16
shared

ศาลยกฟ้อง 'สรยุทธ' ปลอมเอกสารเงินค่าโฆษณาอสมท

5 กันยายน 2562 11:22 7896
ศาลยกฟ้อง 'สรยุทธ' ปลอมเอกสารเงินค่าโฆษณาอสมท

ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องสรยุทธ สุทัศนะจินดา และพวกถูกฟ้องในคดีปลอมเอกสารคิวโฆษณารายการคุยคุ้ยข่าว ทำให้บริษัทอสมท เสียหาย

วันนี้ (5ก.ย.62) ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดี  ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ไร่ส้ม จำกัด นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทและ ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง นางสาวมณฑา ธีระเดช  เจ้าหน้าที่บริษัท ไร่ส้มฯ และนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือนางชนาภา บุญโต  อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เกิดความเสียหาย

กรณีประมาณกลางเดือน กรกฎาคม ปี 2549 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันนำเอกสารใบคิวโฆษณารายการคุยคุ้ยข่าว ระหว่างเดือน มกราคม -พฤษภาคม ปี  2549 จำนวน 139 แผ่น ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่จำเลยร่วมกันทำปลอมขึ้น ไปใช้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด เพื่อเป็นหลักฐานในการโฆษณา และคิดค่าโฆษณาส่วนเกินในรายการคุยคุ้ยข่าว ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ บริษัท อสมท หลงเชื่อว่าเอกสารใบคิวโฆษณานั้นเป็นเอกสารจริง ทำให้บริษัทไร่ส้ม  ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา หรือเสียค่าโฆษณาส่วนเกินน้อยกว่าความเป็นจริง การกระทำดังกล่าวทำให้บริษัทอสมท ได้รับความเสียหายกว่า 138 ล้านบาท

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ในคดีนี้เป็นความผิดตามที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาไปแล้วก่อนหน้านี้ในอีกคดี  ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแล้ว จึงเป็นการฟ้องซ้ำ และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ

สำหรับคดีที่นายสรยุทธและพวกถูกพิพากษาจำคุกไปแล้วก่อนหน้านี้เป็นคดีที่ถูกฟ้อง ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ เป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ  ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ปี 2560 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกนายสรยุทธและนางสาวมณฑาคนละ   13 ปี 4 เดือน ส่วนนางพิชชาภา เจ้าหน้าที่ของบริษัทอสมท.ถูกจำคุก 20 ปี  ซึ่งต่อมาศาลได้อนุญาติให้ประกันตัวนายสรยุทธระหว่างต่อสู้คดีในชั้นฎีกา   

ล่าสุด ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีออกจากระบบ โดยไม่รับพิจารณาเพราะเนื้อหาคดีมีลักษณะฟ้องซ้ำกับคดีหลักที่ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปแล้ว ซึ่งเป็นคดีที่ที่อัยการได้ฟ้องจำเลยทั้ง 4 คนได้ร่วมกระทำความผิดในพ.ร.บ.การกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