5
shared

เรื่องกล้วยๆ ที่คุณแม่ต้องรู้! ไม่ควรป้อนกล้วยลูกก่อน 6 เดือน

14 พฤศจิกายน 2562 06:41 609
เรื่องกล้วยๆ ที่คุณแม่ต้องรู้! ไม่ควรป้อนกล้วยลูกก่อน 6 เดือน

"ป้อนกล้วยลูก" จะช่วยให้ฉลาด ช่วยให้อิ่มท้อง กล้วยคุณประโยชน์มากล้น แต่แท้จริงแล้ว รู้หรือไม่ว่าไม่ควรป้อนกล้วยลูกก่อน 6 เดือน

"ป้อนกล้วยลูก" จะช่วยให้ฉลาด ช่วยให้อิ่มท้อง กล้วยคุณประโยชน์มากล้น หลากหลายความเชื่อที่ถูกส่งต่อๆ ตามภูมิปัญญาสมัยอดีต เนื่องจากความรู้ที่ญาติผู้ใหญ่ได้รับมาจากหมอรุ่นก่อน ความรู้เรื่องนมแม่ยังมีไม่มาก ย่อมไม่เหมือนกับความรู้ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ในปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเริ่มกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่ "นมแม่" หลังจากที่เด็กมีอายุ 6 เดือนเป็นต้นไป เนื่องจากก่อน 6 เดือนเด็กยังมีกระเพาะอาหารและลำไส้ไม่แข็งแรงเต็มที่ ระบบการย่อยยังไม่สมบูรณ์

ดังนั้น หากกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมเข้าไปอาจก่อให้เกิดความผิดปกติในร่างกายได้ ยกตัวอย่างเช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก ท้องเสีย แพ้อาหาร เพราะเยื่อบุลำไส้ของเด็กยังอยู่กันแบบหลวมๆ จึงทำให้โปรตีนที่แปลกปลอมเล็ดลอดผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ จากนั้นจึงเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารต่อต้านโปรตีนแปลกปลอม แล้วนำไปสู่การเกิดโรคภูมิแพ้ได้ในอนาคตนั่นเอง


กล้วย VS นมแม่ สารอาหารเทียบกันไม่ได้

ผลไม้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ โดยสารอาหารในกล้วยมีอยู่ประมาณ 20 กว่าชนิด ขณะที่สารอาหารในนมแม่มีมากกว่า 200 ชนิด ซึ่งเทียบกันไม่ได้เลย ดังนั้น เหตุใดจึงรีบเลิกกินอาหารที่มีสารอาหารมากกว่า ไปกินอาหารที่มีสารอาหารน้อยกว่า

ป้อนกล้วยบด ไม่ใช่การแก้ปัญหาช่วยลูกอิ่ม

หลากหลายเหตุผลที่มักจะให้ลูกกินกล้วยก่อนถึงเวลาอันเหมาะสม หนึ่งในนั้นคือ ช่วยทำให้อยู่ท้อง หลับนาน และไม่ต้องตื่นขึ้นมาดูดนมแม่บ่อยๆ นั้น ในทางการแพทย์ไม่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง เนื่องจากเคยเกิดกรณีที่ป้อนกล้วยให้กับเด็กอายุยังไม่ถึงเดือนด้วยเหตุผลนี้ ผลที่เกิดขึ้น คือ กล้วยไปทำให้ลำไส้อุดตัน กระเพาะอาหารแตก และเสียชีวิตในที่สุด

ดังนั้น ถ้ามีปัญหาลูกตื่นบ่อย ให้หาทางแก้ปัญหาโดยวิธีอื่น ไม่ใช่แก้ปัญหาโดยการป้อนกล้วย เช่น ตื่นบ่อยเพราะไม่ชอบถูกวางให้นอนเพียงลำพัง ก็ให้เอามาอุ้มบ่อยๆ ไกวเปลให้มีการเคลื่อนไหวเหมือนอยู่ในท้องแม่ ลูกก็จะหลับได้ดีขึ้น แต่ถ้ามีนมแมไม่พอจริงๆ ควรไปคลินิกนมแม่เพื่อหาสาเหตุ และ หาทางเพิ่มน้ำนม และในระหว่างที่น้ำนมยังไม่มาเต็มที่นั้น ให้เสริมนมผงที่ลูกไม่แพ้ไปก่อน แต่ไม่ใช่การให้กล้วยบด


แนะเริ่มกินอาหารเสริมหลัง 6 เดือน เริ่มจากรสจืดก่อน

ดังนั้น กล้วยบดกินได้ แต่ต้องเริ่มกินในเวลาที่เหมาะสม หลัง 6 เดือนไปแล้ว สามารถให้อาหารเสริมได้ กินกล้วยหรือผลไม้อื่นๆ แต่โดยทั่วไปนั้น ทางการแพทย์แนะนำให้เริ่มทานอาหารเสริมจาก "ข้าวบดผัก" ไปก่อน เนื่องจากเด็กบางคนหากรู้จักรสชาติหวานก่อนจืด อาจทำให้เด็กติดรถชาติหวานของกล้วยจนไม่ยอมกินผักก็ได้

นอกจากนี้ หลังจากที่ป้อนกล้วยบดให้กับลูก พ่อแม่ควรหมั่นสังเกตด้วยว่า ระบบขับถ่ายของลูกเป็นอย่างไร เนื่องจากเด็กบางคนกินกล้วยแล้วท้องผูก แต่เด็กบางคนกินกล้วยแล้วถ่ายง่ายนิ่มเป็นปกติดี

อย่างไรก็ตาม สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ให้ลูกกินกล้วยก่อนอายุ 6 เดือน แล้วลูกปกติดี ไม่เป็นอะไร ถือว่าโชคดี และอาจจะเป็นเพราะไม่ได้ป้อนเยอะเกินไปจนเกิดปัญหา และหากลูกกินกล้วยก่อน 6 เดือน แล้วพบว่า ลูกเป็นเด็กฉลาด ไม่ได้เป็นเพราะกล้วย คนจะฉลาดกินอะไรก็ฉลาด ซึ่งหากเป็นแบบนั้นแสดงว่า ลูกฉลาดเพราะได้พันธุกรรมที่ดีมาจากพ่อแม่ และได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสม จึงทำให้ลูกเป็นเด็กฉลาดต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวกับ "กล้วย" อย่างที่คิด

ขอบคุณข้อมูลจาก พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด โรงพยาบาลบีเอ็นเอช


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไข 8 สาเหตุ "ผมร่วง" รู้ทันก่อนลุกลามเป็น "หัวล้าน"

โรคฮิตวัยทำงาน! ส่องสัญญาณ "ปวดหลัง" อาการที่ไม่ควรวางใจ

หยุดหัวเราะ-ร้องไห้ไม่ได้! ภาวะ PBA หนึ่งอาการป่วยที่ต้องการความ 'เข้าใจ'

กินเสี่ยงตาย! ไขอาการ 'แพ้อาหาร' เช็กก่อนเผลอกิน

รู้ทัน 'โรคปลายประสาทอักเสบ' สัญญาณเริ่มต้นของโรคร้าย

ไม่ใช่แค่เพศสัมพันธ์! รู้จัก 'โรคเริม' ติดต่อง่าย..ถ้าไม่ระวังตัว


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand