11
shared

ย้อนรอย! มือปืนเตรียมการอาศัยช่องโหว่ยิงกลางศาลสางปมแค้น

13 พฤศจิกายน 2562 21:04 6928
สำหรับปมการก่อเหตุ ถือว่า เป็นการสางรอยแค้น ที่ผู้ก่อเหตุได้สะสมมาเป็นเวลานาน ประกอบกับ นิสัยส่วนตัวเป็นคนใจร้อน โดยที่คู่ความทั้งสองฝ่ายพิพาทกันหลายคดีต่อเนื่องมานานหลายปี

ประธานศาลฎีการู้สึกไม่สบายใจและมีความกังงลใจ ทั้งมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์ขณะนี้ก็ได้สั่งการให้สำนักงานศาลยุติธรรม ทบทวนตรวจทานดูระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวบุคลากร หรือ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข

 

นั่นคือคำแถลงของ นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกของ “ท่านไสลเกษ วัฒนพันธุ์” ประธานศาลฎีกา หลังได้เข้ารายงานเหตุร้ายที่เกิดขั้น ในศาลจังหวัดจันทบุรี

 

**เคยยกระดับความปลอดภัยแต่ยังเกิดเหตุ**

 

หากย้อนดู ...เรื่องของมาตรการความปลอดภัยบริเวณศาลนั้น ล่าสุดสดๆร้อนๆภายหลังจากที่เกิดเหตุอุกอาจ 3 ผู้ต้องขังชาย-หญิง คดียาเสพติด หนีจากห้องควบคุมตัวในศาลจังหวัดพัทยา โดยมีอาวุธปืนและมีดที่ลักลอบนำเข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณศาลจนได้รับบาดเจ็บไปเมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมานั้น

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.62 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ได้ลงนามในหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรม ให้เพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาล

 

โดยขอให้แต่ละศาลเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศาลให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป็นการสร้างความอุ่นใจและสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้เดินทางมาศาล

ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าว ให้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาล หรือ ผอ.สำนักงานประจำศาล เพิ่มความระมัดระวัง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่รักษาปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาล ให้มีการตรวจค้นตัวและสิ่งของอย่างละเอียด และให้ถือปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.)ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2550 อย่างเคร่งครัดต่อไป

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วัน มาตรการดังว่า กลับยังไม่ได้มีการปฎิบัติจริง จนล่าสุดเกิดเหตุยิงกลางศาลจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 2

 

**อาศัยช่องโหว่ซุกปืน-ยิงขณะหัวหน้าศาลกล่าวรายงาน**

 

ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นภายในศาลจังหวัดจันทบุรี ถือว่า ผู้ก่อเหตุมีการวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้า เนื่องจากพบว่า เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเวลาก่อนลงมือสืบพยานจำเลยนัดแรก หลังจากสืบโจทก์มาแล้ว 20 นัด จำเลยที่ 3 คือ พล.ต.ต.ผู้ก่อเหตุ ได้อาศัยในช่วงที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 2 กำลังตรวจเยี่ยมศาลจังหวัดจันทบุรี และ ขณะลั่นไกปืน เป็นเวลาเดียวกันกับ หัวหน้าศาลกำลังกล่าวรายงาน ส่วนอาวุธปืน ที่ผู้ก่อเหตุนำเข้ามาบริเวณศาล ทราบภายหลังว่า ใช้ปืนพกสั้นซุกซ่อนมาอย่างมิดชิด ก่อนก่อเหตุระทึกขวัญขึ้น!!!

 

เรื่องนี้ถือเป็นความบกพร่อง ที่ตัวบุคคลหรือไม่? เมื่อพบว่า ตำรวจจาก สภ.เมืองจันทบุรี ที่มาประจำการศาล เกิดอาการไม่สบายทันด่วน ขณะวิ่งเข้าไปในห้องพิจารณาคดีที่เกิดเหตุ เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง แต่ก็ถือว่า ยังโชคดีที่ ทางเสมียนทนายโจทก์เห็น จึงขอปืนจากตำรวจนายดังกล่าว ยิงใส่จำเลยที่ 3 ผ่านกระจกประตูห้องพิจารณา ถูกร่างจำเลยที่ 3 ถึง 6 นัด ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

 

**ปมสางรอยแค้นฟ้องหลายคดีโต้เถียงบ่อยครั้ง**

 

สำหรับปมการก่อเหตุ ถือว่า เป็นการสางรอยแค้น ที่ผู้ก่อเหตุได้สะสมมาเป็นเวลานาน ประกอบกับ นิสัยส่วนตัวเป็นคนใจร้อน โดยที่คู่ความทั้งสองฝ่ายพิพาทกันหลายคดีต่อเนื่องมานานหลายปี

เริ่มต้นจากคดีแพ่งพิพาทเกี่ยวด้วยที่ดินมรดก 300 ล้าน และทั้งสองฝ่ายมีการฟ้องคดีอาญากันอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่มีนัดพิจารณาวันนี้ โดยเป็นการฟ้องคดีอาญา ข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ อยู่ระหว่างการสืบพยานฝ่ายจำเลย และที่สำคัญ พบว่า ในช่วงการพิจารณาคดีที่ผ่านมา ได้มีการโต้เถียงกันของทั้งสองฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง

 

แต่ถือว่าโชคดีอีกเมื่อ ขณะเกิดเหตุองค์คณะผู้พิพากษายังไม่ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อนั่งพิจารณาคดี เนื่องจากคู่ความในคดียังเดินทางมาไม่ครบ และในช่วงที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เดินออกจากห้องพิจารณาคดี จำเลยที่ 3 ( พล.ต.ต.ธารินทร์) จึงได้ก่อเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลได้รับบาดเจ็บ

 

**ทนายดังเสียชีวิต 2 **

 

ในเหตุการร้ายในศาลครั้งนี้ ถือว่าเป็นความสูญเสียของทนายอย่าง นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ (เป็นโจทก์ที่ 2 และ ในฐานะทนายโจทก์ ที่ 2 และ 3) และ นายวิจัย สุขรมย์ (ทนายฝ่ายโจทก์) ซึ่งทั้ง 2 คน ถือเป็นผู้ที่มีความโดดเด่นและมีความสามารถในการว่าความแก้ต่าง คดีสำคัญๆมาแล้ว หลายคดี โดยเฉพาะ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ที่ถือว่าเป็นทนายคู่ใจและคอยแก้ต่างคดีความให้กับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.มาแล้วหลายคดี จนสนิทสนมกัน

ส่วนผู้ก่อเหตุ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ จำเลยที่ 3 ที่เสียชีวิตในเวลาต่อมา อดีตเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท และตาก เกษียณรองจเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือว่า มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน แต่ท่านก็ไม่น่าจะมาก่อเหตุเช่นนี้ในศาล

 

ส่วน นางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ (ภริยานายบัญชา) และ นายวิชัย อุดมธนภัทร (ทนายฝ่ายโจทก์) ขณะนี้ยังคงรักษาตัว หลังได้รับบาดเจ็บจากการสาดกระสุนใส่อย่างบ้าคลั่งของ พล.ต.ต.ปืนโหด!!!

 

จากเหตุร้ายในห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดจันทบุรี จะด้วยเหตุความบกพร่อง ในตัวบุคคลหรือ อุปกรณ์การตรวจอาวุธก่อนเข้าศาล และมาตรการที่ทางศาลยกระดับการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ตามที่ ประมุขศาล แสดงความกังวล นับจากนี้ จะหยุดการก่อเหตุร้ายซ้ำในศาลได้หรือไม่? ....ต้องติดตาม!!!