9
shared

Exclusive Content : "สมาร์ท ซิตี้" เส้นทางปั้นสตาร์ทอัพสู่อาเซียน

4 มีนาคม 2563 14:09 356
Exclusive Content : "สมาร์ท ซิตี้" เส้นทางปั้นสตาร์ทอัพสู่อาเซียน

ไทยกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเมืองต้นแบบ"สมาร์ท ซิตี้" เพื่อต่อยอดไปยังเมืองอื่นๆ ซึ่งการดึง"สตาร์ทอัพ"เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีก็น่าจะทำให้การพัฒนาก้าวหน้าไปได้เร็วขึ้น

        เมื่อกล่าวถึง "สมาร์ท ซิตี้"  หลายคนคงจะนึกภาพไปถึงการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างขับเคลื่อนและควบคุมไปด้วยระบบดิจิทัลทั้งหมด  ซึ่งเป็นมโนภาพที่นำไปสู่การพัฒนาที่เกิดขึ้นจริงในยุคปัจจุบัน เพราะในหลายๆประเทศมีการพัฒนาทั้งในด้านของเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำไปมาก ซึ่ง"สมาร์ทซิตี้" ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่เกือบทุกประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก  และถือเป็นกระแสโลกที่สำคัญเรื่องหนึ่ง  ในบ้านเราและในภูมิภาคอาเซียน ก็กำลังให้ความสนใจในเรื่องนี้เช่นกัน

 CR:Pixabay

       โดยบทความเรื่อง “เมืองอัจฉริยะ (Smart City) คืออะไร และจะเกิดขึ้นได้อย่างไร” ของนายเสมอ นิ่มเงิน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิชาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ ได้ยกตัวอย่างเมืองที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา "สมาร์ท ซิตี้" ได้อย่างชัดเจน อย่าง ประเทศสิงคโปร์ ที่มีการวางแผนแนวทางการพัฒนาประเทศว่า จะก้าวสู่การเป็น Smart Nation หรือประเทศแห่งนวัตกรรม ที่รัฐบาลมีเป้าหมายจะใช้เทคโนโลยี IT ในการสร้างงานและสร้างรายได้  อีกทั้งยังมีเป้าหมายให้ประเทศกลายเป็นสังคมปลอดเงินสด ใช้ระบบ e-Payment ครอบคลุมในทุกธุรกิจ  แต่ก็ยังเน้นพัฒนาระบบสาธารณสุข ดูแลสุขภาพของประชาชน และการขนส่ง เนื่องจากมองว่าอีก 15 ปีข้างหน้า ประเทศจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งหากบริการด้านสุขภาพมีประสิทธิภาพ  มีการขนส่งด้วยเทคโนโลยีรองรับ ก็จะทำให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของการสร้างสมาร์ทซิตี้ในฝัน 


 CR:Pixabay

        ดังนั้น จากการพัฒนาทั้งหมดนี้ จึงทำให้สิงคโปร์ครองแชมป์ Smart City อันดับหนึ่งใน “ดัชนีผลประกอบการสมาร์ทซิตี้โลก” (Global Smart CityPerformance Index) ประจำปี 2017 โดยความสำเร็จนี้เกิดมาจากการให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเป็นหลักนั่นเอง

        ในบ้านเราแม้จะยังไม่มี"สมาร์ท ซิตี้"ที่สมบูรณ์  แต่หลายฝ่ายก็มีความตื่นตัว และอยู่ระหว่างขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่เป้าหมายที่คัดเลือกให้เป็นเมืองอัจฉริยะต้นเเบบ ซึ่งที่จะเห็นเป็นข่าวเป็นคราวที่ชัดเจน ก็จะมีจังหวัดภูเก็ต และขอนแก่น ที่ทั้งสองจังหวัดนี้ หลักๆก็จะเน้นพัฒนาการสัญจรอัจฉริยะ หรือ Smart Mobility และเศรษฐกิจอัจฉริยะ หรือ Smart Economy ซึ่งผู้พัฒนาเองก็กำลังปรับแก้ไขโซลูชั่นต่างๆให้ตรงจุดและตอบโจทย์คนในเมืองนั้นๆมากที่สุด 



        ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า การพัฒนาเมืองโดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์นี้  โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้ประชาชนทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงได้ ใช้งานง่าย  การเป็น"สมาร์ท ซิตี้"จึงจะตอบโจทย์การพัฒนาทั้งคนและเทคโนโลยีไปพร้อมๆกัน

 
       ด้านนายชาล เจริญพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮับบา จำกัด ระบุว่า ผู้พัฒนา อย่าง"สตาร์ทอัพ"มักจะมีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยี และมีการศึกษาข้อมูล ตามเทรนด์ของโลกอยู่เสมอ  หากมีการสนับสนุนให้ผู้พัฒนากลุ่มนี้ได้มีโอกาส มีพื้นที่ในการนำเสนอไอเดีย หรือแพลทฟอร์มที่จะสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้  ก็เชื่อว่าเส้นทางการก้าวเข้าสู่ "สมาร์ท ซิตี้"ของไทยน่าจะเร็วขึ้น


        ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีสตาร์ทอัพหน้าใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบัน มีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในประเทศไทยอยู่ประมาณ 100 กว่าราย หากไม่นับรวมกลุ่มสตาร์ทอัพที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น มีถึงประมาณ 1,000 กว่าราย  เนื่องจากยังขาดการสนับสนุนและเงินทุนที่เป็นปัจจัยหลักของการเติบโต

        ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น"สมาร์ท ซิตี้" ในรูปแบบใดก็ตาม มีจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐบาลและเอกชน ที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญของบรรดาผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ  เพราะทั้ง 2 ภาคส่วนนี้มีความโดดเด่นในการดำเนินการคนละทาง  โดยเฉพาะภาครัฐที่เป็นเหมือนหัวจักรหลักในการผลักดันและเชื่อมโยงข้อมูล(Data) ของแต่ละภาคส่วนเข้าด้วยกัน  รวมไปถึงความร่วมมือจากชุมชน เพื่อระดมความคิดและมุมมองในการกำหนดความชัดเจน และปัญหาที่มีอยู่ในชุมชนเมือง  เพื่อหาทางแก้ไข จนนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดเพื่อก่อให้เกิดโครงการการพัฒนาเมืองให้มีความทันสมัย น่าอยู่ ปลอดภัย และที่สำคัญที่สุด คือการยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาคนและพัฒนาเมืองไปพร้อมๆกัน จึงจะสามารถยกระดับให้เมืองกลายเป็น "สมาร์ท ซิตี้ " อย่างที่หลายคนฝัน


CR:depa.org.th 

        ทั้งนี้  สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ได้ร่วมกับ HUBBA Thailand, Techstars และ Techsauce จัดโครงการการพัฒนาและส่งเสริม ASEAN Startup Hackathon ที่กำลังจะจัดขึ้นในงาน “DIGITAL THAILAND BIG BANG 2019” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 28 - 31 ตุลาคม  2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค   เพื่อเปิดเวทีให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพที่รวมทีมกัน มาแสดงศักยภาพการพัฒนานวัตกรรมเมืองอัจฉริยะที่มีโอกาสต่อยอดไปสู่การพัฒนาได้จริง ตลอดจนยังเป็นเวทีให้ กลุ่มทุนได้เห็นศักยภาพของสตาร์ทอัพ เปิดโอกาสให้ได้ต่อยอดการเติบโตต่อไปในระดับสากลอีกด้วย 

        โดยเริ่มเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง  21 ต.ค. 2562 ใครสนใจสามารถดูรายละเอียดกิจกรรม ได้ที่  https://techsauce.co/depa-accelerator

        

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

depa จับมือเอกชนเฟ้นหาสตาร์ทอัพยูนิคอร์นในอาเซียน

Exclusive Content : งานวิจัยอุดช่องโหว่ไทย เพื่อความเปลี่ยนแปลง

-Exclusive Content : เปิดศึก"เวนดิ้งแมชีน 2019"ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติในไทย

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand