3
shared

ม้วนหน้าต้องมา! ประจวบดับโทษบุรีรัมย์ มารธอน 8-7 ครองแชมป์ลีกคัพสุดยิ่งใหญ่

28 กันยายน 2562 22:43 672
พีที ประจวบ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ฟุตบอลโตโยต้า ลีก คัพ ได้เป็นครั้งแรก หลังเอาชนะบุรีรัมย์ ในการดวลจุดโทษมารธอน 8-7 หลังเสมอกันในเกม 1-1 ส่งผลให้ "ต่อพิฆาต" คว้าแชมป์ไปครอง ส่วน "ปราสาทสายฟ้า" เหลือลุ้นแค่ไทยลีกเท่านั้น

ฟุตบอลโตโยต้า ลีก คัพ 2019 รอบชิงชนะเลิศ

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2562

สนาม : เอสซีจี สเตเดียม

ผลการแข่งขัน : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-1 พีที ประจวบ เอฟซี

ประตู : 0-1 เมารินโญ่ น.47, 1-1 ศุภชัย ใจเด็ด น.75

*ต่อเวลาพิเศษ 30 นาที เสมอ 1-1


“ปราสาทสายฟ้า” ก่อนหน้านี้เข้าชิงมาแล้ว 7 ครั้งตั้งแต่ปี 2553-2559 และคว้าแชมป์ไปได้ 5 สมัย ในปี 2554, 2555, 2556, 2558 และล่าสุด 2559 ที่ครองร่วมกับ เมืองทอง ส่วน “ต่อพิฆาต” เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าชิงบอลถ้วยครั้งแรก


ครึ่งเวลาแรก

นาที 3 บุรีรัมย์ ได้ฟรีคิกทางขวา กรกช เปิดบอลโค้งเข้าไปในเขตโทษ แต่ ณัฐพงษ์ นายด่านต่อพิฆาต ออกมาชกบอลพ้นอันตรายไปได้

นาที 4 โอกาสยิงครั้งแรกของ บุรีรัมย์ ทำชิ่งก่อนจบที่ สุภโชค แต่ยิงไม่เต็มข้อ บอลเบาไปเข้ามือ ณัฐพงษ์

นาที 6 ปราสาทสายฟ้า ได้เตะมุมทางขวา กรกช เปิดด้วยเท้าซ้ายโค้งเข้าไปที่เสาแรก ศุภชัย วิ่งทะยานหวังจะเข้าไปโขก แต่ ณัฐพงษ์ ออกมาชกบอลทิ้งไปได้ก่อน

นาที 15 ต่อพิฆาต ได้ลุ้นบ้าง เมารินโญ่ ได้บอลทางขวาก่อนจะเลี้ยงบอลเข้ามาหน้าเขตโทษแล้วตัดสินใจซัดบอลเต็มข้อ บอลพุ่งเข้ากรอบประตู แต่ ศิวรักษ์ ยังเซฟไว้ได้

นาที 19 ตูเญซ วางบอลยาวจากแดนหลังไปทางขวาให้ ศศลักษณ์ ดึงบอลลงก่อนจะจ่ายหักข้อเข้าเขตโทษถึง สุภโชค ได้แต่งบอลแล้วยิงเร็วติดบล็อกแนวรับต่อพิฆาตออกหลัง ก่อนที่ กรกช เปิดเตะมุมไปเสาสอง พรรษา ขึ้นโหม่งแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาที 24 ปราสาทสายฟ้า ได้ฟรีคิกทางกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย รัตนากร ปั่นด้วยเท้าขวาบอลโค้งแล้วตกลงบนหลังคาตาข่ายแบบได้เสียว

นาที 37 ประจวบ ได้ลุ้นอีกครั้งจาก ภานุวัฒน์ เปิดให้ เมารินโญ่ วิ่งเข้ามาโขกเต็มหัว แต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปหวุดหวิด

