2
shared

'การพนัน' เนื้อร้ายวงการกีฬาไทย

10 เมษายน 2562 02:30 17
"การพนัน" มะเร็งร้ายของวงการกีฬาที่ลุมลามมากขึ้นเรื่อยๆ หลายฝ่ายพยายามช่วยกันป้องกันอย่างเต็มที่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

เป็นที่รู้กันดีกว่าในวงการกีฬาสิ่งหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในหลายๆด้านก็คือ"การพนัน"ซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ของวงการกีฬาที่ต้องเผชิญ

 

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมามีการแถลงข่าวจับกุม ร้อยเชิง สิงห์มาวิน นักมวยไทยชื่อดังด้วยข้อหาล้มมวยในการชกที่เวทีราชดำเนิน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

 

ซึ่งในวงการมวยถือว่าเรื่องนี้เป็นปกติกลายเป็นความชินตา จนกลายเป็นความชินชา เพราะในเวทีมวยไทย ทุกวันนี้ บรรดาเซียนมวยต่างทราบกันดีว่า มีมวยล้มกันมากมาย อยู่ที่จะจับได้หรือไม่ได้เท่านั้น พระราชบัญญัติกีฬามวย ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 แต่มีการแจ้งความดำเนินคดีแบบจริงจังกันน้อยมาก เพราะคดีล้มมวยที่ผ่านมา ส่วนใหญ่กลายเป็นนักมวยที่ต้องรับผิดต้องติดคุกติดตาราง ส่วนคนจ้างวานซึ่งมักเป็นผู้มีอิทธิพล มีฐานะ ก็จะได้ประกันตัว ไปต่อสู้กันในชั้นศาล ซึ่งก็ใช้เวลาหลายปี จนหลายคดีเรื่องเงียบไปเอง

 

"มวย"เป็นกีฬาประเภทเดียวของไทยที่มีพระราชบัญญัติกีฬาคุ้มครอง ทั้งนี้เพราะเวทีมวยถือเป็นบ่อนพนันถูกกฏหมายของประเทศไทย แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น เพราะทุกวันนี้ "การล้มมวย" แม้หลายคนจะมองว่ามีการจับกุมดำเนินคดีน้อยมาก แต่ลึกๆในใจของเซียนมวยในเวทีทุกคนรู้ดีว่ามันยังคงอยู่เหมือนเดิม

 

ถอยออกมามองในมุมกว้างของวงการกีฬาไทย อีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ถูกปัญหาการพนันเล่นงาน ย่อมหนีไม่พ้นกีฬายอดฮิตอันดับหนึ่งอย่าง"ฟุตบอล" ที่มีเม็ดเงินสะพัดในวงการพนันมากกว่าในเวทีมวยหลายเท่า แม้การพนันฟุตบอลในไทยยังเป็นเรื่องผิดกฏหมาย แต่ก็รู้กันดีว่ามันมีอยู่ในทุกๆซอบหลีบของสนามฟุตบอล
ยิ่งการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของไทยได้รับความนิยมมากเท่าไร การพนันก็จะมีมูลค่าสูงตามขึ้นเท่านั้น แม้ทาง พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนปราบปรามการล้มบอลอย่างจริงจัง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะจับได้แต่ปลายแถว แต่ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่ดี ดีกว่านั่งดูกันเฉยๆ

 

จริงๆแล้วปัญหาเรื่องการพนันกับวงการกีฬาไม่ใช่เป็นปัญหาแค่เพียงในไทย ในระดับสากลก็ถือว่าร้ายแรง ในฟุตบอลทัวนาเม้นท์ใหญ่ มีข่าวล้มบอลกันแทบทั้งนั้นจนสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่าต้องออกมาล้างบาง ถึงขั้นประธานฟีฟ่าคนเก่าอยู่กันไม่ได้เลยทีเดียว

 

เช่นเดียวกับโอลิมปิกสากลหรือ ไอโอซี ที่ก็รณรงค์เรื่องนี้กันอย่างหนัก กีฬาไหนที่มีความไม่ชอบมาพากล ก็เร่งสืบสวนสอบสวนเป็นการใหญ่โดยเน้นเรื่องสารกระตุ้นเป็นสำคัญ หลายๆชนิดกีฬามีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อเป็นการป้องกันการเอาเปรียบของนักกีฬา ชนิดกีฬาไหนควบคุมไม่ได้ก็เตรียมถูกหั่นทิ้งจากโอลิมปิก

 

เชื่อได้เลยว่า การพนัน ก็ยังคงเป็นมะเร็งหรือเนื้อร้ายของวงการกีฬาต่อไป แต่หลายๆฝ่ายก็พยายามออกมาควบคุมไม่ให้มันลุกลามไปจนทำลายคำว่า "สปริตของกีฬา" จนไม่มีใครหันมาดูกีฬาด้วยความบันเทิงใจกันอีกแล้ว