2
shared

ปคบ.พบ โปรฯ 'แหลมเกต' ขายได้กว่า3แสนที่นั่ง มูลค่ากว่า50ล้าน

11 กันยายน 2562 15:15 1167
ปคบ.พบความเสียหายคดีหลอกซื้อโปรโมชั่นร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดชื่อดัง "แหลมเกต" มากกว่า 50 ล้านบาท เร่งส่งเรื่องให้ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขณะเดียวกันออกหมายจับกรรมการแหลมเกตเพิ่มอีก 1 คน

จากกรณีการจับกุมนายอพิชาต บวรบัญชารักษ์ หรือ นายโจม พารณจุลกะ กรรมการ บริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด เจ้าของร้านอาหารแหลมเกต ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จากการหลอกขายบัตรรับประทานบุฟเฟ่อาหารทะเลในราคาถูก แต่ผู้ซื้อไม่สามารถไปรับประทานได้จริงนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (11 ก.ย.62) พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค  (ปคบ.) เปิดเผยว่า ได้ขอศาลออกหมายจับกรรมการบริษัทแหลมเกตฯ เพิ่มเติมอีก 1 คน และอยู่ระหว่างเฝ้าติดตามจับกุมตัว คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้

ส่วนการสอบปากคำนายอพิชาต ยังคงให้การปฏิเสธ แต่จากการสืบสวนพบว่า บริษัทแหลมเกตได้จ้างบริษัทคอลเซนเตอร์และบริษัทสื่อออนไลน์ในการขายบัตรรับประทานอาหารโปรโมชั่นราคาถูก รวม 57 โปรโมชั่น มีผู้ซื้อบัตรดังกล่าวรวมกว่า 22,000 คน หรือ กว่า 370,000 ที่นั่ง มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายที่ใช้บัตรดังกล่าวไม่ได้ เข้าแจ้งความกับ ปคบ. แล้ว 626 คน มูลค่าความเสียหาย 5 ล้านบาท 

จากนี้ตำรวจจะเร่งสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาให้แล้วเสร็จภายในฝากขังผู้ต้องหา 4 ผัด และหากผู้เสียหายคนใดที่ยังไม่เข้าแจ้งความ สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ปคบ. ได้ โดยตำรวจจะสอบปากคำและนำไปต่อท้ายสำนวนคดีเดิม

ส่วนเรื่องการนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายนั้น จากการตรวจสอบบัญชีของผู้ต้องหาพบว่ามีเงินเข้าบัญชีกว่า 30 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 90 บาท ดังนั้นตำรวจจึงได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และทรัพย์สินของนายอพิชาต เพื่ออายัดทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นลักษณะเงินที่ถอนออกจากบัญชีเพื่อไปจ่ายค่าเช่าคอนโดมิเนียมส่วนตัว เดือนละ 50,000 บาท ค่าบ้าน ค่ารถ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่ยังไม่พบเส้นทางการโอนเงินออกนอกประเทศ

ด้าน ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลงเชื่อเพราะเห็นชื่อร้านดูน่าเชื่อถือ และมีโฆษณาในสื่อออนไลน์หลายแห่ง โดยมีดารานักแสดงเข้ามาใช้บริการด้วย จึงตัดสินใจซื้อบัตรดังกล่าว

นอกจากนี้ ผู้เสียหายที่ซื้อบัตรรับประทานอาหารแล้ว ยังมีผู้เสียหายที่เป็นผู้ขายวัตถุดิบให้กับนายอพิชาต อาทิ ปลากระพง ปลาหมึก ปู กุ้ง และภาชนะชามอ้อย แต่เมื่อส่งวัตถุดิบให้ กลับถูกจ่ายเช็คเด้ง มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งตำรวจจะแยกฟ้องเป็นคดีเช็คเด้งอีก 1 คดีด้วย