7
shared

เตือน 'ไข้หวัดใหญ่' ระบาดหนัก รร.-เรือนจำ-ค่ายทหาร

8 กันยายน 2562 16:59 534
กรมควบคุมโรค เตือนระวังโรคไข้หวัดใหญ่แพร่ระบาด เหตุยังฝนตกต่อเนื่อง พ่วงระบาดตามฤดูกาล เตือนเรือนจำ สถานศึกษาเสี่ยงระบาดเป็นกลุ่มก้อน วัย 10-14 ปีป่วยสูงสุด ย้ำหากป่วยให้รีบพบแพทย์ทันที

วันนี้ (8 ก.ย.) กรมควบคุมโรค เผยแพร่พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 8-14 ก.ย. 2562 เตือนอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวังป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ โดยระบุว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 2 ก.ย. 2562 มีผู้ป่วยแล้ว 241,027 ราย เสียชีวิต 17 ราย กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ 10-14 ปี รองลงมาคือ 7-9 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับ จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ระยอง กรุงเทพมหานคร จันทบุรี เชียงใหม่ และนครปฐม ตามลำดับ

จากโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาดพบว่า ในปี 2562 พบผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่เป็นกลุ่มก้อน จำนวน 110 เหตุการณ์ ใน 48 จังหวัด สถานที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ เรือนจำ 33 เหตุการณ์ รองลงมา คือ โรงเรียน-มหาวิทยาลัย 32 เหตุการณ์ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการรายงานผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่เป็นกลุ่มก้อนมากกว่า 50 ราย 1 เหตุการณ์ ในเรือนจำแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี

การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าแนวโน้มจะพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มากขึ้น เนื่องจากยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และเป็นช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำประชาชนให้ดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล ไม่ใช้ของใช้ส่วนบุคคลร่วมกับผู้อื่น และทำความสะอาดสิ่งของที่มีการใช้ร่วมกันทุกวัน รวมถึงการล้างมือเป็นประจำด้วยน้ำและสบู่ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ที่มีอาการไข้หวัด โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนอยู่จำนวนมาก เช่น โรงเรียน ค่ายทหาร เรือนจำ เป็นต้น

หากมีอาการป่วย เช่น ไข้ ไอ น้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ ควรใช้หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก และไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ควรดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ และขอให้หน่วยงานต่างๆ มีมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ป่วย หากสังเกตพบผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรแยกผู้ป่วยทันที ให้หยุดเรียนหรือหยุดงานจนกว่าจะหายเป็นปกติ กรณีมีไข้หากกินยาลดไข้แล้ว อาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาต่อไป

Cr.ภาพโดย Sasin Tipchai จาก Pixabay