16
shared

เซ่นพิษเศรษฐกิจ! ส่งออกวูบ-ปิดโรงงาน เตะฝุ่นเพิ่ม

7 พฤศจิกายน 2562 17:50 5397
ภาคการผลิตเซ่นพิษเศรษฐกิจ ส่งออกวูบ ว่างงานเพิ่ม รมว.แรงงานสั่งเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด ภาครัฐและเอกชนควรตั้งรับประเด็นนี้ให้สอดรักระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

วันนี้ (07พ.ย.62) จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซามานานทำให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ล่าสุดช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายโรงงานมีการประกาศหยุดเวลาทำงานเพิ่ม ลดกำลังการผลิต นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า การปิดกิจการเกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว ซึ่งน่าเป็นห่วงรายเล็กที่สายป่านสั้นจะกระทบ ขณะเดียวกันภาพรวมภายในประเทศเองก็ยังไม่เห็นการลงทุนใหม่ ๆ ส่วนใหญ่เป็นการใช้ช่วงจังหวะค่าเงินบาทแข็ง นำเข้าเครื่องจักรเพื่อมาปรับปรุงเทคโนโลยีลดต้นทุนมากกว่า เป็นการปรับตัวที่ผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรมต้องทำเพื่อให้อยู่รอด  

ทั้งนี้ รายงานจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ภาวะการทำงานของประชากรที่อยู่ในกำลังแรงงาน 38.42 ล้านคน เป็นผู้มีงานทำ 37.78 ล้านคน เป็นแรงงานในภาคเกษตรกรรม ภาคการผลิต ภาคบริการ และการค้า ผู้ว่างงานมีจำนวน 3.77 แสนคน หรือร้อยละ 1.0 ของกำลังแรงงานรวม เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน จำนวนผู้ว่างงานลดลง 3.4 หมื่นคน

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปัญหาการว่างงานขณะนี้ไม่รุนแรง และน่ากังวล และที่ผ่านมา รมว.แรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์การว่างงาน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกาะติดสถานการณ์และหาแนวทางการช่วยเหลือภาคแรงงานโดยเร็ว

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า การปิดกิจการเกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว ซึ่งน่าเป็นห่วงรายเล็กที่สายป่านสั้นจะกระทบ ขณะเดียวกันภาพรวมภายในประเทศเองก็ยังไม่เห็นการลงทุนใหม่ ๆ ส่วนใหญ่เป็นการใช้ช่วงจังหวะค่าเงินบาทแข็ง นำเข้าเครื่องจักรเพื่อมาปรับปรุงเทคโนโลยีลดต้นทุนมากกว่า เป็นการปรับตัวที่ผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรมต้องทำเพื่อให้อยู่รอด

ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลดเวลาทำงานและลดการจ้างงานเป็นผลจากตัวเลขการส่งออกที่ลดลงและอุตสาหกรรมบางส่วนปรับตัวหันมาใช้ AI แทนแรงงานคน ซึ่งในอนาคตภาครัฐและเอกชนควรตั้งรับประเด็นนี้ให้สอดรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เรื่องนี้สหรัฐให้ข้อสังเกตว่า รัฐบาลสหรัฐเคยเผชิญมาแล้วและตั้งรับไม่ทัน ดังนั้นไทยควรหันมามองเรื่องการรีเทรนนิ่งบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวของการลงทุนอุตสาหกรรม 4.0

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเสนอตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐและเอกชนเกี่ยวกับเรื่องนี้

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand