4
shared

รีวิว : เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ ขับสนุก..ออปชั่นดี..ราคาโดน

11 พฤศจิกายน 2562 02:23 338
MG EXTENDER พกพาความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า จัดหนักทั้งออฟชั่น ฟีเจอร์ทันสมัย รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำๆ พร้อมทำราคาแบบสุดคุ้ม

หลังจาก บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ได้เปิดตัวรถกระบะของค่ายรุ่นแรก “เอ็กซ์เทนเดอร์” สู่ตลาดเมืองไทยในช่วงเดือนสิงหาคม พร้อมกับให้สื่อมวลชนได้ทดสอบเบื้องต้นบนสนามเฉพาะกิจไปแล้ว ล่าสุดต้นพฤศจิกายน ได้จัดกิจกรรมให้สื่อมวลได้ทดสอบกันแบบเต็มๆ บนท้องถนนทั่วทุกภูมิภาคของไทยอีกครั้ง รวมระยะทางกว่า 3,000 กม.

โดย TNN ได้ถูกจัดให้อยู่ในทริปภาคเหนือ จากพิษณุโลกมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ บนสภาพเส้นทางที่ค่อนข้างท้าทาย เพราะมีทั้งทางตรงโล่งยาวให้ได้สัมผัสกับสมรรถนะและอัตราเร่งของเครื่องยนต์ และเส้นทางที่มากด้วยโค้งอันคดเคี้ยว ขึ้นลงเขากันแบบต่อเนื่องในช่วงดอยขุนตาล จังหวัดลำปาง-ลำพูน รวมถึงเส้นทางแบบออฟโร้ดในช่วงขุนช่างเคี่ยน จังหวัดเชียงใหม่


ก่อนสาธยายถึงข้อมูลที่ได้จากการทดสอบ ขอเขียนถึงรายละเอียดตัวรถกันเสียก่อน โดยรถที่ใช้ขับทดสอบในทริปนี้ เป็นรุ่นท็อป คือ 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ (MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT 1,029,000 บาท)



สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของ MG EXTENDER กระจังหน้ามาในรูปแบบโครเมี่ยมโมเดิร์นดีไซน์ ส่วนไฟหน้าเป็น LED Projector พร้อม Daytime Running Lights (ทุกรุ่นย่อย) ที่สำคัญยังได้ติดตั้งเทคโนโลยีล้ำๆ อย่างระบบควบคุมไฟหน้าแบบขยับได้ พูดง่ายๆ คือไฟหน้าที่เลี้ยวซ้ายขวาได้ตามองศาพวงมาลัยนั่นเอง 


มาดูที่กันชนหน้า-หลัง เป็นแบบสีเดียวกับตัวรถ พร้อมติดตั้งมีบันไดข้าง ที่นอกจากมีหน้าที่ช่วยให้ขึ้นลงได้สะดวกแล้ว ในด้านภาพลักษณ์ก็ยังเสริมลุคซ์ให้ตัวรถดูบึกบึนอีกด้วย

ที่สำคัญจัดเต็มติดตั้งด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยแบบแน่นๆ ทั้งระบบเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอย 


มาดูกันต่อที่มิติตัวถัง โดยในรุ่น 4 ประตู (Double Cab 4WD) กว้าง 1,900 มม. ยาว 5,365 มม. สูง 1,850 มม. ความยาวกระบะ 1,485 มม. ความกว้างกระบะ 1,510 มม. ความสูงกระบะ 530 มม. 

ระยะฐานล้อ 3,155 มม. ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า/คู่หลัง 1,580/1,580 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 183 มม. ความจุถังน้ำมัน 73 ลิตร ขนาดล้อ 18 นิ้ว ยาง 255/60 R18

เมื่อเทียบกับ Ford Ranger มิติตัวถัง : กว้าง 2,163  ยาว 5,362 สูง 1,815 ความกว้างกระบะ 1,560 มม. ความยาวกระบะ 1,549 มม. ความสูงกระบะ 511 มม. ระยะฐานล้อ 3,220 มม.


