0
shared

ปอร์เช่ เปิดตัว ‘ไทคานน์’ เจ้าชายกบขุมพลังไฟฟ้า

5 กันยายน 2562 15:26 133
ปอร์เช่ ไทคานน์ ทำตลาด 2 รุ่นย่อยคือ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส และไทคานน์ เทอร์โบ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสุดล้ำ Porsche E-Performance และนับเป็นยนตรกรรมขุมพลังไฟฟ้าแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสายการผลิตรถปกติของปอร์เช่


ปอร์เช่ เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ‘ไทคานน์’ ต่อสาธารณชนอย่างยิ่งใหญ่ครั้งแรก พร้อมกัน 3 ทวีปทั่วโลก  โดยยนตรกรรมสปอร์ต 4 ประตูซาลูนที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งมอบสมรรถนะชั้นเลิศตามสิ่งที่ปอร์เช่ยึดถือ พร้อมรองรับการใช้งานในทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวัน โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งกระบวนการผลิตคุณภาพสูง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัยมากมาย 

ปอร์เช่ ไทคานน์ ทำตลาด 2 รุ่นย่อยคือ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส และไทคานน์ เทอร์โบ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสุดล้ำ หรือ Porsche E-Performance และนับเป็นยนตรกรรมขุมพลังไฟฟ้าที่แรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสายการผลิตรถปกติของปอร์เช่

งานออกแบบภายนอกสะท้อนภาพ DNA ปอร์เช่ โดยสื่อสารแก่ผู้พบเห็นอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นยุคใหม่ของปอร์เช่ ในขณะเดียวกันรถสปอร์ตคันนี้ยังคงรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ในงานออกแบบตาม  DNA ของปอร์เช่อย่างสมบูรณ์แบบ 

เริ่มต้นตั้งแต่มุมมองด้านหน้าที่กว้าง และแบนราบ ขนาบด้วยโป่งซุ้มล้อที่โค้งมนสง่างาม ยกระดับรูปทรงโดยรวมให้ปราดเปรียว เฉียบคม ด้วยแนวหลังคาสไตล์ สปอร์ตที่เทลาดลงอย่างต่อ เนื่องกลมกลืนจรดด้านท้าย แนวตัวถังด้านข้างที่เปี่ยมไปด้วยบุคลิกเฉพาะตัว 


มุมมองจากห้องโดยสารที่ปลอดโปร่ง แนวโค้งของเสา C-pillar ที่วางตัวผสานกับซุ้มล้อหลัง เป็นหนึ่งเดียวกับสปอยเลอร์ ท้ายรถที่ตอกย้ำถึงความกร้าว แกร่งทรงพลัง อันเป็นสมรรถนะติดตัวรถยนต์ปอร์เช่ทุกคัน เสริมความโดดเด่นด้วย นวัตกรรมล้ำสมัยรายรอบคัน อาทิ ตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ ฉายสะท้อนบนกระจก หรือ Glass-effect Porsche logo ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่รวมอยู่กับ light bar บริเวณท้ายรถ 

ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cd ที่ต่ำเพียง 0.22 รวมทั้งระบบอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม จากการออกแบบรูปทรงตัวถังที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดและพิสัยระยะเดิน ทางที่ทำได้ไกลมากขึ้น 


ภายในห้องโดยสารแสดงออกถึงบรรยากาศของการเริ่มต้นเข้าสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมล้ำอนาคต ปลอดโปร่ง ด้วยโครงสร้างและสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางอุปกรณ์รายรอบ แผงหน้าปัดทรงโค้งมน ในตำแหน่งบนสุดของแผงคอนโซลหน้า ให้มุมมองที่ชัดเจนที่สุดจากสายตาของผู้ขับขี่ 

คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอ infotainment ขนาดใหญ่ถึง 10.9 นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นอุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม วางตัวต่อเนื่องกันด้วยแผ่นกระจกที่ให้สัมผัสสไตล์ black-panel สร้างบรรยากาศที่กลมกลืนลงตัวกับงานตกแต่งภายในห้องโดยสาร ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งาน ทั้งหมดได้รับการออกแบบใหม่ สำหรับปอร์เช่ ไทคานน์ โดยเฉพาะ 


ระบบควบคุมการทำงานแบบกลไกดั้งเดิม อาทิ สวิทช์ และปุ่มกดต่างๆ ได้รับการลดจำนวนลงอย่างมาก โดยถูกแทนที่ด้วยระบบควบคุมอัจฉริยะผ่านการสัมผัส หรือการสั่งงานด้วยเสียง voice control function ซึ่งพร้อมตอบสนองต่อคำสั่งเริ่มต้น Hey Porsche

ปอร์เช่นำเสนอมิติใหม่ของงานตกแต่งภายในที่ปราศจากการใช้วัสดุหนังเป็นครั้งแรก ชิ้นงานภายในประกอบด้วยนวัตกรรมวัสดุรีไซเคิล ซึ่งล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์แนวคิดในการพัฒนารถสปอร์ต พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนยาวนานในชื่อว่า Foot garages ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ในบริเวณที่พักเท้าของห้องโดยสารตอนหลัง

เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะสามารถนั่งประจำที่ได้ด้วยความสะดวกสบาย และเบาะนั่งจะวางตัวในระดับต่ำตามลักษณะเฉพาะตัวของรถสปอร์ตพันธ์แท้ พื้นที่บรรทุกสัมภาระมีให้ใช้งาน ได้ถึง 2 จุด: โดยด้านหน้ามีความจุที่ 81 ลิตร และในด้านท้ายรถมีความจุถึง 366 ลิตร


ไทคานน์ เทอร์โบ เอส พกพาพละกำลังสูงสุดกว่า 761 แรงม้า (560 กิโลวัตต์) เพิ่มพลังด้วยฟังก์ชัน Over Boost ทำงานร่วมกับระบบช่วยออกตัว Launch Control เร่งจาก 0- 100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 2.8 วินาที ขับได้ระยะทางไกลสุด 412 กม. อัตราการใช้กำลังไฟฟ้าเฉลี่ย 26.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 กรัม/กิโลเมตร


ไทคานน์ เทอร์โบ พละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า เร่งจาก 0- 100 กม./ชม. ในระยะเวลา 3.2 วินาที ขับได้ระยะทางไกลสุด 450 กม. (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) โดยรถสปอร์ตพลังไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ทั้ง 2 รุ่นสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กม./ชม.อัตราการใช้กำลังไฟฟ้าเฉลี่ย 26.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 กรัม/กิโลเมตร

ปอร์เช่ ไทคานน์ คือรถสปอร์ตจากสายการผลิตปกติรุ่นแรก ที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ แทนที่ระบบทั่วไปซึ่งมีแรงขับเคลื่อนเพียง 400 โวลต์ ในรถไฟฟ้าคันอื่น และนี่คือข้อได้เปรียบหลักอันดับแรก 

โดยผู้ขับขี่ ไทคานน์ จะได้รับเมื่อนำพารถคันนี้โลดแล่นไปบนท้องถนน ภายในระยะเวลาเพียง 5 นาที ระบบชาร์จพลังงานย้อนกลับ High-power charging network จะทำหน้าที่สะสมพลังงานให้แก่แบตเตอรี่ด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จนสามารถเดินทางได้เป็นระยะสูงสุดกว่า 100 กม. (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) ใช้ระยะเวลาเพียง 22.5 นาที ในการชาร์จพลังงานตั้งแต่ความจุแบตเตอรี่ 5-80% SoC 


กำลังไฟฟ้าสูงสุด (peak) ที่ 270 กิโลวัตต์ ประสิทธิภาพความจุโดยรวมของแบตเตอรี่อยู่ที่ 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ผู้ขับขี่ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) สามารถชาร์จพลังงานได้อย่างสะดวกสบาย ผ่านไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่ใช้อยู่ในที่พักอาศัยทั่วไป 

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส และ ไทคานน์ เทอร์โบ ถือกำเนิดขึ้นในฐานะกลจักรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 2 ส่วน หนึ่งคือชุดขับเคลื่อนล้อหน้า และสองคือชุดขับเคลื่อนล้อหลัง หมายความว่ารถสปอร์ตคันนี้ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ส่งผลต่อความเหนือระดับทั้งในแง่ของพิสัยการเดินทางสูงสุด และพละกำลังที่ต่อเนื่อง 

การทำงานที่สอดประสานกันอย่างลงตัวระหว่างชุดขับเคลื่อนทั้ง 2 ส่วนผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ขนาดที่กะทัดรัด แต่กลับเปี่ยมล้นไปด้วย พละกำลังที่อัดอยู่ในทุกอณูด้วยความหนาแน่นสูงสุด 

