3
shared

กบข.โชว์ ผลตอบแทนกองทุน ส.ค.62 โตแตะ 4.4%

3 กันยายน 2562 17:54 118
 กบข.เผย ผลตอบแทนกองทุน ณ เดือน ส.ค.62 ขยายตัวที่ 4.4% โดยปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นไทย  พร้อมมั่นใจ GDP ไทยปีนี้โตได้ 3%

วันนี้ (3 ก.ย.62)  นายวิทัย รัตนากร เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผย ตัวเลขการลงทุนของ กบข. ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2562 กบข. บริหารสินทรัพย์ลงทุน (ส่วนของเงินกองสำรองรวมกับเงินกองสมาชิก) เป็นจำนวนเงินกว่า 9.5 แสนล้านบาท สามารถทำผลตอบแทนการลงทุน (ส่วนสมาชิก) ได้ 4.4% ซึ่งเป็นผลจากการที่ตลาดหุ้นปรับตัวให้ผลตอบแทนดีขึ้นนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 7.4% ส่วนตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วให้ผลตอบแทนถึง 15.2%

โดย กบข. ยังมั่นใจเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ถึง 3%  ซึ่งเป็นการได้รับอานิสงส์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล  งบประมาณ 3.16 แสนล้านบาท ที่จะเริ่มส่งผลดีในไตรมาสที่ 3/62 ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 0.3% ซึ่งดีกว่าประเทศอื่นท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจโลกช่วงขาลงนี้ โดยจากรายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจพบว่าหลายประเทศมีตัวเลขเศรษฐกิจติดลบ ณ ไตรมาส 2/62 อาทิ สิงคโปร์มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบที่ - 3.3% ส่วนเยอรมนีติดลบ - 0.1%

 ทั้งนี้ การลงทุนของ กบข. มีการกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายใน 15 สินทรัพย์ลงทุน และมีการเฝ้าระวังติดตามสภาพเศรษฐกิจและตลาดทุนอย่างใกล้ชิด สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้นคาดว่า Downside Risk ของตลาดน่าจะจำกัดบริเวณแนวรับอยู่ที่ 1,600 – 1,620 จุด ซึ่งหากไม่มีปัจจัยลบใหม่ ๆ ที่มีความรุนแรง และเมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาการปรับลดคาดการณ์ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่ผ่อนคลายมากขึ้นจากมาตรการต่าง ๆ ด้วยแล้ว เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะค่อย ๆ ทยอยปรับตัวดีขึ้นต่อไป 

อย่างไรก็ตาม  ยังคงมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ - จีน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2561 ที่ผ่านมา รวมถึงประเด็นที่ต้องจับตามองคือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 6.3% ตั้งแต่ต้นปี 2562 เป็นการแข็งค่าที่สุดในภูมิภาค ปัจจุบัน เงินบาทไทยมีลักษณะการแข็งค่าคล้ายกับเงินเยนของญี่ปุ่น  ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งหลบภัยเมื่อตลาดการเงินมีความผันผวน  ทำให้มีเงินต่างชาติโยกเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น และพันธบัตรทั้งระยะสั้นและระยะยาวสลับกันไป  เชื่อว่า เงินบาทที่แข็งค่ามากนั้นจะส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตด้านการส่งออกของประเทศ