1
shared

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดอบรม ‘Driving Events 2019’ ด้วยทัพรถหรูบนสนามช้าง

20 ตุลาคม 2562 15:22 84
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดกิจกรรมอบรมเทคนิคการขับขี่ปลอดภัยขั้นสูง ‘Mercedes-Benz Driving Events 2019’ ขนทัพรถหรูกว่า 20 รุ่น โชว์สมรรถนะ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ด้านความปลอดภัย จัดกิจกรรมฝึกอบรมเทคนิคการขับขี่ปลอดภัย ‘Mercedes-Benz Driving Events 2019’ โดยมีทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพร่วมให้คำแนะนำในการฝึกทักษะการขับขี่ปลอดภัยขั้นสูงอย่างใกล้ชิด 


พร้อมขนทัพยนตรกรรมหรูกว่า 20 รุ่น พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด The new Mercedes-Benz A-Class และ The new Mercedes-Benz GLE  รวมทั้ง ‘Mercedes-Benz GLC’ และ ‘Mercedes-Benz GLC Coupé’ รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ มาให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมทดสอบสมรรถนะกันอย่างใกล้ชิด ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตจังหวัดบุรีรัมย์ 


มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับกิจกรรมฝึกอบรมเทคนิคการขับขี่ปลอดภัย ‘Mercedes-Benz Driving Events 2019’ มีวัตถุประสงค์ที่จะเสริมทักษะความรู้และวิธีการขับขี่ปลอดภัยให้กับสื่อมวลชนและลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์”

“อีกทั้งเพื่อฝึกฝนให้ผู้ขับขี่สามารถคาดการณ์อันตรายต่างๆ ได้ล่วงหน้า และสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างทันท่วงที โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้และ พัฒนาทักษะการขับขี่แบบขั้นสูง (Advance Course) ควบคู่ไปกับการใช้ระบบความปลอดภัยใหม่ๆ ของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์”


โดยได้เตรียมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สำหรับการทดสอบไว้กว่า 20 รุ่น โดยมีไฮไลท์สำคัญที่รถยนต์ 5 รุ่นล่าสุด ‘Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic’ ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่ 4 ของยนตรกรรมอัจฉริยะในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ และ “Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic” ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวี 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 

รวมทั้งรถยนต์เอสยูวีดีไซน์สปอร์ตรุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ Mercedes-Benz GLC 220 d, Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic พร้อมกันนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับการฝึกอบรมจากทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพของเมอร์เซเดส-เบนซ์ 

‘Mercedes-Benz Driving Events 2019’ นำทีมโดย มร. ปีเตอร์ แฮ็คเค็ท ที่มีประสบการณ์ด้านการฝึกสอนเทคนิคการขับขี่ปลอดภัยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกทุกฐานแล้ว ผู้ขับขี่จะมีความเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีความปลอดภัยอันทันสมัยที่ติดมากับตัวรถได้อย่างเต็มที่ โดยผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่ผ่านการฝึกอบรมฯ จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากทางทีมผู้ฝึกสอนอีกด้วย

นอกจากผู้ร่วมอบรมจะได้เรียนรู้วิธีการขับขี่ปลอดภัยแล้ว ทุกท่านจะได้สัมผัสสมรรถนะอันดีเยี่ยม ความโฉบเฉี่ยวเร้าใจสไตล์สปอร์ต ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงความสามารถในการตอบสนองที่รวดเร็ว ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ได้เป็นอย่างดีของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น 

โดยบริษัทฯ ได้จัดเตรียมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่างๆ สำหรับการฝึกไว้กว่า 20 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ในกลุ่ม Compact Car อย่าง A 200 AMG Dynamic และ A 200 Progressive กลุ่ม SUV อย่าง GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic, GLC 220 d 4MATIC, GLC 220 d, GLC 220 d AMG Dynamic และ GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic 

รวมถึงกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงจากแบรนด์ Mercedes-AMG อาทิ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé, Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+, Mercedes-AMG C 63 S Coupé, Mercedes-AMG A 45 4MATIC, Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG C 43 4MATIC, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé, Mercedes-AMG E 53 4MATIC+, Mercedes-AMG SLC 43 และ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+

กิจกรรมอบรมเทคนิคการขับขี่ปลอดภัยขั้นสูง Mercedes-Benz Driving Events 2019 แบ่งเป็น 6 สถานี ประกอบด้วย


