11
shared

เปิดใจ ‘เจมส์ อภิสิทธิ์’ บอกเล่าความประทับใจถ่ายภาพตามรอยในหลวง ร.9

13 ตุลาคม 2562 16:34 610
เปิดใจ ‘เจมส์ อภิสิทธิ์’ บอกเล่าความประทับใจ ‘ที่ที่พ่อไป’ ตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 จากภาพถ่ายคู่กับในสถานที่ปัจจุบัน

เพื่อเป็นการรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันนี้ ทางทีมข่าว TNN ONLINE ได้มีโอกาสพูดคุยกับอีกหนึ่ง เจ้าของผลงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวสุดประทับใจผ่านการถ่ายภาพในรูปแบบ Dear Photograpy “คุณเจมส์ อภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ” อาจารย์ประจำคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง เจ้าของโปรเจค 'ที่ที่พ่อไป' ตามรอยพ่อหลวงจากภาพถ่ายคู่กับในสถานที่ปัจจุบัน จนได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากมาย 


“เจมส์ อภิสิทธิ์” ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการออกเดินทางตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 ว่า เริ่มต้นจากตนเองอยากไปเห็นสถานที่ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนิน เพราะทราบดีว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านเสด็จฯไปในที่แห่งทุกหนทั่วประเทศ จึงอยากไปเห็นในสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำไว้ให้กับคนไทย หากจะเดินทางไปอย่างเดียวก็ไม่เกิดภาพที่ชัดเจน เลยลองเอารูปแบบการใช้ภาพที่ซ้อนภาพของอดีตและปัจจุบันใช้ในการเล่าเรื่อง เพื่อที่จะทำให้ได้เห็นภาพได้มากยิ่งขึ้นว่า เมื่อท่านเสด็จฯไปแล้ว ปัจจุบัน ณ เวลานี้ เป็นอย่างไร ซึ่งถ่ายถอดการถ่ายภาพในรูปแบบของ Dear Photograph สิ่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเองเดินทางออกไปถ่ายรูปในสถานที่ต่างๆ 


เมื่อถามถึงภาพแรกที่ “เจมส์ อภิสิทธิ์” ได้เริ่มออกเดินทางถ่ายภาพนั้นเจ้าตัวเล่าให้เราฟังว่า สถานที่แรกคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จะเป็นภาพที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทรงปลูกต้นยูงทอง และเป็นภาพแรกที่ได้เริ่มถ่าย โดยตลอดระยะเวลาการเดินมีภาพถ่ายมากมายที่รู้สึกประทับใจ โดยในมุมมองของตนเองถ้าในต่างประเทศ รู้สึกประทับใจภาพที่เดินทางไปถ่ายที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพราะไม่รู้ว่าตนเองจะได้มีโอกาสเดินทางกลับมาถ่ายที่แห่งนี้ได้อีกเมื่อไหร่ โดยประเทศนี้เป็นสถานที่ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงศึกษาและทรงประทับในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่คงไม่ได้หาได้ง่ายๆ เลยคิดว่าสวิสเซอร์แลนด์ เป็นสถานที่ที่ประทับใจมากที่สุด ณ ตอนนี้ เพราะเราได้เห็นบางภาพที่มีอายุภาพถึง 70-80 ปีทำให้เห็นถึงความทรงจำ เพราะเราเองก็คุ้นชินกับภาพในระดับหนึ่งแต่พอได้มาเห็นสถานที่จริงๆ ยิ่งรู้สึกคิดถึงเพราะเป็นเหมือนความทรงจำของคนไทย 


