13
shared

เส้นแดงนูน คันยิบ "โรคพยาธิไชผิว" ภัยใกล้ตัวคนชอบเดินเท้าเปล่า

24 ตุลาคม 2562 07:46 302
ผิวหนังเป็นเส้นแดงนูน คดเคี้ยวไปมา มีอาการคัน คุณอาจเป็น "โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง"

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวเรื่องพยาธิสตรองจิลอยด์ (Strongyloidiasis) ไชเข้าผิวหนัง ผู้ที่เดินเท้าเปล่า แล้วไชทะลุผิวหนังคนเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้บุคคลนั้นป่วย บางคนอาการหนักเพราะลามไปอวัยวะสำคัญจนติดเชื้อถึงแก่ชีวิตได้นั้น เรามาทำความรู้จักความอันตรายของปรสิตตัวแสบนี้กัน...

รู้จัก "โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง" 

โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากพยาธิตัวกลมระยะตัวอ่อนที่ชอนไชเข้าสู่ผิวหนัง โดยพยาธิระยะตัวอ่อนนี้ จะไชไปตามผิวหนัง ชั้นหนังกำพร้า ทำให้เกิดผื่นมีลักษณะเป็นเส้นนูนสีแดงคดเคี้ยวใต้ผิวหนังตามทางที่พยาธิไชผ่าน แต่เนื่องจาก "คน" ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่พยาธิเจริญเติบโต ทำให้พยาธิไม่สามารถเติบโตเป็นตัวแก่ในคนได้ พยาธิตัวอ่อนจึงเดินทางไปตามเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง จนในที่สุดพยาธินั้นจะตายไปเอง


สำหรับปรสิตที่เป็นสาเหตุคือ

1.พยาธิปากขอของแมวและสุนัข Ancylostoma braziliense พบบ่อยที่สุด , A. caninum, A. ceylanicum, A. tubaeforme, Uncinaria stenocephala, Bunstomum phlebotomum

2.พยาธิเส้นด้ายของสัตว์ Strongyloides papillosus (พยาธิของแพะ แกะ วัว), S. westeri (พยาธิของม้า)

กลไกการเกิดโรค

พยาธิตัวอ่อนในระยะติดต่อนั้น สามารถพบได้ในดินที่ชื้นแฉะที่ปนเปื้อนมูลสัตว์ และจะไชเข้ามาตามรูขุมขน หรือผิวที่มีแผล ในคนที่เดินเท้าเปล่า หรือเด็กที่นั่งเล่นบนพื้นดิน หรือทรายบริเวณชายหาด มาอยู่ในชั้นหนังกำพร้า  แต่ไม่สามารถไชผ่านหนังแท้ได้ หลังจากนั้น 2-3 ชั่วโมง ผิวหนังบริเวณนั้นจะเกิดการอักเสบ ต่อมาอีก 2-3 วันพยาธิตัวอ่อนจะเริ่มเคลื่อนที่ไปใต้ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า มักจะพบผื่นในบริเวณมือ เท้า หรือก้น ที่สัมผัสกับดินทรายโดยตรง ผิวหนังจะมีการอักแสบ บวมน้ำ มีเม็ดเลือดขาวมาคั่งอยู่

อย่างไรก็ตาม โรคนี้พบมักจะพบมากในเขตร้อน เช่น ทวีปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้ เป็นต้น


สังเกตอาการถูกพยาธิชอนไชผิวหนัง

เมื่อพยาธิไชเข้ามาในผิวหนัง แรกเริ่มอาจจะเห็นเป็นผื่นแดงเล็กๆ ซึ่งจะคันมาก เมื่อพยาธิเริ่มไช จึงจะเห็นเส้นแดงนูน หรือตุ่มน้ำใส ขนาดประมาณ 3 มิลลิเมตร และอาจยาวได้ถึง 20 เซนติเมตร คดเคี้ยวไปมาตามการไชของพยาธิ ซึ่งจะเคลื่อนที่ ได้วันละ 2-3 มิลลิเมตร ถึงหลายเซนติเมตร นอกจากนี้  อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ในผู้ป่วยบางรายเช่น อาการทางปอด เช่นไอ หรือผื่นลมพิษ

การรักษาโรคพยาธิชอนไชผิว

สำหรับการรักษานั้น จะใช้ยาฆ่าพยาธิ ชนิด albendazole 400 มก.ต่อวัน นาน 3 วัน หรือ ivermectin รับประทานครั้งเดียว เป็นการรักษาที่ได้ผลดี เนื่องจากในประเทศไทยพบอัตราการเป็นโรคพยาธิปากขอสูงในแมวและสุนัข จึงมีโอกาสที่จะมีพยาธิปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมมาก


การป้องกันโรคพยาธิชอนไช

1.อย่าเดินเท้าเปล่า ให้สวมรองเท้าเวลาเดินเสมอ

2.หลีกเลี่ยงการนั่งหรือสัมผัสบนดิน ทราย ที่อาจมีการปนเปื้อนมูลสัตว์

3.ควรถ่ายพยาธิให้แมวและสุนัข เพื่อไม่ให้มีการแพร่ปรสิตสู่ดิน 


ขอบคุณข้อมูลจาก

- โรงพยาบาลเวชศาสคร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
- สถาบันโรคผิวหนัง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โรคฮิตวัยทำงาน! ส่องสัญญาณ "ปวดหลัง" อาการที่ไม่ควรวางใจ

หยุดหัวเราะ-ร้องไห้ไม่ได้! ภาวะ PBA หนึ่งอาการป่วยที่ต้องการความ 'เข้าใจ'

กินเสี่ยงตาย! ไขอาการ 'แพ้อาหาร' เช็กก่อนเผลอกิน

ขำ-ไม่ขำ ต้องลอง! สอนเทคนิค 8 ท่าหัวเราะง่ายๆ ประโยชน์เหลือล้น

รู้ทัน 'โรคปลายประสาทอักเสบ' สัญญาณเริ่มต้นของโรคร้าย

ผู้ปกครองต้องรู้! ส่อง 3 โรคหน้าร้อนที่เด็กต้องระวังช่วงปิดเทอม

ไขอาการ 'วัณโรค' ภัยเงียบใกล้ตัวที่คร่าชีวิตคนทั่วโลก

ไม่ใช่แค่เพศสัมพันธ์! รู้จัก 'โรคเริม' ติดต่อง่าย..ถ้าไม่ระวังตัว


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand