26
shared

แตกตื่น! ยายวัย 70 ตายแล้วฟื้น ขณะกำลังนำร่างขึ้นเมรุเผา

24 ตุลาคม 2562 08:51 2230
แตกตื่น! ยายวัย 70 ตายแล้วฟื้น ขณะกำลังนำร่างขึ้นเมรุเผา

ยายวัย 70 ปี ป่วยเป็นโรคคอพอกเสียชีวิต ญาติตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน ขณะกำลังแห่ศพจะไปฌาปนกิจ คนตายกลับฟื้นขึ้นมา ด้านโรงพยาบาลหนองหานไม่รับรักษาเพราะสมองตายแล้ว

วันนี้ (24 ต.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านเชียง อ.หนองหาน ว่ามีคนตายแล้วฟื้น ซึ่งทางญาติๆ ต่างพากันตื่นเต้น ทั้งดีใจและตกใจ โดยเหตุเกิดขึ้นขณะที่สามีพร้อมลูกหลานญาติ เตรียมนำร่างผู้ตาย เข้าเตาเผาเพื่อทำพิธีฌาปนกิจศพ ที่เมรุเผาศพ วัดอัมพะวัน บ้านดงเย็น ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน แต่ปรากฎว่าผู้ตายได้ฟื้นขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องปาฏิหาริย์อย่างมาก 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 72 หมู่ 8 บ้านอ้อมแก้ว ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านที่จัดงานศพของ คุณยายพินิจ โสภาจร อายุ 70 ปี แต่หลังจากยายพินิจฟื้นขึ้นมา ทั้งที่ญาติๆ กำลังจะนำศพทำพิธีฌาปนกิจอยู่แล้วได้นำกลับมาบ้าน พบกับลูกหลานและญาติ ที่มาร่วมงานศพต่างพากันดูแลหวังให้มีร่างกายที่อบอุ่น หลังจากได้รำร่างแช่ในโรงเย็นบรรจุศพมาเกือบ 3 วัน


นางบุษบา โสภาจร อายุ 46 ปี ลูกสาวของยายพินิจ เล่าถึงเหตุการณ์เหลือเชื่อว่า แม่เสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณตี 1 ของวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งลูกหลานต่างพากันช่วยจัดงานบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และเมื่อวานนี้ (23 ต.ค.) เวลาประมาณบ่ายโมง ได้เคลื่อนศพออกจากบ้านไปยังวัดอัมพะวัน โดยมีพิธีเหมือนงานศพทั่วไป ด้วยการนำศพวนรอบเมรุ 3 รอบ มีพิธีการตามปกติ มีนายกเทศมนตรี ต.บ้านเชียง ญาติพี่น้องมาร่วมพิธี แต่ในขณะที่พิธีการขั้นสุดท้าย ก่อนจะนำร่างเข้าเตาเผาที่เมรุ ทางพิธีกรได้ประกาศให้พ่อของตนมารดน้ำหอมหน้าศพ 


ขณะที่พ่อของตนกำลังรดน้ำหอม ปรากฏว่าแม่ได้ลืมตาขึ้นมา ทำให้พ่อร้องลั่นดังทั่ววัด บอกว่าแม่ยังไม่ตาย แม่ยังไม่ตาย แต่ญาติๆ และคนมาร่วมงานไม่เชื่อ คิดว่าพ่อบ้า จึงพาพ่อไปหลบข้างโบสถ์ แต่ว่าน้องชายขึ้นมาเห็นแม่ลืมตาอีกคน จึงรีบนำร่างแม่ที่ยังไม่ตายออกจากโลงศพ และเรียกกู้ภัยและหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหนองหาน มาช่วยปั๊มหัวใจแม่ ท่ามกลางความตกใจของผู้มาร่วมงานศพ และได้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที แต่เมื่อไปถึงหมอที่โรงพยาบาลบอกว่า รับไว้รักษาไม่ได้ เนื่องจากเซลล์สมองของแม่ตายแล้ว ทางญาติจึงนำร่างแม่กลับมาไว้ที่บ้าน โดยแม่ที่ฟื้นขึ้นมามีหลานคนหนึ่งเป็นพยาบาล ได้พากันช่วยกันทำร่างกายให้แม่จากที่เย็นให้อบอุ่นขึ้น