นาที 42 สุภโชค เก็บบอลได้ทางขวาก่อนจะเลี้ยงมาหน้าเขตโทษแล้วปาดบอลออกมาทางซ้ายให้ ศุภณัฏฐ์ ซัดด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งเรียดเฉี่ยวเสาไกลไปนิดเดียว

นาที 45 ประจวบ ได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ภานุวัฒน์ วางบอลยาวเข้าไปในเขตโทษ อัดนาน วิ่งทะลุไปเก็บบอลได้ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าไปก่อนแล้ว ทำให้จบครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0-0


ครึ่งเวลาหลัง

นาที 47 กองเชียร์ต่อพิฆาตได้เฮกันลั่น จากจังหวะตัดบอลได้หน้าเขตโทษ สิโรจน์ จ่ายให้ เมารินโญ่ หลุดเดี่ยวซัดเสียบเสาเข้าไปตุงตาข่ายให้ พีที ประจวบ พลิกขึ้นนำ 1-0

หลังเสียประตู บุรีรัมย์ โหมบุกเข้าใส่ นาที 50 ศศลักษณ์ ไหลบอลในเขตโทษให้ ศุภณัฏฐ์ กดด้วยซ้าย บอลลอยออกหลังไปหวุดหวิด

นาที 54 บุรีรัมย์ ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ผู้เล่นประจวบโหม่งเคลียร์บอลหน้าประตูออกมาเข้าทาง ตูเญซ ยิงสวนแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาที 57 ปราสาทสายฟ้า ได้เตะมุม กรกช เปิดเข้ามาในเขตโทษ รัชพล โขกสกัดบอลไปโดน อัดนาน เด้งมาเข้าทาง ตูเญซ ง้างเท้าจะยิง แต่โดนผู้เล่นต่อพิฆาต ช่วยกันจิ้มบอลทิ้งออกมาได้ก่อน

นาที 60 บุรีรัมย์ พลาดได้ประตูตีเสมอจากบอลยาวมาถึง สุภโชค หลุดไปยิง แต่ติดบล็อก ณัฐพงษ์ ออกหลังไปเป็นลูกเตะมุม แต่จังหวะเตะมุมก็ทำอะไรไม่ได้

นาที 63 บุรีรัมย์ แก้เกมเปลี่ยนตัวคนแรก ส่ง สุเชาว์ นุชนุ่ม ลงมาแทน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

นาที 64 พีที ประจวบ เปลี่ยนตัวบ้าง ส่ง อมร ธรรมนาม ลงมาแทน ภานุวัฒน์ จินตะ

นาที 75 กองเชียร์ปราสาทสายฟ้าได้เฮกันลั่นบ้าง จากจังหวะ ศศลักษณ์ เปิดบอลจากริมเส้นหลังเข้ามาให้ ศุภชัย พุ่งโหม่งย้อนเสียบเสาสุดสวยให้ บุรีรัมย์ ตีเสมอเป็น 1-1

นาที 76 บุรีรัมย์ ได้ฟรีคิกฝั่งขวา กรกช เปิดเข้ามาในเขตโทษ ตูเญซ ขึ้นโหม่งแต่บอลออกหลังไป

นาที 79 โอกาสอีกครั้งของ บุรีรัมย์ จาก ศศลักษณ์ พลิกบอลหลบผู้เล่นประจวบตรงริมธงฝั่งขวา ก่อนเปิดมาถึง ศุภชัย ตีลังกายิงออกหลังไปแบบได้ลุ้น

นาที 83 ศศลักษณ์ ลองยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา บอลพุ่งเรียดไปตรง ณัฐพงษ์ ล้มตัวเซฟไว้ได้

ช่วงท้ายเกม บุรีรัมย์ บุกใส่อย่างหนัก แต่จนแล้วจนรอด ทำประตูเพิ่มไม่ได้ จบ 90 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที


ต่อเวลาพิเศษ

นาที 94 บุรีรัมย์ ได้ลุ้นจากฟรีคิกทางซ้ายของกรอบเขตโทษ สุเชาว์ เปิดเข้าไปในเขตโทษโดน เมารินโญ่ โขกสกัดออกหลังไปได้

นาที 95 จากจังหวะเตะมุมของปราสาทสายฟ้า “กัปตันกบ” เปิดเข้ามาที่เสาแรก ศุภชัย โขกชงมาที่เสาสอง ตูเญซ ล้มตัววอลเลย์บอลลงพื้น แต่ อดุลย์ ยืนอยู่บนเส้นประตู โหม่งบอลออกหลังไปได้หวุดหวิด

นาที 105 สุภโชค ได้กระชากลากเลื้อยขึ้นไปในแดนหน้า ก่อนที่จะหาจังหวะง้างเท้ายิง แต่ติดบล็อกผู้เล่นประจวบ เอฟซี ทำให้จบช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก ยังคงไม่มีประตูเพิ่ม

นาที 109 สุภโชค ทำชิ่งในเขตโทษกับ ฮาจิเมะ โฮโซไก ก่อนที่ สุภโชค จะยิงมุมแคบ แต่ยังติดบล็อก ณัฐพงษ์ เซฟพ้นอันตรายไปได้

นาที 112 โอกาสอีกครั้งของ สุภโชค กระชากบอลทะลุแนวรับประจวบ แต่จังหวะสุดท้าย ณัฐพงษ์ ยังออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

ช่วงเวลาที่เหลือ แม้ว่า บุรีรัมย์ จะพยายามบุกหวังทำประตูชัยให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สำเร็จ จบ 120 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ


ช่วงยิงจุดโทษตัดสิน

1-0 อันเดรส ตูเญซ (ยิงเข้า)

1-0 สมภพ นิลวงศ์ (ยิงไม่เข้า) X

2-0 รัตนากร ใหม่คามิ (ยิงเข้า)

2-1 อดุลย์ หมื่นสมาน (ยิงเข้า)

2-1 ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (ยิงไม่เข้า) X

2-2 รัชพล นาวันโน (ยิงเข้า)

3-2 ศุภชัย ใจเด็ด (ยิงเข้า)

3-3 อาทยอม ฟิลิปโปสยาน (ยิงเข้า)

4-3 สุเชาว์ นุชนุ่ม (ยิงเข้า)

4-4 ภูริทัต จาริกานนท์ (ยิงเข้า)

5-4 ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ยิงเข้า)

5-5 วีระวุฒิ กาเหย็ม (ยิงเข้า)

6-5 ศศลักษณ์ ไหประโคน (ยิงเข้า)

6-6 สกุลชัย แสงโทโพธิ์ (ยิงเข้า)

7-6 ฮาจิเมะ โฮโซไก (ยิงเข้า)

7-7 อมร ธรรมนาม (ยิงเข้า)

7-7 กรกช วิริยะอุดมศิริ (ยิงไม่เข้า) X

7-8 ซีเกต หมาดปูเต๊ะ (ยิงเข้า)


สรุปผลการแข่งขัน พีที ประจวบ ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ ไปสุดระทึก 8-7 คว้าแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ สมัยแรกไปครอง


รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกทั้งสองทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), พรรษา เหมวิบูลย์, อันเดรส ตูเญซ, กรกช วิริยอุดมศิริ, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ศศลักษณ์ ไหประโคน, ฮาจิเมะ โฮโซไก, รัตนากร ใหม่คามิ, สุภโชค สารชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

พีที ประจวบ เอฟซี : ณัฐพงษ์ ขจรมาลี (GK), ซีเกต หมาดปูเต๊ะ, อาทยอม ฟิลิปโปสยาน, อัดนาน โอราโฮวัค, อดุลย์ หมื่นสมาน, รัชพล นาวันโน, ภูริทัต จาริกานนท์, ภานุวัฒน์ จินตะ, สุพจน์ จดจำ, เมารินโญ่, สิโรจน์ ฉัตรทอง