“ส่วนถ้าหากพูดในประเทศไทยถือว่ามีเยอะมากที่ไปถ่ายถือว่ามีความประทับใจทุกรูป แต่ก็มีบางภาพที่ อาทิ ภาพที่จังหวัดนครพนมที่พระองค์ท่านโน้มตัวลงไปรับดอกบัวจากชาวบ้านที่เฝ้ารอรับเสด็จฯ การที่เราได้เป็นในจุดที่พระองค์ท่านเคยเสด็จฯตรงนี้ ได้ถ่ายภาพตรงนี้จริง เหมือนเป็นการเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับตนเอง โดยทุกที่ที่เดินทางไปมีความรู้สึกดีใจที่เราได้มีโอกาสมาเห็นที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมา รวมทั้งยังได้เอาเรื่องราวเอาสิ่งที่อยู่ในภาพได้บอกเล่าให้คนอื่นๆ ด้วย นับได้ว่ามีคุณค่าทางจิตใจมากๆ สำหรับผมว่าอย่างน้อยเราได้มีโอกาสได้เดินทางไปและเอาข้อมูลที่เราได้ไปเล่าให้คนอื่นฟังต่อ นับได้ว่าเป็นกำไรในชีวิต ผมมองว่าภาพที่ผมถ่ายจะเป็นจุดเล็กๆ ของความทรงจำเล็กๆ ที่ไม่เลือนหายไป”


นับตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงทุกวันนี้ “เจมส์ อภิสิทธิ์” บอกกับเราว่ามีภาพที่ถ่ายเก็บไว้ราวๆ กว่า 130 ภาพทั้งในไทยและต่างประเทศ เดินทางในประเทศ 31 จังหวัดกับอีก 5 ประเทศ โดยตลอดระยะเวลาการตามรอยเสด็จฯ สิ่งที่ได้เรียนรู้ และนำหลักคิดมาปรับใช้ดำเนินชีวิตคือ ตั้งแต่ก่อนเริ่มออกเดินทาง ได้มีพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง พอได้เริ่มออกเดินทางเหมือนกับว่าเราได้ย้อนรำลึกความหลัง เพราะทุกภาพที่เริ่มถ่าย ไม่ใช่แค่ภาพเวลา เพราะทุกครั้งที่เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ตนเองจะต้องอ่านต้องศึกษาว่าก่อนจะมีภาพนี้นั้นมีเรื่องราวและความเป็นมาอย่างไร สิ่งพวกนี้เหมือนทำให้เราได้รู้รายละเอียดเยอะมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ตนเองได้อ่านและซึบซับไปเพิ่มเติมและเอาสิ่งที่เราได้รับรู้มาเล่าต่อให้คนอื่นๆ ได้อ่านไปด้วย


ส่วนความตั้งใจต่อจากนี้ ที่อยากทำและสานต่อ “เจมส์ อภิสิทธิ์” บอกว่า จะเดินทางต่อไปเรื่อยๆ อีก 5 ปี 10 ปี เพราะทุกสิ่งที่ทำมองว่าเหมือนเป็นกิจวัตรไปแล้ว เป็นเหมือนกิจกรรมหนึ่งที่เราต้องทำ เพราะยังมีภาพอีกจำนวนมากที่อยากเล่า อยากเห็นภาพและอยากเล่าให้คนอื่นๆ ฟังต่อ และอยากทุกคนได้รู้ว่าให้สถานที่ที่พระองค์ท่านเคยเสด็จฯ นั้นอยู่ที่แห่งไหนบ้าง อยากให้ทุกคนได้รู้และได้เดินทางตามรอยเหมือนกันแบบนี้บ้าง


ทิ้งท้ายกับคำพูดของ“เจมส์ อภิสิทธิ์” ที่อยากบอกในฐานะคนไทยที่มีต่อพระกรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า ไม่มีอะไรดีกว่าการที่เราได้น้อมนำเอาคำสอน พระราชดำรัส พระบรมราโชวาทที่พระองค์ท่านเคยตรัสไว้นำมาใช้ในชีวิต ถ้าเราน้อมนำและนำมาใช้กับชีวิตในทุกๆ วันไม่ใช่แค่มีข้อดีกับตัวเรา ตนเองมองสว่าจะทำให้สังคมเราดีขึ้นไปด้วย ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด



ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก ที่ที่พ่อไป


เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand