ตนก็พร้อมยอมรับและต้องเดินทางไปตามที่พนักงานสอบสวนเรียก แต่ท้ายที่สุดจะไกล่เกลี่ยกันได้หรือดำเนินคดีอย่างไรก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม” นายจักรพงศ์ กล่าว

ด้าน น.ส.อุมาพร แม่ของน้องพี กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ทราบพฤติกรรมของลูกตัวเองเลยเพราะครูไม่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบ ยอมรับว่าตกใจที่เห็นแผลลูกจึงรีบพาไปแจ้งความกับตำรวจ อย่างไรก็ตามเมื่อรับรู้พฤติกรรมดังนี้ก็ต้องบอกว่าเสียใจ และหลังจากนี้ยินดีไกล่เกลี่ยยอมความ แต่ตนอยากบอกคุณครูว่า หากเด็กมีปัญหาลักษณะนี้ขึ้นอีกไม่ว่าเด็กคนไหน อยากให้แจ้งผู้ปกครองเด็กคนนั้นๆ เสียก่อนและเรียกเข้าพบเพื่อพูดคุยกันก่อนจะดีกว่า ตนว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดี และเป็นแนวทางที่ถูกต้องมากกว่าการลงโทษด้วยการตี จนเด็กได้รับบาดเจ็บ เพราะที่ผ่านมาก็ทราบว่าปัจจุบันนี้มีคำสั่งให้เลิกใช้วิธีการลงโทษเด็กด้วยการตีมาสักระยะแล้ว


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand

ข่าวที่คุณอาจสนใจ