ส่วน นายถวิล โสภาจร อายุ 73 ปี สามีของยายพินิจ กล่าวทั้งที่ยังไม่หายตกใจว่า ภรรยาป่วยเป็นโรคคอพอกมาตั้งแต่เป็นเด็ก หลังจากอายุ 50 ปี คอก็เริ่มใหญ่ขึ้น ตนเองก็พารักษาทั้งยาไทยและยานอก รักษาอยู่ 20 ปี อาการก็ทุเลามาเรื่อย  แต่พอมาย้อนไปประมาณ 10 วันที่ผ่านมา ภรรยามีอาการเป็นไข้ มีเสมหะติดลำคอหายใจไม่ปกติ เมื่อหายใจได้ยินเสียงดัง ตนจึงได้บอกลูกๆ รีบนำแม่ส่งโรงพยาบาลหนองหาน พอไปถึงหมอก็ใช้สายยางดูดเสมหะออก และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี หลังจากที่ไปอยู่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ได้ 3-4 วัน หมอบอกว่า สมองบวม และต้องรักษาต่ออีก 3-4 วัน 


หลังจากนั้นอาการภรรยาก็ทรุดหนัก หมอถามว่าจะให้กระตุ้นหัวใจมั้ย ตนบอกว่า ร่างเล็กคงทำไม่ได้ จึงได้ปรึกษากับลูกๆ ว่า ถ้าแม่ตายก็ให้มาตายอยู่บ้าน ทางโรงพยาบาลจึงมาส่งภรรยาที่บ้านประมาณ 1 ทุ่ม ของวันที่ 19 ต.ค. หมอให้ยาไว้เข็มหนึ่งบอกว่าถ้าภรรยาทรมานให้ฉีดยา แต่ตนไม่ฉีดถ้าภรรยาตาย ก็ขอให้ตายอย่างสงบ พอมาวันที่ 20 ต.ค. เวลาประมาณตี 1 ภรรยาก็จากไป จากนั้นจัดพิธีบำเพ็ญกุศลมาตั้งแต่วันที่ 20 ถึงวันที่ 23 ต.ค. ซึ่งทั้ง 3 วัน ร่างของภรรยาแช่อยู่ในโลงเย็น วันนี้จะนำร่างภรรยาไปเผาที่วัดอัมพะวัน มีญาติพี่น้องมาร่วมงานจำนวนมาก พิธีการงานศพก็ดำเนินไป ตอนสุดท้ายทางวัดให้ตนไปรดน้ำหอมศพ และบอกกล่าวร่ำลาภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย


นายถวิล กล่าวต่อว่า ตนเป็นคนสุดท้ายที่จะรดน้ำหอมให้ภรรยา และได้บอกกับภรรยาว่า ถ้าเกิดในชาติหน้าให้เกิดเป็นลูกมหาเศรษฐี อย่าให้ทุกข์ได้ยากแบบนี้ พอรดน้ำหอมได้ทีเดียว เห็นภรรยาลืมตาขึ้นมา ตนทั้งดีใจและตกใจ บอกกับลูกและญาติที่มาร่วมงานว่า แม่ลืมตาแล้ว ตนก็โอบกอดภรรยาเลย แต่ลูก ๆ มาดึงเอาตนไปไว้ไว้ข้างโบสถ์ เพราะนึกว่าตนบ้า แต่ตนไม่ได้บ้า แล้วลูกชายก็ขึ้นมาเห็นแม่ลืมตาจริง จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยและหน่วยกู้ชีพเทศบาล มาช่วยปั๊มหัวใจทันที 

นอกจากนี้ นายถวิล กล่าวด้วยว่า ดีใจมาก แต่คิดว่าภรรยาไม่ตายอยู่แล้ว เพราะอยู่ในโลงเย็นมาถึง 3 วัน แต่ร่างกายไม่แข็งตัว ซึ่งหากไม่เห็นก่อนคงจะเป็นการเผาคนเป็นแน่นอน แต่ตอนนี้หมอไม่รับบอกว่าสมองตายแล้ว แต่ตนเองยืนยันว่า จะไม่ยอมเผาภรรยา และรอจนกว่าภรรยาร่างแข็งตัวจึงจะเผา ภรรยาจะอยู่บ้านอีกเป็นปีหรือ 2 ปี ก็จะไม่เผา แต่หากภรรยากลับฟื้นมาเป็นปกติ ก็จะทำบุญครั้งใหญ่ให้เต็มที่

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand