2
shared

เรียกกู้ภัยให้ปากคำ คดียิงสนั่นกลางศาลจันทบุรี

19 พฤศจิกายน 2562 14:20 611
คณะกรรมการสอบสวน คดียิงสนั่นกลางศาลจันทบุรีเร่งทำคดีเต็มที่ ล่าสุดเรียกกู้ภัยฯชุดเข้าที่เกิดเหตุ ให้ปากคำเพิ่มเติมประกอบสำนวน

ความคืบหน้าคดียิงสนั่นศาลจันทบุรี หลังจาก พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตจเรตำรวจ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้น กระหน่ำยิงใส่ ทนายและโจทย์ เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ก่อนที่ พล.ต.ต. ธารินทร์ จะมาถูก นายธนากร ธีรวโรดม เสมียนทนาย นำอาวุธปืนจาก ร.ต.อ. ขจร บรรจง รอง สวป. ปฏิบัติงานตำรวจศาล มายิงใส่จนเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์นองเลือดดังกล่าว เกิดขึ้นหน้าบัลลังก์ห้องพิจารณาคดี ศาลจันทบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 พ.ย. 62 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด วันนี้ (19 พ.ย. 62) พ.ต.ท.ปิติ พานิช รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี , ร.ต.อ.ศรีจันทร์ เรือนเงิน รอง สว.(สอบสวน ) ได้ทยอยติดต่อเรียกสอบพยานที่เกี่ยว โดยได้เรียกชุดเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ที่ในวันเกิดเหตุได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ปฐมพยาบาลและช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ ผู้ที่อยู่ห้องพิจารณาคดี โดยพยานที่เข้ามาให้ปากคำมี นายชาติ แจ้งเจริญ หัวหน้าแผนกกู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูฯ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ อีก 2 คน, โดยการสอบสวน ใช้เวลานานร่วม 2 ชม.จึงแล้วเสร็จ ซึ่งทีมชุดสอบสวน ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ให้เหตุผลว่าต้องเร่งวิเคราะห์ สรุปคำให้การของพยานที่มาให้ปากคำในวันนี้ เนื่องจากต้องนำไปประมวลกับคำให้การของพยานอีกหลายฝ่าย ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อให้การสรุปสำนวนคดี มีความรัดกุม รอบคอบ และชัดเจน


ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายชาติ แจ้งเจริญ หัวหน้าแผนกกู้ภัยฯ หลังจากได้เข้าให้ปากคำ โดยนายชาติ กล่าวว่า ได้ถูกเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน โดยพนักงานสอบสวน ได้สอบถามในเรื่องการปฏิบัติงานของชุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ในวันเกิดเหตุ โดยในวันนั้นหลังจากได้รับแจ้งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้รีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ โดยไม่ทราบเป็นเหตุใช้อาวุธยิงกัน เมื่อขึ้นไปถึงห้องพิจารณาคดีก็พบว่า มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หมอ และพยาบาล อยู่ในห้องที่เกิดเหตุแล้ว

จากนั้น จึงได้กระจายกำลังสนับสนุนการทำงานของทางหมอและพยาบาล พร้อมทั้งประสานรายงานให้กับทีมแพทย์ รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี ก่อนจะรับคำสั่งให้ดำเนินการเคลื่อนย้าย ลำเลียงผู้บาดเจ็บทั้ง 5 รายส่ง รพ.พระปกเกล้าฯ และ รพ.จันทบุรี กรุงเทพ โดยไม่ทราบว่าผู้บาดเจ็บทั้ง 5 ราย เป็นใครบ้าง ในส่วนที่พนักงานสอบสวนได้ซักถามว่า มีผู้บาดเจ็บได้มีการพูดคุยบอกเล่าหรือไม่ว่าใครเป็นใคร หรือใครเป็นผู้ก่อเหตุ นายชาติ ระบุว่า ในช่วงขณะนั้น จากการประเมินอาการผู้บาดเจ็บทั้งหมด อยู่ในอาการได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่ได้สติ โดย 1 ใน 5 ราย ที่จะพอมีสติ ส่งเสียงร้องจากอาการบาดเจ็บเพียงเท่านั้น ไม่มีการพูดคุยกันแต่อย่างไร