อีกหนึ่งอุปกรณ์พิเศษที่อยู่ในมอเตอร์ไฟฟ้า คือ 'Hairpin' อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Stator Coils เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้สามารถเพิ่มจำนวนขดลวด ทองแดงที่บรรจุอยู่ใน stator ได้มากขึ้น เพิ่มกำลังและแรงบิด ขณะที่มีชิ้นส่วนเท่าเดิม 

นวัตกรรมระบบส่งกำลังแบบ 2 สปีด คิดค้นขึ้นโดยปอร์เช่ ได้รับการติดตั้งในชุดขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์แรกรับหน้าที่สร้างอัตราเร่ง จากจุดหยุดนิ่งที่ดีเยี่ยม ส่วนเกียร์ที่ 2 มีอัตราทดที่ยาวกว่า เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานและรักษาพละกำลังสูงสุดให้ถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในการขับขี่ที่ความเร็วสูงก็ตาม

ระบบ Porsche 4D-Chassis Control ทำหน้าที่วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลที่ได้จาก ระบบควบคุมช่วงล่าง ทั้งหมดในแบบ Real time นวัตกรรมดังกล่าวประกอบด้วย ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ Adaptive Air Suspension พร้อมเทคโนโลยี three-chamber รวมทั้งระบบ PASM (Porsche Active Suspension Management) ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) ระบบเหล็กกันโคลงอัจฉริยะ 


ระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ All-wheel drive ควบคุมด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงทั้ง 2 ตัว พร้อมระบบสะสมพลังงานย้อนกลับ หรือ Recuperation ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร ให้กำลังสูงสุดกว่า 265 กิโลวัตต์ ซึ่งมากกว่าคู่แข่งทุกราย ผลจากการวิ่งทดสอบ  แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดกว่า 90% ของแรงเบรกที่ใช้ในการขับ ขี่ปกติเกิดขึ้นจากกลจักรไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยแทบจะปราศจากการทำงานของระบบเบรกไฮดรอลิกที่ล้อรถ

โหมดการขับขี่สามารถเลือกได้ตามความต้องการ 4 รูปแบบ Range, Normal, Sport และ Sport Plus ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเลือกใช้งานโหมด Individual ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งรูปแบบการขับขี่ได้เอง 

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกันทั้ง 3 ภูมิภาคทั่วโลก


ปอร์เช่ ไทคานน์ ครั้งแรกของโลกพร้อมกันในหลายภูมิภาค ทั้งในอเมริกาเหนือ ประเทศจีน และ ทวีปยุโรป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อยอดจำหน่ายของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดคันนี้ ทั้งนี้ใน แต่ละสถานที่จะเลือกใช้กิจกรรมการเปิดตัวที่สื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยแนวทางของการพัฒนาและบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกันประกอบด้วย 


ประเทศแคนาดาในจังหวัด Ontario บริเวณที่ตั้งของน้ำตก Niagara ซึ่งอยู่ระหว่างมหานคร New York ของประเทศสหรัฐอเมริกา พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานน้ำที่สำคัญ


สำหรับประเทศเยอรมนี จัดขึ้นในเขต Neuhardenberg ที่ตั้งอยู่ใกล้กรุง Berlin ซึ่งมีแหล่งโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยแผงโซล่าร์เซลล์ 


ประเทศจีน ที่หมู่เกาะ Pingtan ซึ่องอยู่ห่างจากเมือง Fuzhou ในจังหวัด Fujian ประมาณ 150 กิโลเมตร สถานที่แห่งนี้คือต้นกำเนิดแหล่งพลังงานลมที่สำคัญของประเทศ 

ปอร์เช่ตั้งใจใช้ตัวแทนของพลังงานบริสุทธ์ ที่ได้จากธรรมชาติทั้ง 3 รูปแบบดังกล่าว สื่อสารไปยังผู้คนให้ตระหนักรู้ถึงปณิธานอันแน่วแน่ ต่อการทุ่มเทพัฒนาเพื่อส่ง มอบประสบการณ์การขับขี่สุดประทับใจ ผ่านรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบคันแรกจากปอร์เช่ 

อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซ์ ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล ที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้

สำหรับราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับอุปกรณ์มาตรฐาน และภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา