5
shared

“ทรัมป์”เกือบมั่นใจอิหร่านโจมตีโรงกลั่นซาอุฯ เทียบเหตุการณ์ 9/11

17 กันยายน 2562 10:51 523
“ทรัมป์” เกือบแน่ใจอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุดิอาระเบีย ด้านรมต.กลาโหม-นาโต้ กล่าวหาอิหร่านบั่นทอนเสถียรภาพทั้งภูมิภาค เปรียบเป็นเหตุการณ์ “9/11” ของซาอุฯ

วันนี้ ( 17 ก.ย. 62 )ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวหลังจากการประชุมครม.ความมั่นคงสหรัฐว่า เขาเกือบจะแน่ใจว่า การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกของซาอุดิอาระเบียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นฝีมืออิหร่านอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม สหรัฐจะรอความชัดเจน โดยจะรอผลการสอบสวนเรื่องนี้ของทางซาอุดิอาระเบีย ออกมาก่อน จึงจะตัดสินใจว่าจะตอบโต้อย่างไร แต่เขาหวังว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงสงครามได้


ด้าน มาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐ ระบุว่า กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมตอบโต้ เพื่อปกป้องระเบียบโลก ที่ถูกบ่อนทำลายโดยอิหร่าน


ด้านไบรอัน ฮุค ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลสหรัฐว่าด้วยอิหร่าน เปิดเผยต่อรัฐสภาสหรัฐเมื่อวานนี้ถึงทัศนะของซาอุดิอาระเบีย ต่อเรื่องการถูกโจมตีครั้งนี้ว่า เปรียบเสมือนเป็นเหตุการณ์ “ไนน์วันวัน” ของซาอุดิอาระเบีย โดยเป็นการเปรียบเทียบกับเหตุวินาศกรรมครั้งใหญ่ทำลายตึกแฝดเวิลด์เทรดของสหรัฐ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายนปี 2544


ขณะที่กลุ่มพันธมิตรทางทหารในเยเมน ที่นำโดยซาอุดิอาระเบีย ก็เชื่อเช่นกันว่า อิหร่านเป็นคนให้อาวุธแก่กลุ่มกบฏฮูธีในเยเมน ที่ใช้โจมตีโรงกลั่นซาอุในครั้งนี้ด้าน เจนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การนาโต้ ระบุว่า อิหร่านกำลังบั่นทอนเสถียรภาพของทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า เหตุโจมตีโรงกลั่นซาอุ จะทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น


เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ที่สุดในโลก ในเมืองอั๊บคิกของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นของ อารามโก รัฐวิสาหกิจน้ำมันของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เกิดเพลิงไหม้และเกิดระเบิดหลายครั้ง สหรัฐระบุว่า โรงกลั่นถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถีและโดรน และกล่าวหาอิหร่านอยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ บ่อน้ำมันคูราอิสในซาอุ ก็ถูกโจมตีในวันเดียวกันด้วย โดยบ่อน้ำมันแห่งนี้ อยู่ห่างจากชายแดนเยเมน 770 กิโลเมตร


แต่อิหร่านได้ปฏิเสธไปแล้วว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุโรงกลั่นซาอุถูกโจมตี โดยประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานีของอิหร่าน ระบุว่า เป็นการแก้แค้นของชาวเยเมนต่อซาอุดิอาระเบีย ที่เป็นผู้นำชาติพันธมิตรโจมตีทางอากาศกลุ่มกบฏฮูธีในเยเมน และทางด้านกบฏฮูธี ซึ่งมีอิหร่านหนุนหลัง ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบการโจมตีโรงกลั่นซาอุฯไปแล้ว