19
shared

น้ำล้นตลิ่งทะลักท่วมอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ

8 กันยายน 2562 12:49 4084
หลังจากกรมชลประทาน สั่งเร่งระบายน้ำ 4 เขื่อนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ที่ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.อยุธยาฯ ปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นจนเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านบางส่วน

วันนี้ (8 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะนี้เริ่มมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนที่ปลูกอยู่ติดริมตลิ่งของแม่น้ำน้อยบ้างแล้ว แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ประชาชนในพื้นที่สามารถดำรงชีวิตได้อยู่ ซึ่งยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่อไป

หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จะระบายน้ำแบบขั้นบันได ในอัตรา 800-850 ลบ.ม./วินาที พร้อมแจ้งเตือนประชาชนใน 7 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เช่น อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี

ทำให้ขณะนี้ปริมาณน้ำได้เริ่มเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำแม่น้ำน้อย , บริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง , คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา, ต.หัวเวียง ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา , ต.ลาดชิด , ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยระดับน้ำจะท่วมสูง 40-50 ซม.ในช่วงเย็นวานนี้

ขณะที่ วันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณ หมู่ที่ 5 ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าบริเวณหมู่บ้านริมตลิ่งเริ่มมีน้ำเข้ามาบริเวณพื้นบ้านบ้างแล้ว ในขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เองเปิดเผยว่า น้ำที่เอ่อท่วมมานั้นถือว่ายังไม่เดือดร้อน เพราะท่วมเป็นประจำทุกปี

ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลหัวเวียงอำเภอเสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐได้มีการแจ้งมายังพื้นที่ว่า จะมีน้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังถือเป็นเรื่องปกติและยังไม่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากยังไม่ได้ท่วมพื้นถนนภายในหมู่บ้าน แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่อไปเพราะเนื่องจากพื้นที่บริเวณหมู่ที่ 5 เป็นพื้นที่ต่ำที่สุดในตำบลหัวเวียงและเป็นพื้นที่ที่ท่วมก่อนพื้นที่อื่น

สำหรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวพบว่า ในขณะนี้หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 หมู่ 5  หมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 10 ของตำบลหัวเวียงที่เริ่มมีน้ำล้นตลิ่งท่วมพื้นชั้นล่างของบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมตลิ่งแล้วในขณะนี้ แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งยังคงต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป