9
shared

พระมหาไพรวัลย์เชื่อ"รูปพระพุทธรูปอุลตร้าแมน"ไร้เจตนาหมิ่นศาสนา

8 กันยายน 2562 11:18 2101
พระมหาไพรวัลย์โพสต์เฟซบุ๊คปมนศ.วาดรูปพระอุลตร้าแมนมั่นใจเด็กไม่มีเจตนาหมิ่นศาสนาแค่มองเห็นความเป็นฮีโร่ในตัวพระองค์ พร้อมพูดให้คิดความศรัทธาไม่มีรูปแบบ

วันนี้( 8ก.ย.62 )จากกรณีภาพวาดผลงานศิลปะภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ที่จัดแสดงที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จนถูกผู้คนระบุว่าไม่เหมาะสมเพราะเป็นการเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ภาพวาดดังกล่าวเป็นผลงานภาพวาดของนักศึกษา หลักสูตรศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยในจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้ชื่องาน "ศิลปะ เต๊อะเติ๋น" โดยทางผู้จัดงานได้มีการเก็บภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนทั้ง 2 ภาพออกไปจากนิทรรศการแล้ว

ล่าสุดพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียน วัดสร้อยทอง ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก "พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ" โดยระบุว่า ภาพวาดก็เป็นแค่เพียงเงาสะท้อนแห่งจินตนาการและความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน และความเคารพศรัทธาไม่มีรูปแบบ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งอาจจะนับถือพระพุทธเจ้า และมองเห็นความเป็นฮีโร่ในตัวของพระองค์เท่านั้น พร้อมกับยกตัวอย่างว่าพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ไม่แตกต่างกับตำนานแห่งมหาชมพูบดีสูตรนะที่ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเคยเนรมิตตนเองเป็นพระมหาราชาธิราชเจ้า เพื่อปราบพญาชมพูบดี เป็นที่มาของการสร้างพระพุทธรูปปางทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ขึ้นมา

ซึ่งก็เหมือนกับที่นักศึกษาวาดรูปพระพุทธรูปอุลตร้าแมนจากจินตนาการ โดยข้อความทั้งหมดของพระมหาไพรวัลย์ ระบุว่า

"สมมตินะ สมมติว่าภาพนี้ เป็นแค่ภาพที่อยู่ในจินตนาการ อยู่ในความคิดและความรู้สึก ซึ่งไม่ได้ถูกรังสรรค์ออกมาเป็นภาพวาดจริงจริง (เอาเฉพาะแค่ภาพนี้ไม่นับรวมภาพอื่น)

เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งนับถือพระพุทธเจ้า และมองเห็นความเป็นฮีโร่ในตัวของพระองค์ เห็นว่าพระพุทธเจ้าทรงมีพลังพิเศษ คือสามารถขจัดปัดเป่า หรือบำราบทุกข์บำรุงสุขให้เกิดแก่คนหมู่มากได้ สามารถประทานพระธรรมเทศนาอันเปรียบดั่งศัตราวุธ เพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายคือกิเลสตัณหาในหัวใจของมนุษย์ให้หมดสิ้น

อาตมาอยากถามพวกคุณว่า เด็กผู้หญิงคนหนึ่งคนนี้ เธอมีสิทธิ์ที่จะมองพระพุทธเจ้าในแบบของเธอเช่นนี้ได้หรือไม่ มีสิทธิ์ที่จะเคารพพระพุทธเจ้าของเธอในฐานะอุลตร้าแมนหรือยอดมนุษย์คนหนึ่งได้หรือเปล่า หรือเคารพได้แต่พระพุทธรูปที่ตั้งชื่อเป็นหลวงพ่อนั่นหลวงพ่อนี่ ตามที่มีอยู่ก่อนแล้วเท่านั้น

ภาพวาดมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเงาสะท้อนแห่งจินตนาการและความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน เช่นกัน ความเคารพศรัทธาไม่มีรูปแบบและมันเป็นนามธรรมอันลึกซึ้งมากกว่าที่ใครจะมาแบ่งแยกความสูงความต่ำ ความละเอียดวิจิตร หรือความเลวทรามหยาบกระด้าง ตลอดจนถึงการแสดงออก อันใครก็ไม่รู้ที่มาจำกัดแค่การกราบไหว้บูชา

อาตมานึกถึงเรื่องเล่าในตำนานแห่งมหาชมพูบดีสูตรนะ เรื่องเล่าที่บอกว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเคยเนรมิตตนเองเป็นพระมหาราชาธิราชเจ้า เพื่อปราบพญาชมพูบดี

ในความเป็นธรรมาธิษฐาน พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนพระเจ้าจักรพรรดิ์ และพระธรรมของพระองค์เปรียบเหมือนเดชานุภาพซึ่งสามารถเอาชนะเหล่าท้าวพญาทั้งหลายได้

คนโบราณเขาก็ลึกซึ้งและมีความกล้าหาญมากนะ ถึงได้สร้างพระพุทธรูปปางทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ขึ้นมา มีสวมชฎา และใส่เครื่องอาภรณ์อย่างพร้อมสรรพ

ในความคิดของอาตมา ถ้ามองให้เห็นอย่างลึกซึ้ง พระพุทธรูปที่ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ กับพระพุทธรูปที่สวมชุดอุลตร้าแมนดูจะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ด้วยทั้งสองอย่างล้วนแต่เป็นเครื่องสื่อให้เห็นถึงความมีภาวะพิเศษอันเป็นพระคุณธรรมอย่างประเสริฐสุดของพระพุทธเจ้าด้วยกันทั้งคู่

เราอาจมองพระพุทธเจ้าด้วยความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ที่ต่างกัน บ้างเห็นเป็นเทพ บ้างเห็นเป็นพรหม บ้างเห็นเป็นสมณะนักบวช แต่ในความต่างกันนี้ อาตมาขอยอมรับว่า อาตมาไม่อาจตำหนิเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอเห็นพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่สำหรับเธอได้ แม้อาตมาจะไม่ได้เห็นเช่นเดียวกันกับเธอ

ประเด็นของอาตมามีแค่นี้ โยมอาจจะเห็นต่างจากอาตมาก็ได้ แต่ขอให้สุภาพไม่หยาบคาย

ปล. อาตมาสังเกตเห็นฉากหลังของภาพนี้ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของสินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อหนึ่ง ถ้าเข้าใจไม่ผิด อาตมาคิดว่า ที่วาดออกมาแบบนี้ เพราะเธอต้องการจะสื่อว่า พระพุทธเจ้าได้หันหลังให้กับความหรูหราฟุ่มเฟือยอันเป็นไปในทางวัตถุนิยมทั้งหมดแล้ว นับตั้งแต่ที่ทรงตัดสินใจสละราชสมบัติออกบวชและได้ตรัสรู้มา"