7
shared

ส่องโปรแกรม 'ลิเวอร์พูล-แมนซิตี้' สิ้นปี2019 ช่องว่างอาจเกิน9แต้ม

14 พฤศจิกายน 2562 13:24 3375
หลังจากลิเวอร์พูลเปิดรังแอนฟิลด์อัดเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-1 ทำให้"หงส์แดง" นำ "เรือใบ" ที่หล่นเป็นที่ 4 ห่างเป็น 9 แต้ม โดยทิ้งเลสเตอร์ และ เชลซี 8 แต้ม

โดยช่วงนี้เป็นช่วงพักเบรกให้ทีมชาติราว 2 สัปดาห์ โดยศึกพรีเมียร์ลีกจะกลับมาฟาดแข้งอีกครั้งในช่วงวันที่ 23 พ.ย.

ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ "เรือใบ" ของเป๊ป พ่ายไปแล้วถึง 3 เกมในฤดูกาลนี้คือสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์ตัวหลักโดยเฉพาะเกมรับผลัดกันเจ็บ โดยปัจจุบันต้องถอย เฟร์นันดินโญ่ จากมิดฟิลด์ตัวรับลงไปยืนเซนเตอร์หลัง เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ เจ็บยาว ส่วนจอห์น สโตน เพิ่งฟิตกลับมา ขณะที่นิโคลัส โอตาเมนดี้ ฟอร์มไม่น่าวางใจ ด้านเอริก การ์เซีย ดาวรุ่งวัย 18 ปียังอ่อนประสบการณ์เกินไป

โดยก่อนหน้านี้กุนซือสแปนิชเคยเปรยว่าทีมจำกัดงบช็อปเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาทำให้ต้องเลือกเซ็น โรดรี้ มาเสริมแดนกลางเนื่องจากเฟร์นันดินโญ่ โรยราแทนการคว้าเซนเตอร์ตัวใหม่มาแทนแว็งซองต์ กองปานี ที่หมดสัญญา สุดท้ายช่องโหว่ของกองปานีกลายเป็นผลร้ายของทีม

หลายฝ่ายเชื่อว่าตลาดปีใหม่นี้แมนฯ ซิตี้น่าจะทุ่มคว้ากองหลังมาอุดรอยรั่วนี้ซึ่งถ้าได้เกมรับที่แน่นขึ้นผลงานของทีมจะกลับมาพุ่งฉิวอีกครั้ง

แต่ก่อนถึงช่วงตลาดซื้อขายเปิดตัวในเดือนมกราคมเราพาไปดูโปรแกรมที่เหลือในปีนี้ของทั้ง "หงส์แดง" และ "เรือใบ" ต้องลงเล่น ซึ่งช่องว่าง 9 แต้มในตอนนี้เมื่อถึงวันขึ้นศักราชใหม่มันอาจลดลงหรือเพิ่มมากขึ้นก็เป็นได้

โปรแกรมที่เหลือในปี 2019 ของ ลิเวอร์พูล 

23 พ.ย. พบ พาเลซ (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

27 พ.ย. พบ นาโปลี (เหย้า, แชมเปี้ยนส์ ลีก)

30 พ.ย.  พบ ไบรท์ตัน (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

4 ธ.ค. พบ เอฟเวอร์ตัน (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

7 ธ.ค. พบ บอร์นมัธ (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

10 ธ.ค. พบ ซัลซ์บวร์ก (เยือน, แชมเปี้ยนส์ ลีก)

14 ธ.ค. พบ วัตฟอร์ด (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

17 ธ.ค.  พบ แอสตัน วิลล่า (เยือน, คาราบาว คัพ)

18-21 ธ.ค. เล่นศึกชิงแชมป์สโมสรโลก 2 นัด ที่ประเทศกาตาร์

26 ธ.ค. พบ เลสเตอร์ (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

29 ธ.ค.  พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

โปรแกรมที่เหลือในปี 2019 ของ แมนฯ ซิตี้

23 พ.ย. พบ เชลซี (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

26 พ.ย. พบ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (เหย้า, แชมเปี้ยนส์ ลีก)

30 พ.ย. พบ นิวคาสเซิ่ล (เยือน, พรีเมียร์ลีก) 

3 ธ.ค. พบ เบิร์นลี่ย์ (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

7 ธ.ค. พบ เจอ แมนฯ ยูไนเต็ด (เหย้า, พรีเมียร์ลีก) 

11 ธ.ค. พบ เจอ ดินาโม ซาเกร็บ (เยือน, แชมเปี้ยนส์ ลีก)

15 ธ.ค. พบ เจอ อาร์เซน่อล (เหย้า, พรีเมียร์ลีก) 

18 ธ.ค. พบ อ็อกซ์ฟอร์ด (เยือน, คาราบาว คัพ)

21 ธ.ค. พบ เลสเตอร์ (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

27 ธ.ค. พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

 29 ธ.ค. พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (เหย้า, พรีเมียร์ลีก) 

จากโปรแกรมที่เหลือจะเห็นได้ว่าลิเวอร์พูลเจองานง่ายกว่ามากมีหนักสุดๆคือเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้กับเอฟเวอร์ตันแต่การได้เล่นในแอนฟิลด์ไม่น่าเป็นปัญหากับการคว้าสามแต้ม และมีเกมเยือนเลสเตอร์ในช่วงบ็อกซิ่งเดย์

ขณะที่ฝั่ง "เรือใบ" มีงานหนักกับการเจอ เชลซี หลังกลับจากเบรกทีมชาติ รวมทั้งยังมีเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ที่ไม่ว่าคู่อริอย่างผีแดงจะมีผลงานเป็นอย่างไรศึกนี้เป็นงานยากทุกครั้ง และมีเกมต้องรับมืออาร์เซน่อล และ เลสเตอร์ แม้จะเป็นเกมในเอติฮัด สเตเดี้ยมแต่ก็วางใจไม่ได้ อีกทั้งยังมีเกมเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ขึ้นชื่อเหนียวในบ้านอีกด้วย

หากมองแบบไม่เอนเอียงอย่างแย่ของลิเวอร์อาจมีสะดุดแต่คงไม่ถึงแพ้กับเกมเยือนเลสเตอร์ ส่วนที่เหลือน่าเก็บชัยได้ ขณะที่แมนฯ ซิตี้จากการเคยแพ้ทั้งนอริช และ วูล์ฟแฮมป์ตันมาแล้ว เจอเชลซีที่กำลังเข้าฝัก อาร์เซนอลที่ถึงตอนนั้นอาจเปลี่ยนกุนซือใหม่แล้ว รวมทั้งเลสเตอร์ที่ทีมเวิร์คเยี่ยม หากเกมรับยังเป็นแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ช่องว่าง 9 แต้มมีโอกาสเพิ่มขึ้นมากกว่าลดลง และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ได้แต่ภาวนาให้เชลซี และ เลสตอร์รักษามาตรฐานไว้ให้ได้เพื่อความสนุกในการลุ้นแชมป์

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand