6
shared

กรมศุลฯเร่งติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ สกัดลักลอบนำเข้า "แบรนด์เนม"

5 กันยายน 2562 20:13 629
"อุตตม" สั่ง "กรมศุลกากร" เร่งติดตั้ง "เครื่องเอ็กซเรย์" ตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย-สินค้าเลี่ยงภาษี ขณะที่ "อธิบดีกรมศุลฯ" มั่นใจเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายพานลำเลียงกระเป๋าเดินทาง จะเริ่มใช้งานได้ทัน 1 ม.ค.นี้

วันนี้ ( 5 ก.ย. 62 ) นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เข้ามอบนโยบายให้กับผู้บริหารกรมศุลกากร โดยนายอุตตม ได้สั่งการให้กรมศุลกากรนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เช่น การใช้เครื่องเอ็กซเรย์เพื่อตรวจจับการลับลอบการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย และสินค้าที่หลีกเลี่ยงการเสียภาษี

นอกจากนี้รมว.คลัง ยังสั่งการให้กรมศุลกากรเร่งรัดเชื่อมต่อระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลการนำเข้าส่งออกสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ National Single Window (NSW) ทั้ง 37 หน่วยงานในประเทศ และ 10 ชาติสมาชิกอาเซียนให้เสร็จในสิ้นปีนี้

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมฯกำลังเร่งรัดติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายพานลำเลียงกระเป๋าเดินทาง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 23 เครื่อง ให้แล้วเสร็จและเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการสแกนกระเป๋าเดินทางใต้ท้องเครื่องบินทุกใบที่เข้ามาในประเทศ

ทั้งนี้ เครื่องเอกซเรย์ฯดังกล่าว มีศักยภาพที่จะตวรวจจสอบได้ว่าภายในกระเป๋าเดินทางที่วิ่งบนสายพานลำเลียง มีสินค้าต้องห้ามต่างๆ อยู่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ และยาเสพติด รวมทั้งสามารถตรวจสอบได้ว่ามีสินค้าแบรนด์เนมที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีอยู่หรือไม่ หากพบก็จะให้ผู้นำเข้าต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กรมฯได้ผ่อนผันให้ผู้โดยสานำสินค้าที่ซื้อจากต่างประเทศติดตัวเข้ามาในประเทศได้ แต่ต้องมีราคำไม่เกิน 20,000 บาท และต้องไม่ใช่นำเข้ามาเพื่อการค้า

นายกฤษฎา ยังกล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มปีงบประมาณ 2562 จนถึงขณะนี้ กรมฯจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าเลี่ยงภาษีได้แล้ว 23,000 คดี เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่จับกุมได้ 15,000 คดี ส่วนยอดจับเก็บภาษีของกรมล่าสุดอยู่ที่ 1.03 แสนล้านบาท จากเป้าหมาย 1.08 แสนล้านบาท และมั่นใจว่าจะเก็บภาษีได้ตามเป้า