ด้านภายในห้องโดยสาร จากข้อมูลที่ทีมงาน MG ได้อธิบาย ในรุ่น  4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ มาในโทนสีดำ แถมเสริมความเรียบหรูด้วยวัสดุให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) ในบางจุด 


แผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ตวงกลง 2 วง มีการเพิ่มจุดนำสายตาด้วยเส้นไฟสีแดง ตัวเลข-เข็มสีขาว โดยช่องขวาเป็นวัดความเร็วและมีวงกลมเล็กซ้อนอยู่ด้านในบอกระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ช่องขวาเป็นความเร็วรอบ Red Lind เริ่มตั้งแต่ 4,000-5,000 รอบ

ตัวเบาะหุ้มหนังและวัสดุสังเคราะห์ ปรับทิศทางระบบไฟฟ้า ฝั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง ฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง ผลิตโดย Johnson Control บริษัทเบาะชั้นนำของโลก 


เบาะหลังมีมุมเอียง 23 องศา และพับได้ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว (ยกเว้น 2.0 GC C 6MT) ระบบเชื่อมต่อมือถือผ่านบลูทูธและช่องยูเอสบี 2 ช่อง


รวมถึงกุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Star ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมาพร้อมช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ที่สำคัญยังมีการติดตั้งฉนวนกันเสียง 9 จุด  


ด้านขุมพลังที่ประจำการอยูใน NEW MG EXTENDER เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร อัตราส่วนการอัด 15.9 : 1 ภายในยังออกแบบเพลาข้อเหวี่ยงแบบเยื้องศูนย์ ซึ่งข้อดีคือช่วยลดการสั่นและเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงคอมมอนเรลแรงดัน 2,000 บาร์ ของ Bosch ผ่านมาตรฐาน Euro 4

เสริมความแรงด้วยเทอร์โบแปรผันของ Garrett (Max บูสต์ 2.7 บาร์ ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 375 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,400 รอบ/นาที


ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ อัตราทดเกียร์ 1 : 4.065 เกียร์ 2 : 2.371 เกียร์ 3 : 1.551 เกียร์ 4 : 1.157 เกียร์ 5 : 0.853 เกียร์ 6 : 0.674 เกียร์ถอยหลัง 3.200 อัตราทดเฟืองท้าย 3.636 ระบบพวงมาลัย แร็คแอนด์พิเนียน ผ่อนแรงด้วยไฮดรอลิค วงเลี้ยวแคบสุด 6.3 ม. (ทุกรุ่นย่อย)

สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L (เปลี่ยนจาก 2H เป็น 4H ได้ไม่ต้องหยุดรถด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

สำหรับระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ ด้านหลังแบบแหนบแผ่นซ้อน โดยชุดโช้คอัพ-สปริง เป็นของ SACHS ขณะที่ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์ทั้ง 4 ล้อ 


สะดวกและล้ำสมัยด้วยฟีเจอร์ I-Smart ระบบการสั่งการ หรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ 

นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถหรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถ

รวมถึงการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ

ระบบความปลอดภัย NEW MG EXTENDER มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel 

ระบบความปลอดภัย

- ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)

- ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)

- ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)

- ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)

- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)

- ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)

- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)

- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพรอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

ช่วงการทดสอบ

เริ่มต้นกันที่ขุมพลัง แน่นอนว่าผู้ทดสอบเกิดข้อสงสัยขึ้นในใจก่อนขับว่า กระบะเลือดจีนคันนี้จะให้สมรรถนะที่ใกล้เคียงกับรถกระบะสัญชาติญี่ปุ่นหรืออเมริกาได้จริงเหรอ เพราะดูจากประสบการณ์และชั่วโมงบินด้านการพัฒนาแล้ว น่าจะยังมีระยะห่างอยู่ไม่น้อย


แต่ทว่าเมื่อได้ขับกันจริงๆ บนเส้นทางที่หลากหลาย รู้สึกว่าเฮ้ย! รถกระบะคันนี้มีดีกว่าที่คิด ขับนานๆ ยิ่งสัมผัสได้ถึงคาแร็คเตอร์อันโดดเด่น แม้ไม่ถึงขั้นจัดจ้านนัก แต่รวมๆ แล้วสมรรถนะที่ถ่ายทอดออกมาให้สัมผัส ถือว่าตอบโจทย์ใช้งานได้อย่างเหมาะสมลงตัว โดยเฉพาะแรงบิดที่มีให้ใช้ตั้งแต่รอบต่ำ ช่วง 1,500-2,400 รอบ/นาที เครื่องยนต์สามารถตอบสนองได้ค่อนข้างไว การเติมคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็วไม่จำเป็นต้องเค้นขยี้มาก เดินคันเร่งนิ่งๆ เนียนๆ รถจะพุ่งทะยานออกไปแบบลื่นไหล


เช่นเดียวกับประสิทธิภาพของระบบช่วงล่าง ก็เป็นอีกจุดที่สะท้อนความโดดเด่นของ EXTENDER ได้ดี โดยเฉพาะการดูดซับแรงในขณะที่ล้อสัมผัสกับพื้นผิว ทั้งจังหวะที่เคลื่อนผ่านรอยต่อถนน คอสะพาน ตลอดจนเส้นทางขรุขระ นับว่าทำได้อย่างน่าประทับใจ ไม่กระเด้งกระดอนจนวิงเวียนศีรษะ ส่วนการยึดเกาะถนนในช่วงความเร็วเดินทาง 90-120 กม./ชม. นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ


สำหรับความสะดวกสบายในห้องโดยสาร อุปกรณ์ต่างๆ นับว่ามีมาให้แบบครบๆ แต่การจัดวางฟังก์ชั่นต่างๆ บางจุด อาจดูแล้วตำแหน่งการใช้งานยังไม่ถนัดมือนัก เช่น ช่องยูเอสบีและไฟ 12 V ซึ่งฝังอยู่ในช่องที่แคบ ดังนั้นการเสียบสายเข้ากับช่องเชื่อมต่อจึงทำได้ไม่สะดวก

ส่วนดีไซน์ภาพรวม ดูแล้วรู้สึกว่ายังมีขาดๆ เกินๆ อยู่บ้าง คาแร็คเตอร์เฉพาะตัวไม่ชัด หรือยังหาจุดเด่นที่เป็นภาพจำว่านี่คือเอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ ไม่เจอ

นอกจากนี้วัสดุที่เลือกใช้มาเป็นส่วนประกอบของแดชบอร์ด คอนโซลและแผงประตู เมื่อเทียบกับคู่แข่งยังถือว่ายังเป็นรอง แม้เอ็มจีจะบอกมีการใช้วัสดุแบบอ่อนนุ่มมาเป็นส่วนประกอบ แต่พอจับแล้วก็ยังรู้สึกว่ายังแข็งอยู่พอสมควร

อย่างไรก็ดีเอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ ก็มีต้องชื่นชมว่านั่นคือ ความเงียบภายในห้องโดยสาร เรียกว่าประทับใจจนรู้สึกได้ว่าบางทีเงียบกว่ารถญี่ปุ่นบางแบรนด์เสียอีก มีเสียงเล็ดรอดในรถค่อนข้างน้อย ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่เกิดขึ้นในจังหวะขับช้าหรือใช้ความเร็ว ทั้งเสียงลมที่ปะทะกับบานกระจกด้านหน้า กระจกมองข้าง หรือเสียงจากเครื่องยนต์ที่คำรามเมื่อกดคันเร่ง

นอกจากนี้ยังอีกจุดหนึ่งที่ต้องบอกว่าชอบมาก คือ ทัศนวิสัยการมองเห็นทั้งในตำแหน่งของผู้ขับและผู้โดยสารค่อนข้างกว้าง มองเห็นสภาพแวดล้อมบนท้องถนนได้ชัดเจน และไม่มีอะไรมาบดบังจนเกิดเป็นมุมอับสายตาให้ต้องกังวลใจเมื่อได้ขับขี่


สรุป เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ แม้จะเป็นน้องใหม่ในตลาดรถกระบะเมืองไทย แถมหลายคนยังมองว่าดีไซน์ยังไม่สุดหรือหาคาแร็คเตอร์ตัวเองไม่เจอ แต่ทว่ากลับไม่กลัวหลายแบรนด์เก๋าที่เกิดก่อน ตรงกันข้ามกลับพกพาความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า จัดหนักทั้งออฟชั่น ฟีเจอร์ทันสมัย รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำๆ พร้อมทำราคาแบบสุดคุ้ม เป็นอาวุธสำคัญในการต่อกรแบบไม่กลัวรุ่นใหญ่ในตลาด ซึ่งหลังทีมงาน TNN ได้ทดสอบกับแบบยาวๆ บอกเลยว่ารถกระบะพันธุ์ยักษ์คันนี้มีดีไม่น้อยหน้าใคร เผลอๆ เหนือกว่าบางแบรนด์ด้วยซ้ำเมื่อเทียบกันแบบจุดต่อจุด หากเปิดใจรับได้ว่าเป็นน้องใหม่! ก็น่าใช้อยู่ไม่น้อยทีเดียวครับ

ทำตลาด 9 รุ่นย่อย

ราคา NEW MG EXTENDER GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง)

NEW MG EXTENDER GC 2.0 C 6MT 549,000 บาท 

NEW MG EXTENDER GC 2.0 D 6MT 619,000 บาท

NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6MT 659,000 บาท

NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6AT 719,000 บาท

NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND X 6MT 729,000 บาท

ราคา NEW MG EXTENDER รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู)

NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6MT 759,000 บาท

NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6AT 819,000 บาท

NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND X 6AT 879,000 บาท

NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT 1,029,000 บาท

**สำหรับรุ่น Double Cab ขับเคลื่อนสี่ล้อ มาพร้อมพื้นปูกระบะไลเนอร์แท้จาก MG

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือที่เว็บไซต์ www.mgcars.com