0
shared

ฮอตฮิตกีฬาไทย : "สัปดาห์พระรองของนักกีฬาไทย"

28 สิงหาคม 2562 20:29 205
ฮอตฮิตกีฬาไทย ในคอลัมน์นี้ ขอพูดถึงทัพนักกีฬาไทยกันสักหน่อยครับ หลังสัปดาห์ที่ผ่านมา เข้าแข่งขันกีฬาทั้งในระดับ ภูมิภาค , ทวีป และระดับโลก ซึ่งเราได้รองแชมป์ทั้งหมด กับ "สัปดาห์พระรองของนักกีฬาไทย"

สวัสดีครับผม ! คุณผู้อ่านทุกๆท่าน "ฮอตฮิต กีฬาไทย" กลับมาอีกครั้งในสัปดาห์นี้ครับ มีเรื่องมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกันอีกครั้ง กับวงการกีฬาไทย ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เราได้มีโอกาสไปโลดแล่นทั้งในเวทีของ ภูมิภาค , ทวีป และระดับโลก แต่น่าเสียดายที่เราทำได้เพียงแค่พระรองทั้งสองรายการ


เดี๋ยวผมจะไล่เรียงให้ได้ดูกันนะครับ ว่ามีกีฬาประเภทใดบ้าง กับ "ฮอตฮิต กีฬาไทย" ฉบับนี้ ภายใต้ชื่อ "สัปดาห์พระรองของกีฬาไทย"


นับตั้งแต่ สัปดาห์ที่แล้ว จะกระทั่งเมื่อวาน (27 ส.ค. 62) กีฬาไทย ที่เป็นความหวังของคนทั้งชาติ มีโอกาสไปโลดแล่นชิงชัย ถึง 3 ชนิด ประกอบไปด้วย ฟุตบอลหญิง ที่เข้าแข่งขันในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน ที่ประเทศไทยเราเป็นเจ้าภาพ , วอลเลย์บอลหญิง กับการชิงแชมป์ทวีปเอเชีย ที่เกาหลีใต้ และสุดท้าย แบดมินตัน ในศึกชิงแชมป์โลก ซึ่งไปหวดกันที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 


เริ่มกันที่ ทัพ "ชบาแก้ว" ต้องบอกเลยว่า เป็นอะไรที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสิ่งที่ชัดเจนที่สุดสำหรับการคว้าแชมป์ ด้วยผลงานสุดโหด ชนะรวด 4 นัด ในรอบแรก และรอบน็อคเอาท์ ไล่ยิงคู่แข่งเป็นว่าเล่น ต้องยอมรับว่า การทำทีมในทัวร์นาเมนต์แรกของ "โค้ชก้าง" นฤพล แก่นสน ดูเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น และตื่นตาตื่นใจมาก หลังเข้ามาสร้างรากฐานใหม่ จากรอยต่อ ที่ โค้ชหนึ่งฤทัย และ มาดามแป้ง ทิ้งเอาไว้ให้


โดยเรามีโอกาสได้เล่นเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเลือกใช้ สนามสถาบันพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี ผลงานในรอบแรกของแข้งเนื้ออ่อนไทย คือ ชนะ สิงคโปร 8-0 , ชนะ ติมอร์ฯ 9-0 , ชนะ ฟิลิปปินส์ แบบคัมแบ็ค 4-2 และถล่ม มาเลเซีย 7-0 เข้ารอบรองฯ แบบเฉิดฉาย และถล่ม เมียนมาร์ไปอีก 3-1 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศไปดวลกับ เวียดนาม แฟนบอลส่วนใหญ่ ตั้งเป้ากันว่าจะไล่ต้อนทัพ "ดาวทองสาว" ให้กลับบ้านไม่ถูก หลังสะสมความแค้นมาจากทีมชายหลายชุดด้วยกัน ทว่า เรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เพราะก่อนแข่งเราเป็นต่ออยู่พอสมควร แต่กลับเจาะไม่เข้า โดนรถบัสเวียดนามเล่นงาน มิหนำซ้ำ ยังมาพลาดเสียประตูในช่วงทดเจ็บ นาทีสุดท้าย พ่ายคาบ้าน 0-1 ได้เพียงรองแชมป์อาเซียนไปครอง พร้อมความเศร้า และหดหู่ของทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทั้งคณะ


ต่อมาเป็นการชิงชัยระดับทวีป กับ ทัพวอลเลย์บอลสาวไทย ที่ลัดฟ้าไปแข่งกันที่เกาหลีใต้ ซึ่งหากมองเผินๆ เหมือนเป็นการคัดโอลิมปิก 2020 รอบคัดเลือกภายในทวีปย่อมๆ เหมือนกัน เพราะไทยจัดทีมไปแบบเต็มมาก ไม่มีชุดไหนใหญ่กว่านี้อีกแล้ว ส่วนเกาหลีใต้ ก็ทัพใหญ่เช่นกัน นำมาโดย คิม ยอน คยอง , อี ดายอง , อี แจ ยอง , คิม ฮี จิน ฯลฯ ส่วนจีน กับ ญี่ปุ่น ที่ผ่านเข้าไปเล่นในกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติปีหน้าแล้ว ก็เหมือนกับให้โอกาสดาวรุ่ง และหน้าใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน แต่ก็ยังเหนือกว่า หลายๆทีมอยู่ดี


เส้นทางของเราถือว่าราบรื่นมาก โดยรอบแรก เราเสียเพียงเซตเดียว ในนัดแรกให้กับ ไชนีส-ไทเป ซึ่งดูเหมือนสาวไทย ยังคงตื่นๆสนาม ไม่นิ่งเท่าที่ควร โดยหลังจับทางได้ ปรับตัวได้ ก็ไล่ถล่มคู่แข่งเป็นว่าเล่น ทั้งนิวซีแลนด์ และ อิหร่าน ในรอบสอง ก็โดนเราทุบเละเทะแบบขาดลอย กระทั่งมาเจอกับ เกาหลีใต้ ในนัดสุดท้ายของรอบสอง ซึ่งต้องยอมรับว่า วันนั้นเค้าทำได้ดีกว่าเราจริงๆ ทั้งสภาพแวดล้อม เสียงเชียร์ และหลายๆอย่าง ทำให้เราพ่ายไป 1-3 เซต


แต่ก็ไม่ได้ถือว่าเสียหายมาก เพราะอย่างไรเสีย เราก้เข้ารอบรองชนะเลิศอยู่แล้ว แต่งานหนักหน่อย เพราะต้องไปพบกับจีน ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นอีกวัน ที่สาวไทยโชว์ฟอร์มได้สุดยอด คัมเเบ็คใส่สาวจีน ทั้งที่เสียเซตแรกไปก่อน กลับมาเอาชนะ 3-1 เซต ด้วยความยอดเยี่ยมเป็นพิเศษของ อรอุมา สิทธิรักษ์ และ ชัชชูอร โมกศรี ที่ทำรวมกันไปถง 51 คะแนน

จากนั้น หนทางคว้าแชมป์ของเราดูเหมือนจะสดใสขึ้น เนื่องจาก ญี่ปุ่น เขี่ยเกาหลีใต้ ตกรอบรองชนะเลิศไปอย่างสุดช็อก ซึ่งสาวปลาดิบชุดนี้ เป็นหน้าใหม่เกือบทั้งหมด ไม่มีผู้เล่นคนไหน ชื่อคุ้นหูกันเลย แต่กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างหมดจดในวันที่ชิงชนะเลิศกับสาวไทย ซึ่งต้องบอกเลยว่า บ้าไปแล้ว ! ถ้าจะเหนียวขนาดนี้ สาวไทย โจมตีทุกทิศทุกทาง แต่ทำอย่างไรก็ไม่ตาย และเป็นวันที่ฟอร์มของนักกีฬาของเรา ดร็อปลงไปจากวัดที่เล่นกับจีนมาก จึงพ่ายไป 1-3 เซต ได้เพียงรองแชมป์ไปครอง ถามว่ารับได้ไหม ส่วนตัวผม พอรับได้ แต่กังวลกับเกาหลีใต้ มากกว่า เพราะคาดว่า เดี๋ยวเราจะต้องเจอกับเขาแน่นอน ในการแย่งโควตาเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเข้าแข่งขันโอลิมปิก เราต้องกลับมาฟิต และมีการเข้าทำให้หลากหลายกว่านี้ หากหวังจะฝ่าเกาหลีใต้ไปให้ได้ พูดกันตรงๆว่า ถ้าครั้งนี้เราไม่ได้ไป ก็คงจะอีกนานแสนนานจึงจะมีโอกาสใกล้เคียงแบบนี้อีก


ส่วนชนิดกีฬาสุดท้าย ที่จะพูดถึง ก็คือ แบดมินตัน กีฬาฮอตฮิตอีก 1 ประเภท ของแฟนๆ กีฬาไทยนั่นเอง ซึ่งในครั้งนี้ยกพลไปชิงแชมป์โลก กันที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งครั้งนี้เราส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันครบทั้ง 5 ประเภท ทว่า มีผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ 3 ประเภท ซึ่งนับเป็นประวัติศาสตร์ของเราเลยทีเดียว โดยมี "น้องเมย์" รัชนก ในประเภทหญิงเดี่ยว , กันตภณ หวังเจริญ จากชายเดี่ยว ซึ่งสร้างความฮือฮาโดยการโค่น โจว เทียนเฉิน มือ 3 โลก ที่มาคว้าแชมป์ไทยแลนด์ โอเพ่น และฟอร์มกำลังร้อนแรงลงได้ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ท่ามกลางความฮือฮาของแฟนแบดมินตันโลก และความหวังของเราอย่าง บาส-ปอป้อ ในประเภทคู่ผสม


"น้องเมย์" พบกับคู่ปรับเก่าอย่าง โนโซมิ โอกูฮาระ ในรอบตัดเชือก ซึ่งเกมเป็นไปอย่างสูสี ผลัดกันได้ไปก่อนคนละเกม ก่อนที่เกมตัดสิน จะเป็น รัชนก เอง ที่ดูอ่อนแรง เร่งไม่ขึ้น และพ่ายไปอย่างหวุดหวิด ถัดมาเป็น "เจ้ากัน" "กันตภณ" ต้องยอมรับว่า การดวลกับ โจว เทียนเฉิน ใช้แรงและสภาพร่างกายไปอย่างมหาศาล การหวดกันไปชั่วโมงครึ่ง และได้พักไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทำให้เจ้าตัวเร่งไม่ขึ้น มีการเคลื่อนไหวที่ช้าลงมาก ก่อนจะพ่าย อันเดอร์ส อันโตนเซ่น 0-2 เกม แบบสู้ไม่ได้


ขณะที่ บาส-ปอป้อ คู่ผสมมือ 4 ของโลกชาวไทย ลงเล่นเป็นคู่สุดท้ายในรอบรองชนะเลิศ โดยพบกับ หวัง ยี่ลู & หวง ตงปิง คู่ปรับหมายเลข 2 ของเรา ซึ่งเป็นมือ 2 ของโลกด้วย ทว่าเราสร้างความสุดยอดด้วยการ ไล่ถล่ม คู่นี้ไปอย่างราบคราบ 2-0 เกม ทั้งที่ก่อนพบกันสถิติเราเป็นรองพอสมควร รวมทั้งนัดล่าสุดในบ้านเรา ก็แพ้ไป ทำให้จะเข้าไปชิงกับกระดูกชิ้นแข็งโป๊ก เจิ้ง ซีเว่ย & หวง ย่าเฉียว มือ 1 ของโลก จากจีน เช่นกัน ซึ่งเราเคยชนะได้ครั้งเดียว ตลอดการพบกันนับ 10 ครั้ง และก็เป็นไปตามคาด หนุ่มจากชลบุรี และสาวหล่อจากอุดรธานี ต้านไม่ไหว พ่ายไป 0-2 เซต ได้เหรียญเงินชิงแชมป์โลกไปครอง ส่วน เมย์ และ กัน ได้เหรียญทองแดงไปแล้ว ตั้งแต่เข้ารอบรองฯ


สรุปว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ทัพนักกีฬาจากไทย จะได้เพียงแค่พระรองในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นตำแหน่ง และเหรียญที่น่าภาคภูมิใจทั้งสิ้น โดยเฉพาะกีฬาแบดมินตัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่นักกีฬาของเราได้เหรียญเงินในการชิงแชมป์โลก ส่วนฟุตบอลหญิง แม้จะดูเสียหน้าไปนิด แต่เชื่อเถอะพวกเธอทำเต็มที่แล้ว ไม่มีใครอยากแพ้คาบ้านหรอก ให้กำลังใจกันต่อไป เช่นกับทัพลูกยางสาวไทย แม้ช่วงนี้จะไม่ใช่ช่วงที่ดีที่สุด แต่ก็อย่าลืมภารกิจใหญ่เรายังมีกับการคัดเลือกโอลิมปิก เดือนมกราคม 62 นี้ 


ในฐานะผู้เขียน ก็อยากจะให้แฟนๆ ช่วยกันสนับสนุนนักกีฬาไทยกันต่อไปนะครับ อย่าทิ้งพวกเขาและพวกเธอ เชื่อเหอะครับ ว่าวันที่ธงชาติไทยไปขึ้นสูงสุดบนสังเวียนแข่งกีฬา จะทำให้พวกคุณมีความสุขทางใจ เหมือนเช่นผม ที่อินจนหน้าและสมองสั่นทุกครั้ง เวลาเห็นเหล่านักกีฬาไทยประสบความสำเร็จ ขอบคุณทุกท่านที่อ่านคอลัมน์ของผมจนจบ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับผม ^^


ขอบคุณภาพจาก : สมาคมฟุตบอลฯ (FA Thailand) , สมาคมวอลเลย์บอลฯ , สมาคมแบดมินตันฯ




                                                                                                                NickyMAN