นายชาติ กล่าวอีกว่า ขณะที่ กู้ภัยฯ เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ในวันนั้น ก็พบว่า มีทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ศาล อยู่กันครบถ้วนแล้ว เนื่องจากเข้าไปหลังที่เกิดเหตุการณ์ไปแล้ว ราว 10 นาที ซึ่งเหตุการณ์ได้จบลงไปแล้ว ประกอบกับหน้าที่หลักของ กู้ภัยฯ มุ่งไปที่การให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บมากกว่า จึงไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ หรือ ทำอะไรบ้าง เนื่องจากเหตุการณ์ ยิงกันครั้งนี้ เกิดก่อนที่ทีมกู้ภัยฯ จะเดินทางไปช่วยเหลือ

ขณะที่ ความคืบของคดีในเรื่องอื่น ทางคณะกรรมการสอบสวนของตำรวจภูธร จ.จันทบุรี เมื่อวานนี้ (18 พ.ย.62) ทาง พล.ต.ท.มนตรี  ยิ้มแย้ม ผบช.ภ. 2 ได้เรียกคณะกรรมการสอบสวน ตั้งแต่ รอง ผบก.ภ.จ.จันทบุรี, ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี และชุดสอบสวนในคดีนี้ เข้ามารายงานความคืบหน้า เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดี และฟังการสอบสวนของ ร.ต.อ.ขจร ซึ่งเป็นตำรวจศาลส่งปืนให้ นายธนากร ธีรวโรดม เสมียนทนาย ยิง พล.ต.ต.ธารินทร์


จากการสอบสวน ร.ต.อ.ขจร ที่ปฏิบัติงานตำรวจศาล จ.จันทบุรี เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นได้ยินเสียงปืน จึงคว้าปืนประจำกายหมายไประงับเหตุ แต่ด้วยที่ ร.ต.อ.ขจร มีโรคประจำตัวเคยรักษาพยาบาลมาก่อน จึงอาจจะเกิดความลังเลในขณะปฏิบัติหน้าที่ เพราะเป็นตำรวจที่ทำงานด้านเอกสาร และอยู่ที่ ศาล จ.จันทบุรี ซึ่งกำลังสอบสวนให้กระจ่างมากกว่านี้ และให้ความเป็นธรรม

แต่รู้ว่า ร.ต.อ.ขจร มีความตั้งใจที่จะระงับเหตุ เพราะการระงับเหตุต้องตัดสินเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งหากพบว่า ร.ต.อ.ขจร ทำงานบกพร่อง ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย  แต่หากไม่ผิดจะต้องสอบสวนให้ปรากฏชัดว่า ร.ต.อ.ขจรไม่ผิดต่อไป ซึ่งขณะนี้ ผลของคดี ทางการสอบสวนต้องรอวิถีกระสุน พยานแวดล้อม และที่เกิดเหตุดูภาพวงจรปิดเส้นทางต่าง ๆ  ซึ่งทางตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน


ส่วนหลังเหตุการณ์สงบ ขณะนั้น พล.ต.ต.ธารินทร์ ที่เป็นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่น ด้วยเหตุซึ่งหน้า ตำรวจจึงต้องควบคุมโดยล็อคกุญแจไว้ก่อน เพราะขณะนั้น พล.ต.ต.ธารินทร์ ยังไม่เสียชีวิต และมีอาวุธปืนอยู่ข้างกาย ประกอบกับมี หมอ พยาบาล กู้ภัยฯ และตำรวจ อยู่กันเป็นจำนวนมาก จึงต้องใส่กุญแจมือ เพื่อป้องกันเหตุร้ายไว้ก่อน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ร.ต.อ.”อ้างเคยรักษาเส้นเลือดในสมองแตก! ทำลังเลไม่กล้าระงับเหตุยิงกลางศาล

ไทม์ไลน์...!”วินาทีคลั่งยิงกลางศาล”ตำรวจ”ป่วย หรือ ป๊อด”



เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand