2
shared

Exclusive Content : เมื่อสหรัฐตัดสิทธิ GSP ไทย  

7 พฤศจิกายน 2562 11:54 245
งานเข้าไทยซะแล้ว เมื่อสหรัฐประกาศตัดสิทธิจีเอสพีไทย ทั้งที่ความสัมพันธ์ุทางการค้าระหว่างไทย-สหรัฐเองก็มีมายาวนานตั้งแต่ปี 2376 เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

        เป็นประเด็นที่ทำเอาหลายฝ่ายช็อกไปตามๆกัน   กับการที่สหรัฐประกาศตัดสิทธิจีเอสพีไทย  จากนั้นเพียงไม่กี่วันสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ(ยูเอสทีอาร์) ก็เผยตัวเลขที่บ่งชี้ว่าสหรัฐขาดดุลการค้าในส่วนที่เป็นสินค้า และส่วนที่เป็นภาคบริการให้ไทยเป็นเงินกว่าสองหมื่นล้านดอลลาร์  เหมือนเป็นการบอกเปรยๆว่า ทำไมถึงตัดสิทธิจีเอสพีไทย


CR:Pixabay 

        โดยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์)เปิดเผยตัวเลขการค้าทวิภาคีกับไทยว่า สหรัฐเป็นฝ่ายขาดดุลการค้าสินค้าให้ไทยคิดเป็นมูลค่า 19,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 582,653 ล้านบาท เมื่อปี2561และเมื่อปี 2560 ขาดดุลการค้าภาคบริการให้ไทยคิดเป็นมูลค่า 962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 29,046 ล้านบาท

        ไทยเองเป็นคู่ค้าสำคัญและพันธมิตรของสหรัฐมาตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2376 ตามสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์  ซึ่งทั้งสองประเทศพบปะกันอย่างสม่ำเสมอตามกรอบข้อตกลงการค้าและการลงทุนทวิภาคีปี 2545 เพื่อหารือเรื่องการขยายการค้าและแก้ไขประเด็นสำคัญ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา ศุลกากร เกษตร   โดยปัจจุบัน ไทยเป็นคู่ค้าสินค้าอันดับที่ 20 ของสหรัฐ มูลค่าการค้าสินค้าทวิภาคีปี 2561 อยู่ที่ 44,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.34 ล้านล้านบาท  โดยที่สหรัฐเป็นฝ่ายขาดดุลให้ไทยคิดเป็นมูลค่า 19,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 582,653 ล้านบาท ลดลง 4.2% จากปี 2560  


CR:Pixabay

         การที่ไทยถูกตัดสิทธิจีเอสพีจากสหรัฐทำให้ความได้เปรียบด้านต้นทุนภาษีหมดไป และไทยจะเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น  ซึ่งกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะมีการพึ่งพาสิทธิจีเอสพีมากกว่า 50% และส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่า10% ได้แก่ คอนโซล โต๊ะและฐานรองอื่น ๆ ที่ติดตั้งด้วยเครื่องอุปกรณ์ รถจักรยานยนต์ แว่นสายตาหรือแว่นกันลม กันฝุ่น  หลอดหรือท่ออ่อนทำจากยางวัลแคไนซ์ อ่างล้างหน้า เครื่องสูบของเหลว สารเคลือบผิวอีพ็อกซี เรซิน เครื่องสูบลมหรือสูบสูญญากาศ อาหารปรุงแต่งที่ทำจากธัญพืช ยางนอกชนิดอัดลม ซึ่งหากไทยสามารถกระจายความเสี่ยงส่งออกสินค้าที่ถูกตัดสิทธิไปยังตลาดอื่นๆได้ ก็จะช่วยลดผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐ


CR:Thaigoverment 

         ล่าสุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา( 1 พ.ย.) หลายฝ่ายก็จับตาว่า  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมีการหารือถึงแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหา กรณีสหรัฐอเมริกามีคำสั่งระงับสิทธิ GSPไทย  ซึ่งก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่า  จากกรณีดังกล่าวนั้น ก็ต้องหาวิธีการและเจรจาพูดคุย  และขออย่าพึ่งแตกตื่น

        ด้านผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า  การที่ไทยถูกตัดจีเอสพี มองว่า ไทยได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย จากจำนวนสินค้า 573 รายการ คิดเป็นมูลค่า 1,279.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากสินค้าทั้งหมด ขณะเดียวกันประเทศไทยเองก็โดนตัดสิทธิ GSP มาอย่างต่อเนื่อง โดยสิทธิ GSP ไทยที่ถูกยกเลิกมีผลบังคับใช้ 25 เม.ย.63  จะทำให้ผู้ประกอบการไทยมีเวลาปรับตัว ส่วนการที่สหรัฐจะคืนสิทธิ GSP ให้กับไทยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินของสหรัฐ ซึ่งไทยยังมีเวลา 6 เดือนเพื่อเจรจา ขณะเดียวกัน  ผู้ประกอบการเองก็ยังมีเวลาในการบริหารจัดการต้นทุน รวมไปถึง อาจจะมีการเร่งนำเข้าสินค้าเพื่อชดเชยภาษีที่ถูกเก็บ 


        ทั้งนี้ การตัด GSP สูงถึง 4 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นหมวดรายการคลอบคลุมเกือบ 600 รายการ ที่มีมูลค่าการส่งออกรวมไปยังสหรัฐฯประมาณ 4 หมื่นล้านบาทเท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นเรื่องการถูกตัดสิทธิ 4 หมื่นล้านบาท และเมื่อการตัดสิทธิดังกล่าวมีผลจะทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีจาก 0% เป็นเฉลี่ย 5%  ซึ่งผลกระทบต่อการส่งออกโดยรวมจะยังไม่เกิดขึ้นในปีนี้  ขณะเดียวกัน ไทยจะได้รับผลกระทบ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพียง 4% จึงไม่มีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม  กระทรวงพาณิชย์จึงมองกระทบเศรษฐกิจโดยรวมเพียง 0.01%เท่านั้น  ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้สั่งการให้ออกมาตรการพิเศษเข้ามาดูแลเพราะเห็นว่าเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่มากนัก  

        อย่างไรก็ตาม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. เศรษฐกิจจะประเมินตัวเลขทางเศรษฐกิจไตรมาส 3/62 จากทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. นี้ ก่อนที่จะพิจารณาว่า  มีความจำเป็นต้องมีมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีอีกหรือไม่  ซึ่งทาง ครม. เศรษฐกิจ  ยังตั้งเป้าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่ร้อยละ 2.7-3.2 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- Exclusive Content : Brexit ระเบิดเศรษฐกิจลูกเดิม ที่ไทยต้องตั้งรับ

- Exclusive Content : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 อะไรดี อะไรโดน

- Exclusive Content : แผนกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ปลดล็อกคนอยากมีบ้าน


เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand

ข่าวที่คุณอาจสนใจ