6
shared

อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า สหรัฐฯตายแล้ว7คนภายใน2เดือน

19 กันยายน 2562 12:16 352
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด เตือนอันตรายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมเผยข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคสหัฐอเมริกา พบมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 7 ราย ในระยะเวลาเพียง 2เดือน

วันนี้ (19ก.ย.62) มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย และกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดแถลงข่าว หยุดสูบ หยุดตาย จากบุหรี่ไฟฟ้า โดย พญ.นภารัตน์ อมรพุฒิสถาพร ผู้แทนสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐฯ พบการเจ็บป่วยด้วยโรคปอดที่มีโอกาสสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 450 คน ในระยะเวลาเพียง2 เดือน และเสียชีวิตแล้ว 7 ราย 

เริ่มต้นด้วยอาการไอแห้ง เจ็บแน่นหน้าอก อาจมีไข้ ปวดเมื่อยตัว คลื่นไส้ อาเจียน บางรายเป็นรุนแรงและรวดเร็วถึงขั้นการหายใจล้มเหลว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยเกิดกับวัยรุ่นและวัยทำงานที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ปี ซึ่งอาการจะรุนแรงขึ้นในระยะเวลาอันสั้น โดยภาวะจากการเกิดในการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ต่างจากโรคถุงลมโป่งพองที่เกิดจากการสูบบุหรี่ธรรมดา ที่เนื้อปอดจะเสียหายช้าๆ กว่าจะถึงขั้นหายใจล้มเหลวต้องใช้เวลานาน และจากผลสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักเรียนในสหรัฐฯ พบอีกว่า นักเรียนมัธยมนิยมสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าบุหรี่ปกติ ที่สำคัญบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประตูนำไปสู่การเสพติดบุหรี่

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบุหรี่ ระบุว่า วัยรุ่นมีความเข้าใจผิดร้ายแรงว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย โดยคิดว่าควัน ไอละอองจากบุหรี่ไฟฟ้า เป็นเพียงละอองน้ำ และไอน้ำก็เป็นสารปรุงแต่งให้มีกลิ่นหอม โดยอ้างว่าสูบชนิดที่ไม่มีนิโคติน แต่ในความเป็นจริงควันไอละอองจากบุหรี่ไฟฟ้าที่เห็นมีฝุ่นขนาดเล็กกว่า PM 2.5 มีสารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น ฟอร์มาร์ลดีไฮด์ ไดอะซิทิล อโครลิน และ โลหะหนักที่เป็นพิษ เช่น นิกเกิล ดีบุก ตะกั่ว ซึ่งอาจมาจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์สูบที่โลหะหนักหลุดลอยจากขดลวดที่ชุบน้ำยา ขณะที่สารปรุงแต่งกลิ่นรสมีนับพันชนิด ที่ถูกความร้อนจนเกิดเป็นไอระเหย 

สำหรับประเทศไทย บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสินค้าที่ห้ามขาย หรือให้บริการ ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งกำหนดโทษสำหรับผู้ประกอบธุรกิจทั่วไปให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ที่กระทำผิดเป็นผู้ประกอบธุรกิจในฐานะผู้ผลิต ผู้สั่ง หรือผู้ที่นำเข้ามาเพื่อขายต้องรับโทษเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