7
shared

ประมุขศาลกังวลเหตุร้าย! สั่งทบทวน-ตรวจทานระบบความปลอดภัยทั้งระบบ

12 พฤศจิกายน 2562 15:27 476
ประธานศาลฎีกา กังวลเหตุร้ายในศาล-สั่งทบทวน ตรวจทานดูระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวบุคลากร หรือ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 เวลา12.00 น. นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ได้เข้าพบนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ที่ศาลจังหวัดจันทรบุรี ใช้เวลานาน 1 ชั่วโมง จากนั้น นายสุรินทร์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากประธานศาลฎีกา ให้แถลงกับสื่อมวลชนแทน ว่า ประธานศาลฎีการู้สึกไม่สบายใจและมีความกังงลใจ ทั้งมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์ขณะนี้ก็ได้สั่งการให้สำนักงานศาลยุติธรรม ทบทวนตรวจทานดูระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวบุคลากร หรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข

 

นายสุรินทร์ กล่าวว่า ตนยังได้รับรายงานจากหัวหน้าศาลจังหวัดจันทบุรีว่า เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเวลาก่อนลงมือสืบพยานจำเลยนัดแรก หลังจากสืบโจทก์มาแล้ว 20 นัด จำเลยที่ 3 คือ พล.ต.ต.ผู้ก่อเหตุ ช่วงเวลาเดียวกัน อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 2 กำลังตรวจเยี่ยมศาลจังหวัดจันทบุรี โดยหัวหน้าศาลกำลังกล่าวรายงานได้ยินเสียงปืนหลายนัด ทราบภายในเวลาต่อมาว่าจำเลยที่ 3 ใช้ปืนพกสั้นที่ซุกซ่อนมาอย่างมิดชิด จ่อยิงโจทก์ ทนายโจทก์ ตาย และกระสุนถูกภรรยาทนายโจทก์บาดเจ็บ

 

ในเวลาเดียวกัน ตำรวจจาก สภ.เมืองจันทบุรี วิ่งเข้าหน้าห้องพิจารณา แต่เกิดอาการไม่สบายทันด่วนเนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง ทางเสมียนทนายโจทก์เห็น จึงขอปืนจากตำรวจ ยิงใส่จำเลยที่ 3 ผ่านกระจกประตูห้องพิจารณา ถูกร่างจำเลยที่ 3 ถึง 6 นัด ทราบภายหลังว่าจำเลยที่ 3 เสียชีวิต

 

เลขาธิการประธานศาลฎีกา กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุร้ายแรงไม่คาดฝัน คนร้ายอาศัยช่องว่างของการตรวจสอบตรวจค้นอาวุธเข้าไปได้ ซึ่งปกติจะเข้าไปได้ยาก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วย สำหรับเรื่องของมาตรการความปลอดภัยบริเวณศาลนั้น ภายหลังจากที่เกิดเหตุ 3 ผู้ต้องขังชาย-หญิง คดียาเสพติด หนีจากห้องควบคุมตัวในศาลจังหวัดพัทยา โดยมีอาวุธปืนและมีดที่ลักลอบนำเข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณศาลได้รับบาดเจ็บไปเมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมานั้น

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ลงนามในหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรม ให้เพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาล ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาด ลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลย ไม่ให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในลักษณะเช่นนี้อีก จึงขอให้แต่ละศาลเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศาลให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป็นการสร้างความอุ่นใจและสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้เดินทางมาศาล ทั้งนี้ให้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาล หรือ ผอ.สำนักงานประจำศาล เพิ่มความระมัดระวัง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่รักษาปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาล ให้มีการตรวจค้นตัวและสิ่งของอย่างละเอียด และให้ถือปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2550 อย่างเคร่งครัดต่อไป