สถานีที่ 1: Brake & Lane Change เป็นการทดสอบการควบคุมเบรกฉุกเฉิน และทดสอบความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของผู้ขับขี่ โดยผู้ทดสอบจะได้ทดสอบระบบความปลอดภัย ABS®  ระบบช่วยเบรก และไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light) ที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก โดยผู้ทดสอบต้องขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. เหยียบเบรก และหักเลี้ยวไปในทิศทางตามการให้สัญญาณของผู้ฝึกสอน ซึ่งการทดสอบนี้ได้รับการออกแบบให้ผู้ขับขี่ฝึกการใช้เบรกฉุกเฉิน และการควบคุมรถภายใต้ความกดดัน


สถานีที่ 2: ESP® Simulation สถานการณ์ที่ยากที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ คือการที่ต้องเผชิญกับสิ่งกีดขวางบนท้องถนนโดยที่ไม่ทันตั้งตัว และไม่มีเวลาเบรก ทักษะการหลบหลีก และน้ำหนักในการเหยียบคันเร่งจึงเป็นสิ่งที่ผู้ขับที่ทุกคนจำเป็นต้องมี เพื่อที่จะสามารถผ่านการทดสอบในสถานีนี้ได้ ดังนั้นการใช้ระบบความปลอดภัย ESP® จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจในการควบคุมรถให้ไปในทิศทางที่ต้องการในสถานการณ์อันคับขัน


สถานีที่ 3: Drag Race & Brake to a Point เป็นสถานีที่เปิดโอกาสให้ผู้ทดสอบได้สัมผัสถึงสมรรถนะของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีได้อย่างเต็มที่ ด้วยการจำลองการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต พร้อมฝึกทักษะการตอบสนองของผู้ทดสอบ โดยรถทั้งสองคันจะถูกปล่อยตัวพร้อมกันเมื่อสัญญาณไฟแดงดับลง และผู้ทดสอบจะต้องเบรกเมื่อถึงจุดที่กำหนดไว้ ผู้ที่สามารถหยุดรถให้อยู่ในจุดที่กำหนดได้จะถือว่าชนะการแข่งขัน


สถานีที่ 4: Cornering Exercise เป็นการทดสอบการเข้าโค้ง โดยจะใช้พื้นที่โค้งในสนามที่มีความกว้างแตกต่างกันไป ทำให้ผู้ทดสอบสามารถฝึกทักษะที่จำเป็นในการขับขี่ ได้แก่ การเบรก การบังคับทิศทางรถ และการมองเห็นได้อย่างเต็มที่ ผู้ฝึกสอนจะเป็นผู้นำการขับขี่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของสนาม ทำให้ผู้ทดสอบได้ฝึกการขับขี่ในเส้นทางการแข่งรถจริงๆ พร้อมทั้งยังได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ของนักแข่งรถอีกด้วย อีกทั้งยังสามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น และความแตกต่างระหว่างรถยนต์แต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นทั้งรถยนต์โดยสารหรือรถเอสยูวี 


สถานีที่ 5: Handling Course คือการจำลองการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่เพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจให้ผู้ทดสอบทุกคนด้วยการจับเวลาการแข่งขัน โดยผู้ทดสอบจะได้ใช้ทักษะในการควบคุมรถ การเบรก และการเร่งความเร็วของรถยนต์ โดยในสถานีนี้ผู้ทดสอบจะได้ทดลองขับรถยนต์ Mercedes-Benz A-Class รุ่นใหม่ ซึ่งทำให้ผู้ทดสอบสามารถเปรียบเทียบทักษะของตนเอง พร้อมทั้งเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของผู้อื่นอีกด้วย


สถานีที่ 6: Lead & Follow ในสถานีนี้ รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีจะถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งรถในแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะ และสมรรถนะที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้ผู้ทดสอบได้ฝึกทักษะการขับขี่แบบนักแข่งรถตามเส้นทางการแข่งรถของจริงบนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พร้อมทั้งสัมผัสสมรรถนะของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้ฝึกสอนจะเป็นผู้นำเส้นทางไปรอบๆ สนาม พร้อมทั้งให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดสำหรับการขับขี่บนเส้นทางรถแข่ง เพื่อเสริมสร้างทักษะการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ทดสอบทุกท่าน